تاگه‌كان » อ่านนิยายไทยรัฐ

เรือนซ่อนรัก@ไทยรัฐ 25 เมษายน 2553

แหล่งข่าว: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
วันที่นำเสนอข่าว: วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2553
นิยายไทยรัฐ: “เรือนซ่อนรัก”  เริ่มตอนแรกฉบับวันอังคารที่ 20 เมษายน 2553 คลิกที่นี่
อ่านข่าวนี้เพิ่มเติมที่ไทยรัฐออนไลน์ clik

‘กบ’พลิกบทร้ายเฉือน’วิน-มิน’ ละครดีน่าจับตา”เรือนซ่อนรัก”

มาแล้ว “เรือนซ่อนรัก” ละครเรื่องล่าสุดของกบ-สุวนันท์ คงยิ่ง แต่ไม่ใช่ในฐานะนางเอกเหมือนทุกครั้ง เพราะครั้งนี้กบพลิกบทบาทสำคัญเล่นร้ายที่สามารถฆ่าคนได้ ส่วนพระนางก็ได้แก่รุ่นน้องอย่าง ธาวิน เยาวพลกุล และ มิน-พีชญา วัฒนามนตรี เรื่องย่อ…เมื่อ ม.ร.ว.เอกชยา แห่งตระกูลราชศักดิ์มนตรีธรรมกับ คุณสดศรี ภรรยา ถึงแก่กรรมก็ได้ฝากฝังให้ หม่อมดารารุ่ง ลูกสาวคนโต ดูแลน้องสาวทั้ง 3 คน ได้แก่ หม่อมดารารัตน์ หม่อมดาราน้อย และ หม่อมดารานิจ ซึ่ง คุณรุ่ง ขอร้องไม่ให้น้องๆแต่งงาน เพราะไม่อยากให้ช้ำใจเหมือนแม่ที่ถูกพ่อนอกใจ ไปได้เสียกับสาวใช้ชื่อ สลวย จนมีลูกชายชื่อ ฤกษ์ ต่อมา คุณรุ่ง ตกหลุมรัก คุณไกร ลูกชายของคหบดีใหญ่ แต่ คุณไกร ก็ยังเที่ยวจีบหญิงไปทั่ว จน คุณรุ่ง ไม่เชื่อมั่นในความรักอีก ก่อนที่ คุณไกร จะไปได้เสีย และแต่งงานกับ อรอนงค์ ทำเอา คุณรุ่ง เสียใจมาก จากความรักกลายเป็นความแค้น ด้าน คุณไกร ลืม คุณรุ่ง ไม่ได้ แม้จะมีลูกสาวแล้ว คือ ทักษิณา

ต่อมา คุณรัตน์ แอบไปคบกับ ปกรณ์ และตัดสินใจหนีไปอยู่กินกัน จน คุณรุ่ง ตัดขาดพี่น้อง ด้าน มาโนช หนุ่มหล่อข้างบ้านก็มาจีบ คุณน้อย พอ คุณรุ่ง จับได้ก็ห้ามปราม ในที่สุด คุณน้อย ก็หนีไปกับ มาโนช ทั้งที่เรียนไม่จบ คุณรุ่ง เสียใจมาก จึงฝากความหวังไว้กับ คุณนิจ ที่โดนปลูกฝังจนมีอคติกับผู้ชาย ฝ่าย คุณรัตน์ กลับไม่พบความสุข เมื่อสามีกลายเป็นคนขี้เมาชอบใช้กำลัง และยังมีลูกชายหนึ่งคนชื่อ ชาตรี ด้าน คุณน้อย เองก็ต้องทนทุกข์ทรมาน เมื่อ มาโนช กลายเป็นคนเจ้าชู้ ทั้งๆที่มี ณชนก เป็นโซ่ทองคล้องใจ

สิบปีต่อมา คุณนิจ โตเป็นสาว มีเพื่อนสนิทที่วิทยาลัยชื่อ ปรางเชย จนถูกมองว่าเป็นทอมดี้ และยังมี เมืองใหญ่ กับ เมืองเล็ก สองพี่น้องลูกนายตำรวจ ซึ่ง เมืองเล็ก มักมีปากเสียงกับ คุณนิจ ประจำ ด้าน ปรางเชย มีทีท่าแปลกๆ ที่เกินเลยคำว่าเพื่อน คุณนิจ จึงหนีออกห่าง จน ปรางเชย ตรอมใจ เมืองเล็ก ตามมาต่อว่า คุณนิจ ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันเกิดฉุดกระชากจน คุณนิจ ล้มลงไปอยู่ในอ้อมกอด เมืองเล็ก ทำให้ ทั้งคู่รู้ว่าต่างมีใจให้แก่กัน แต่ก็ถูก คุณรุ่ง กีดกันทุบตี หนำซ้ำยังเอาแมวตัวโปรดมาเชือดคอ ทำให้ คุณนิจ ช็อกจนพูดไม่ได้

เมืองเล็ก เสียใจมาก แถมถูกพ่อส่งไปเรียนเมืองนอก ปรางเชย ฉวยโอกาสหลอก คุณนิจ ว่า เมืองเล็ก มีแฟนเป็นผู้หญิงฝรั่ง ทำให้ คุณนิจ เสียใจมาก เมืองเล็ก พอรู้เรื่อง จึงรีบกลับเมืองไทยและบุกไปชิงตัว คุณนิจ จนถูก คุณรุ่ง ยิงบาดเจ็บ ด้าน ฤกษ์ ตกหลุมรัก ทักษิณา พอ อรอนงค์ รู้เรื่องก็บุกไปต่อว่า ทำให้ คุณรุ่ง อาละวาด ฤกษ์ ยอมให้ คุณรุ่ง ตัดขาดพี่น้อง คุณรุ่ง โกรธมาก จึงแกล้งเชิญ ทักษิณา มาทานอาหารที่บ้าน แล้วให้ ฤกษ์ พา คุณนิจ มาด้วย แล้ววางยานอนหลับทุกคน แต่ตัวเองก็เผลอกินไปด้วย ยกเว้น คุณนิจ ด้วยใจอาฆาต คุณรุ่ง จึงจุดไฟเผาเรือน หวังให้ทุกคนนอนตายอยู่ในนั้น ทุกคนหมดสติ มีเพียง คุณนิจ ที่นั่งกอดเข่ากลัว โชคดีที่ เมืองเล็ก บุกมาหวังชิงตัว คุณนิจ พอดี จึงรีบเข้าไปช่วย… จะช่วยทุกคนได้หรือไม่ บทสรุปสุดท้ายของ คุณรุ่ง จะเป็นอย่างไร ต้องคอยติดตามชมในละครกันเอง

อย่างที่บอกว่า กบ-สุวนันท์ ฉีกคาแรกเตอร์มารับบทร้าย โดยสวมบท “ดารารุ่ง” หญิงสาวที่โตมาโดยเห็นพ่อเจ้าชู้จนเป็นเหตุให้แม่ช้ำใจตาย แถมตัวเองก็ยังถูกชายคนรักทรยศ จนกลายเป็นปมในใจ เกลียดผู้ชายทุกคน และเข้มงวดกับน้องสาวจนทุกคนไม่มีความสุข และหนีจากเธอไปทีละคน เรื่องนี้กบร้ายมาก แต่นั่นกลับเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้กบรับเล่น โดยบอกว่าถ้าไม่เล่นคงเสียใจไปตลอดชีวิต…อ๊ะ เป็นยังไงต้องตามชมกัน

ส่วนพระเอกได้แก่ วิน-ธาวิน รับบทเป็น “เมืองเล็ก” ชายหนุ่มที่มีรักมั่นคง และต่อสู้เพื่อความรัก ประกบกับนางเอกดาวรุ่งพุ่งแรง น้องมิน-พีชญา ที่ดังจากเรื่อง “ปลาบู่ทอง” โดยเรื่องนี้รับบท “ดารานิจ” เป็นน้องสาวคนเล็ก ที่ถูกกดดันจนเสียสติ ถือเป็นบทที่ท้าทายมาก ยังร่วมด้วย อุษณีย์ วัฒฐานะ, ธัญสินี พรมสุทธิ์, รังสิต ศิรนานนท์, เคลลี่ ธนะพัฒน์, พิชญ์นาฏ สาขากร, อินทิรา เกตุวรสุนทร, ฐาปกรณ์ ดิษยนันท์ ฯลฯ

ติดตามชมละครพีเรียดฟอร์มดี เรื่อง “เรือนซ่อนรัก” ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร ทางช่อง 7 และหาอ่านได้ใน นสพ.ไทยรัฐ ทุกวัน.

อ่านนิยายไทยรัฐ “เรือนซ่อนรัก”  เริ่มฉบับแรกวันที่ 20 เมษายน 2553 คลิกที่นี่

วิน ธาวิน

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาต ตอนที่ 26

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาตตอนที่ 26
โดย: แสงแข
บทประพันธ์และบทละครโทรทัศน์: คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
กำกับการแสดงโดย: นนทนันท์ สังขสวัสดิ์
ออกอากาศทาง: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เครดิต: ไทยรัฐฉบับวันที่ 26-27-28-29-30 กันยายน 2552

รุกฆาต ตอนที่ 26

เพลิง ตะเภา พ่อปาน แม่แจ้ รองเพชร จงอาง ลำดวน จ่ากานพลู และหมู่กร๊วก มารวมตัวกันที่ร้านกาแฟพ่อปาน เพื่อฉลองชัยชนะเหนือแสนกับจันทร์งามด้วยการชนแก้วกาแฟ ทุกคนต่างหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ยิ้มได้เต็มที่เป็นครั้งแรก แต่เพลิงยังเป็นกังวลเพราะแสนกับจันทร์งามยังอยู่ รองเพชรเห็นด้วย

“ตราบใดที่จับสองคนนั้นมาลงโทษไม่ได้ ก็ยังวางใจไม่ได้” “แหม…ผู้กำกับเพลิง รองเพชร ยิ้มหน่อยน่า เครียดมาเยอะแล้ว ขนาดนายพลแฟรงค์ที่ว่าเก่งยังไม่รอด แล้วแสนกับเจ้าจันทร์งามจะเหลืออะไร” ลำดวนยิ้มอย่างมีความสุข ทันใดนั้น มีเสียงระเบิดดังติดต่อกันเป็นชุด ทุกคนตกใจรีบออกไปนอกร้าน เห็นเปลวเพลิงแดงฉานไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำดูน่ากลัวมาก รองเพชรเดาได้ไม่ยากว่าต้องเป็นฝีมือแสนกับจันทร์งาม จงอางไม่พอใจ เรียกร้องชาวบ้านช่วยกันหยุดพวกแสนไม่ให้ทำลายเมืองพล ชาวบ้านต่างส่งเสียง “สู้ๆ” อย่างฮึกเหินเพลิงสั่งการทันที

“จงอางกับรองเพชรไปดูที่โรงพยาบาล ฉันจะไปท้ายหมู่บ้าน พ่อปานกับคนที่เหลืออยู่ที่นี่คุ้มกันผู้หญิงกับเด็ก… ทุกคนระวังตัวด้วย ไม่รู้ไอ้แสนจะมาไม้ไหน” ตะเภาขอตามเพลิงไปด้วย เพลิงพยักหน้าแทนคำตอบ จงอางกับรองเพชร จ่ากานพลู และหมู่กร๊วกนำชาวบ้านผู้ชายส่วนหนึ่งไป เพลิงกับตะเภาพาชายฉกรรจ์ไปอีกกลุ่มหนึ่ง พ่อปานกับพวกผู้ชายที่เหลือไม่กี่คนรอที่ร้านกาแฟพ่อปาน คอยดูแลเด็กและพวกผู้หญิง…

ครู่ต่อมา เพลิงเดินนำตะเภากับชาวบ้านมาถึงจุดที่เกิดระเบิด ซึ่งเป็นป่าท้ายเมืองพล เพลิงยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกให้ทุกคนรอที่นี่ ส่วนตัวเขาจะเข้าไปดูความปลอดภัยก่อน พลันมีเสียงคนเคลื่อนไหวในราวป่า เพลิงไหวตัวทัน กระโดดหลบหลังต้นไม้ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงปืนดังขึ้น เพลิงตะโกนเตือนทุกคนให้หลบ ลูกน้องแสนโผล่จากที่ซ่อน ระดมยิงใส่พวกตะเภาอย่างหนัก เพลิงค่อยๆ หลบหลีกตามหลังต้นไม้กลับมาหาตะเภากับชาวบ้าน “เป็นกับดัก พวกมันหลอกเรามาฆ่า” เพลิงสีหน้าเป็นกังวลอย่างมาก เพราะพวกต้นไม่มีอาวุธติดตัว

หลังจากต้องหลบคมกระสุนอยู่พักใหญ่ เพลิงตัดสินใจลอบเข้าไปจัดการเก็บลูกน้องแสนสองคนที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วแย่งปืนมายิงต่อสู้กับพวกคนร้ายที่เหลือ ตะเภาแอบคลานไปหยิบปืนจากลูกน้องแสนที่โดนเพลิงยิงตายมายิงสู้ ชาวบ้านทำตามตะเภาบ้าง เอาปืนของพวกคนชั่วมายิ่งโต้ตอบ จังหวะหนึ่ง ตะเภาประจันหน้ากับลูกน้องแสนแต่กระสุนดันหมด ลูกน้องคนอื่นมาล้อมเธอไว้ ขณะกำลังจวนตัวเพลิงโหล่เข้ามายิงพวกที่ล้อมตะเภาล้มคว่ำ ช่วยเธอได้อย่างหวุดหวิด ก่อนรีบดึงหลบหลังต้นไม้…

ขณะเดียวกัน รองเพชรกับจ่ากานพลู หมู่กร๊วก จงอางและชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งก็โดนดักเล่นงานเหมือนกัน พวกรองเพชรได้แต่หลบหลังต้นไม้ เพราะมีเพียงมีดพกเป็นอาวุธเท่านั้น ชาวบ้านคนหนึ่งทนถูกกระหน่ำยิงไม่ไหว วิ่งฝ่าออกไปหาลูกน้องแสน เลยถูกยิงหลายนัด แต่เข้ายังใจเด็ดกัดฟันวิ่งเข้าไปแทงลูกน้องแสนคนหนึ่งแล้วแย่งปืนมาได้ รองเพชรวิ่งฝ่ากระสุนเข้าไปช่วย ชายคนนั้นเอาปืนที่แย่งมาได้ยัดใส่มือรองเพชร “ถ้า…ไม่มีเมืองพล ผมก็ไม่มีแผ่นดินอยู่ ผมไม่ยอมให้พวกมันทำลายบ้านเกิดของผม”

รองเพชรพยายามพาชาวบ้านออกมา แต่ทำไม่ได้ชาวบ้านสิ้นใจตายอยู่ในอ้อมแขนของรองเพชร รองเพชรถึงกับน้ำตาคลอ บ้าเลือดขึ้นมายิงสู้กับลูกน้องแสนอย่างไม่เกรงกลัว สังหารพวกมันได้หลายคน จ่ากานพลูกับหมู่กร๊วกฉวยปืนจากลูกน้องแสนที่โดนรองเพชรฆ่า รีบเข้ามาช่วยยิงต่อสู้ จงอางบ้าดีเดือดลุยอัดลูกน้องแสนไม่ยั้ง จนสลบแน่นิ่งแย่งปืนมันมายิงต่อสู้อย่างไม่กลัวตาย ชาวบ้านทุกคนวิ่งเข้าต่อสู้ชิงปืนมาช่วยกันยิงอุตลุต

ในเวลาเดียวกันที่ร้านกาแฟของพ่อปาน แม่แจ้ พ่อปาน ลำดวนกับชาวบ้านผู้หญิงพากันเป็นห่วงพวกเพลิงที่หายไปนาน พ่อปานปลอบว่าเสียงระเบิดเงียบไปแล้วคงไม่มีอะไรต้องห่วง ทันใดนั้นประตูร้านพ่อปานเปิดออก ทุกคนในร้านดีใจคิดว่าพวกเพลิงกลับมา

แต่กลายเป็นชายหน้าตาเหมือนองอาจ ซึ่งหักหลังแฟรงค์แล้วแปรพักตร์มาอยู่กับแสนโผล่เข้ามา ตามมาด้วยคนของแสนชายคนนั้นสั่งลูกน้องแสนจับตัวทุกคนไว้ ใครขัดขืนจัดการได้เลยพ่อปานกับพวกผู้ชายคว้าอาวุธเท่าที่จะหาได้เข้ามาขวาง ลูกน้องแสนรุมอัดจนล้มคว่ำ ลำดวนรีบดึงแม่แจ้หนี ชาวบ้านผู้หญิงอุ้มลูกจูงหลานวิ่งตามลำดวนออกไปทางประตูหลังร้าน แต่เจอลูกน้องแสนดังรออยู่ ชายหน้าเหมือนองอาจเอาปืนออกมาขู่ “จับเด็กไปให้หมด” พวกนั้นตรงเข้าแย่งเด็กๆ จากอกแม่ คนไหนพยายามปกป้องลูกก็จะโดนทำร้าย พวกแม่ๆทั้งอ้อนวอนทั้งขอร้องอย่าเอาลูกของพวกตนไป แต่ไม่มีใครฟัง จับเด็กๆขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่หน้าตลาด พวกชาวบ้านรวมกลุ่มกันมายืนขวางหน้ารถแม่ยอมให้รถเคลื่อนที่ออกไป

ชายหน้าเหมือนองอาจยิงกราดไม่ยั้ง ชาวบ้านล้มลงจมกองเลือด พวกที่เหลือต่างวิ่งหนีตายกันโกลาหล เสียงหวีดร้องดังลั่นด้วยความตื่นตระหนก ชายคนนั้นประกาศกร้าว “นี่คือการลงโทษพวกที่แกบังอาจทำร้ายนายแสนกับเจ้าจันทร์งาม จำไว้ แผ่นดินที่พวกแกยืนอยู่นี้ เป็นของราชสีห์กับเวียงฟ้าเท่านั้น”…

ด้านเพลิงกับพวกต่อสู้กับลูกน้องของแสนได้สักพักใหญ่อยู่ๆ พวกนั้นก็เริ่มถอย ชาวบ้านได้ใจจะตามไปซ้ำแต่เพลิงห้ามไว้ นึกเอะใจว่าทำไมพวกนั้นถึงยอมง่ายๆ ชักชวนทุกคนรีบกลับเข้าเมือง ระหว่างทางเจอกับพวกของรองเพชรพอดี รองเพชรเล่าว่าพวกตนถูกซุ่มโจมตีก่อนจะไปถึงโรงพยาบาล ตะเภาบอกว่าพวกเธอก็โดนเหมือนกัน เพลิงสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีที่เมืองพล พอมาถึงตลาดเมืองพล เพลิง ตะเภากับพวกรองเพชร ตกใจกับสภาพที่เห็น บ้านเรือนพังพินาศ ข้าวของกระจัดกระจายเสียงร้องไห้ดังประสานกับเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของชาวบ้าน แม่แจ้ประคองพ่อปานที่โดนทำร้ายออกมาหน้าร้านพร้อมด้วยลำดวน ตะเภารีบวิ่งเข้าไปหาแล้วถามอย่างร้อนใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“พวกมันจับเด็กลูกหลานชาวเมืองพลไปหมดแล้ว” ลำดวนพูดไปร้องไห้ไป เพลิงโกรธมาก คว้าปืนแล้วโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์เร่งเครื่องออกตามทันที สักพักเห็นไฟท้ายรถของพวกแสนลิบๆ เพลิงเลี้ยวรถไปทางลัดเพื่อดักหน้า รถของลูกน้องแสนวิ่งตะบึงมาตามทาง ทันใดนั้นเพลิงขับมอเตอร์ไซค์มาตัดหน้าชชับปืนขึ้นเล็งไปที่คนขับรถ ตะโกนสั่งให้หยุดรถ คนขับไม่สนใจ ขับรถพุ่งชน เพลิงยืนนิ่งไม่กลัว ลั่นกระสุนใส่ยางรถจนแตก รถเสียหลักพุ่งเฉียดเพลิงไปแค่คืบ ชนต้นไม้ข้างทางสิ้นฤทธิ์อยู่ตรงนั้น เพลิงรีบวิ่งไปดูที่รถ แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของเด็กๆ คนขับรถฉวยโอกาสรีบปีนออกจากรถวิ่งหนีเข้าป่า เพลิงไล่ตามติด พอได้ระยะพุ่งเข้าคว้าตัวก่อนอัดใส่ไม่ยั้ง

“พวกแกจับเด็กไปไว้ที่ไหน” “ไม่บอกเว้ย…ไอ้โง่ แกตามผิดคันแล้ว” คนขับรถยิ้มกวน เพลิงอัดซ้ำจนมันกระเด็นไปใกล้หน้าผาสูง ขู่ว่าถ้าไม่อยากตายบอกที่ซ่อนเด็กๆมา คนขับรถกลับบอกว่าไม่กลัวตาย เพลิงเจ็บใจ ประเคนทั้งหมัดทั้งเข่าใส่เป็นชุด ไม่เข้าใจว่าจะปกป้องคนชั่วอย่างแสนทำไม มันยิ้มให้เพลิงแล้วกระโดดลงหน้าผาไป เพลิงตกใจรีบวิ่งไปดูไม่เห็นแม้แต่ซาก ถึงกับเครียดที่ช่วยเด็กๆไม่ได้… ที่โรงปอร้างของแสน รถกระบะที่บรรทุกเด็กแล่นเข้ามาจอดด้านหน้า ลูกน้องแสนจับเด็กๆเข้าไปขังไว้ข้างใน ชายหน้าเหมือนองอาจเดินยืดยิ้มกร่างเข้ามาหาชบาที่ยืนรออยู่

“ฉลาดมาก ส่งคนไปล่อเพลิงให้หลงทาง ป่านนี้มันคงแค้นจนกระอักเลือดตายไปแล้ว” “สมน้ำหน้าไอ้เพลิง ฉันจะทำให้มันเจ็บปวดที่ช่วยชาวบ้านไม่ได้ จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป” เด็กๆพากันเรียกหาแม่ ร้องไห้กระจองอแง เขารำคาญมากสั่งให้เงียบ เด็กไม่ยอมหยุดร้อง จึงชักปืนออกมาขู่ พวกเด็กๆเห็นปืนยิ่งกลัวมากขึ้น ร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม เขาทนไม่ไหวจะทำร้ายเด็กๆ ชบาย่องมาข้างหลังเอาปืนจ่อหัวเขาไว้ไม่ให้เด็กๆเห็นแล้วสั่งให้หยุด “เจ้าจันทร์งามยังไม่มีคำสั่งให้ทำอะไรเด็ก เด็กพวกนี้อาจมีประโยชน์ ปล่อยเด็กซะ”

พวกชาวบ้านใจเสียที่เห็นเพลิงกลับมามือเปล่า ต่างเข้ามารุมล้อมถามหาลูกหลานของตน เพลิงเครียดหนักที่ไม่สามารถช่วยเด็กกลับมาได้ เดินเลี่ยงไปโดยไม่พูดจา ชาวบ้านพากันผิดหวัง ต่อว่าเพลิงที่ไม่ยอมทำอะไร ตะเภาสงสารเพลิง คิดหาทางช่วย รีบปีนขึ้นไปยืนบนโต๊ะ

“ทุกคนทำใจดีไว้ ตอนนี้เราต้องเข้มแข็ง ผู้กำกับเพลิงกับรองเพชรจะต้องช่วยลูกหลานของเราได้” “ผมไม่มีวันปล่อยคนเลวลอยนวล แสนกับเจ้าจันทร์งามต้องได้รับโทษ” รองเพชรยืนยันหนักแน่น ด้านเพลิงเจ็บใจมาก หลบมานั่งอยู่หลังร้านกาแฟพ่อปาน ชกกำแพงระบายความอัดอั้น ตะเภาตกใจรีบเข้ามาห้าม เพลิงตำหนิตัวเองที่ช่วยชาวบ้านตามลูกคืนมาไม่ได้ ตะเภาพยายามพูดปลอบใจให้หายเครียด เพลิงไม่รู้จะทำอย่างไรถึงจะหยุดแสนกับจันทร์งามชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ได้ “ตอนนี้ฉันยังไม่รู้ แต่ฉันเชื่อว่านายทำได้…เราต้องทำได้” ตะเภาพูดอย่างเชื่อมั่น เพลิงซึ่งใจดึงตะเภาเข้ามากอด สัญญาว่าจะไม่มีวันยอมแพ้พวกแสนเด็ดขาด…

ส่วนที่ค่ายนาคินทร์ พิธีเผาศพภูกล้าจัดอย่างเรียบง่ายมีเพียงไม้กองสุมกัน เพียงฟ้ายืนมองร่างไร้วิญญาณของภูกล้าด้วยน้ำตาคลอ พยายามทำเป็นเข้มแข็งต่อหน้าชาวนาคินทร์ วิหคเป็นผู้ทำพิธีจุดไฟเผาศพ “บัดนี้ เทพแห่งไฟและเทพแห่งพงไพร นำวิญญาณของท่านภูกล้าไปสู่สวรรค์ ไปอยู่กับพี่น้องชาวนาคินทร์ที่ล่วงลับไปแล้ว แม้ท่านจะไม่อยู่กับเรา แต่ท่านภูกล้าจะอยู่ในใจเราทุกคนตลอดไป” วิหคชูคบไฟขึ้นเหนือหัว

เพียงฟ้ากล่าวสดุดีเพื่อเป็นเกียรติแก่ภูกล้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนกองไฟจะถูกผู้หยั่งรู้จุดขึ้น บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้า กัลป์สงสารเพียงฟ้าจับใจ เพียงฟ้าทนกลั้นน้ำตาไม่ไหว หนีไปนั่งร้องไห้เพียงลำพังที่ริมน้ำ กัลป์ตามมาด้วยความเป็นห่วง เพียงฟ้าตำหนิตัวเองว่าเป็นต้นเหตุทำให้ภูกล้าตาย กัลป์ปลอบว่าอย่าโทษตัวเอง ภูกล้ายินดีสละชีวิตเพื่อความสงบสุขของชาวนาคินทร์รวมทั้งเธออยู่แล้ว และคงไม่อยากให้เธอต้องเศร้าเสียใจเพราะเขา เพียงฟ้ากลับคิดว่ากัลป์แค่พูดปลอบใจเท่านั้น กัลป์ยืนยันว่าพูดเรื่องจริง ตัวเขาเองก็เหมือนภูกล้า ยินดีสละชีวิตเพื่อปกป้องคนรัก “คุณคงหมายถึงอัญชัญ อัญชัญเป็นผู้หญิงที่โชคดี แม้จะจากไปนานแล้ว แต่คุณไม่เคยลืมเธอสักวินาที” กัลป์อึ้ง ที่จริงเขาหมายถึงเพียงฟ้าด้วย แต่ดูเหมือนเธอ ตั้งใจเลี่ยง ไม่รับรู้ความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ…

ขณะเดียวกันที่ตลาดเมืองพล แสนเดินแผนต่อไปโดยใช้รถบรรทุกจอดปิดทางเข้าออกทุกด้าน ดักฟังสํญญาณวิทยุสื่อสารทั้งหมด แล้วให้ลูกน้องเอารั้วลวดหนามมากั้นหน้ารถบรรทุกไว้อีกชั้น พวกชาวบ้านได้ยินเสียงเอะอะต่างออกมาดู ยกเว้นตะเภา เพลิง กับจงอางหลบอยู่ในร้านกาแฟพ่อปาน แสนประกาศให้ได้ยินกันทั่ว “ต่อไปนี้ห้ามทุกคนเข้าออก ห้ามติดต่อกับภายนอก โดยไม่มีข้อยกเว้น”

พวกชาวบ้านฮึดฮัดจะเข้าไปเอาเรื่อง ชายหน้าเหมือนองอาจขขู่ว่า ถ้าเข้ามาจะจัดการฆ่าลูกหลานของชาวบ้านที่ตนจับไปทิ้ง และถ้าอยากให้เด็กๆปลอดภัยต้องทำตามคำสั่งของแสนกับจันทร์งามทุกอย่างแม้กระทั่งสั่งให้ตาย ก็ต้องยอมตายแสนยิ้มเหี้ยม ทดลองอำนาจของตนทันที สั่งชาวบ้านลั่น “จัดการรองเพชรกับได้พวกตำรวจนอกราชการซะ ไม่งั้นฉันจะสั่งฆ่าลูกหลานพวกแกให้หมด”

ทีแรกชาวบ้านไม่กล้าทำร้ายรองเพชรกับพวก แต่แสนขู่ซ้ำจะฆ่าเด็กๆ ชาวบ้านไม่มีทางเลือก จำใจปาก้อนหินใส่รองเพชรกับพวก บางคนเข้ามาไล่ชกไล่ตี พวกรองเพชรได้แต่ปัดป้องไม่ตอบโต้ แสนหัวเราะชอบใจ เพลิงกับตะเภาโกรธมากแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จงอางทนไม่ไหวจะออกไปเอาเรื่อง เพลิงคว้าตัวไว้ทัน ขอร้องให้อดทนอย่าวู่วาม ตอนนี้เราทำอะไรแสนไม่ได้ จนกว่าจะช่วยเด็กๆออกมาก่อน จงอางคิดได้เลยยอมสงบ

หลังจากปิดล้อมเมืองพลไว้ทุกด้าน แสนกับจันทร์งามวางแผนยึดครองเมืองที่อยู่เหนือเมืองพลขึ้นไป เพราะบริเวณนี้ทั้งหมดจะถูกตัดขาดจากส่วนกลางไปด้วย เมื่อขาดคามช่วยเหลือ เราจะบุกยึดทุกเมืองง่ายขึ้น

“แต่คงไม่ง่ายอย่างที่พูด เราปิดเมืองพล ทางส่วนกลางไม่ยอมแน่ เราจะรับมือกับกองกำลังส่วนกลางยังไง” “เราจะใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ป้องกันไม่ให้กองกำลังจากส่วนกลางบุกเข้ามา…ลูกหลานของพวกมันอยู่ในกำมือเรา เราจะสั่งให้มันไปตายยังไงก็ได้” แสนยิ้มเหี้ยม…

ไม่นานนัก ส่วนกลางรู้ข่าวว่าเมืองพลถูกปิดล้อมจึงส่งกำลังทหารพร้อมอาวุธครบมือเข้ามาเคลียร์พื้นที่ พวกชาวบ้านยืนเรียงหน้ากระดานคล้องแขนกันไว้แน่น ขวางไม่ให้พวกทหารเข้าเมือง ทหารประกาศห้ามชาวบ้านกีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ขู่ว่าถ้าไม่ถอยทหารจำเป็นต้องใช้กำลัง ชาวบ้านกลัวแทบตายแต่ไม่ยอมถอย เพลิงเห็นท่าไม่ดี สั่งรองเพชรให้ไปเจรจากับทหาร ว่าพวกชาวบ้านมีความจำเป็นที่ต้องทำแบบนี้ ขอร้องว่าอย่าใช้กำลัง ทหารหยุดลุยและจะให้เวลาชาวเมืองพลอีกสามวันเพื่อจัดการปัญหาภายใน จากนั้นถ้าชาวบ้านไม่ยอมถอย ทหารจำเป็นต้องใช้กำลังเข้าสลาย พวกชาวบ้านต่างไม่สบายใจ เป็นห่วงสวัสดิภาพของเด็กๆ…

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เพลิงตัดสินใจหนีออกไปตามกัลป์มาช่วย โดยเขากับตะเภาจะปลอมเป็นศพนอนปะปนไปในรถที่ใส่ศพาวบ้านที่ตายจากการต่อสู้ ซึ่งจงอางกับพ่อปานจะชนออกไปทิ้งที่ลานเผาศพนอกเมือง ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี รถขนศพผ่านด่านเสือกับขวานไปได้ แต่ชายหน้าเหมือนองอาจยังติดใจสงสัยเดินตาม ร้องเรียกพ่อปานกับจงอางให้หยุดพ่อปานตกใจ พยายามข่มความกลัว ถามว่าตามมาทำไมแถวนี้มีแต่ศพทั้งนั้น “ฉันมาดูให้แน่ใจว่าเป็นศพจริงๆ”

ไม่เสียเวลาพูดพล่าม เขาชักปืนยิงใส่ศพไล่ไปทีละศพจงอางกับพ่อปานตกใจหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เขายังคงยิงใส่ศพจนใกล้ถึงตะเภากับเพลิงเข้าไปทุกที ทันใดนั้นมีคนขว้างมีดพกใส่เขาเอี้ยวตัวหลบไปมองตามทิศทางที่มีดพุ่งมาเห็นคนในชุดนักรบนาคินทร์วิงหนีเข้าไปในป่า จึงรีบวิ่งตาม จงอางได้ทีส่งสัญญาณให้เพลิงกับตะเภารีบหนี แล้วทำตามแผนราดน้ำมันบนกองศพ จุดไฟเผากลบเกลื่อนไม่ให้รู้ว่ามีศพหายไป ชายคนนั้นวิ่งตามคนในชุดนักรบลึกเข้าไปในป่า แต่กลับหาใครไม่เจอ ส่วนเพลิงกับตะเภาโกยแน่บเข้าแนวป่าด้านตรงข้าม จนมาเจอกัลป์กับเพียงฟ้ารออยู่

ครู่ต่อมา กลับป์พาเพลิงกับตะเภามาถึงค่ายนาคินทร์ เพียงฟ้าเรียกประชุมทุกคนที่ลานกลางค่าย ตะเภาขอบคุณกัลป์กับเพียงฟ้าที่ไปช่วยเราสองคนได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงกลายเนศพจริงๆ “เราส่งคนมาสืบ รู้ว่าเมืองพลถูกปิดล้อมและติดต่อใครไม่ได้ จึงมาดักรอเผื่อจะช่วยอะไรได้” กัลป์แจง “พวกมันใช้แผนสกปรกจับเด็กๆเป็นตัวประกัน บีบบังคับชาวบ้านให้ทำตามคำสั่ง มันใช้ชาวบ้านเป็นโล่กำลังสู้กับกองกำลังจากส่วนกลาง” เพลิงเล่าด้วยสีหน้าไม่สบายใจ “เราต้องช่วยพวกเด็กๆ ถ้าไม่มีตัวประกัน ชาวบ้านก็ไม่ต้องทำตามคำสั่งแสนกับจันทร์งาม” เพียงฟ้าแนะ “แต่พวกเราไม่รู้ว่าพวกมันจับเด็กๆไปไว้ไหน” ทุกคนเครียดเมือได้ยินพลอยรุ้งพูด กัลป์สีหน้าครุ่นคิดหาทางช่วยเด็กๆ

ที่บ้านหลังหนึ่งท้ายเมืองพล เด็กชายหญิงสองคนออกมาวิ่งเล่นหน้าบ้านอย่างสนุกสนาน ชายหน้าเหมือนองอาจแอบซุ่มดูเด็กทั้งสองไม่วางตา พ่อแม่ของเด็กรีบมาไล่ลูกเข้าบ้าน แต่เด็กๆอยากเล่นต่อ

“ออกมาไม่ได้ เดี๋ยวยักษ์จับไปฆ่า คนอื่นๆ โดนยักษ์จับไปหมดแล้ว ไม่กลัวรึไง” พ่อแกล้งขู่ เด็กทั้งสองกลัวรีบวิ่งเข้าบ้าน พ่อกับแม่กวาดตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง กลัวลูกจะถูกจับตัวไป พ่อสัญญาว่าจะไม่ยอมให้ใครมาจับลูกไปเด็ดขาด แล้วโอบแม่เข้าบ้านชายคนนั้นจ้องมองด้องสายตาอำมหิต “ซ่อนลูกไว้ คิดว่าจะรอดสายตาฉนไปได้รึ” แล้วค่อยๆย่องเข้ามาในบ้าน เห็นแม่ของเด็กยืนหันหลังให้จึงเข้าไปจับไหล่ แต่พอเธอหันมากลายเป็นตะโพนแต่งตัวและใส่วิกผมแบบเดียวกบแม่เด็ก เขาตกใจมาก หันไปเจอวิหคในคราบพ่อ พุ่งเข้ามาหมายจะเอาเครื่องช็อตไฟฟ้าจี้ เขาเบี่ยงตัวหลบ แต่ไม่พ้นถูกช็อตจี้มือจนปืนหลุดกระเด็น “แผนของพี่กัลป์ฉลาดมาก ในเมื่อไม่รู้ว่าแกอยู่ทีไหน ก็ล่อแกออกมาซะเลย” วิหคสะใจ

เขาพุ่งหมายจะจัดการทั้งคู่ ตะโพนกับวิหครีบหนีออกจากบ้านแยกไปคนละทาง ชายคนนั้นคว้าตัววิหคไว้ได้ ชกจนล้ม ก่อนคว้าปืนมาจะยิง มีคมแฝกพุ่งเข้ามากระแทกมือจนปืนตกพื้น กัลป์รับคมแฝกที่ลอยกลับมาอย่างแม่นยำ มองชายตรงหน้า คิดเอาเองว่าเป็นนายอำเภอองอาจ “องอาจ หยุดเถอะ อย่าทำร้ายใครอีกเลย” ชายคนนั้นเห็นจวนตัว เป่าปากส่งสัญญาณเรียกลูกน้อง กัลป์เตือนว่าไม่มีประโยชน์ พวกนั้นถูกนักรบนาคินทร์เล่นงานจนหมอบราบคาบ เขากโกรธมากที่สถานการณ์ของตนเองตกเป็นรอง

“คนของนายแพ้แล้ว ยอมให้จับซะดีๆ พี่ไม่อยากสู้กับนาย” เข้าไม่ยอมแพ้ คว้าปื้นขึ้นมายิงใส่กัลป์ไม่ยั้ง กัลป์วิ่งไปหลบตามต้นไม้อย่างว่องไว เขาไล่ยิ่งกัลป์จนกระสุนหมดจึงโยนปืนทิ้งแล้วดีดตัวเข้าชกกัลป์ กัลป์หลบอย่างเดียวไม่ตอบโต้ไม่อยากทำร้ายเพื่อน “ถ้าอยากให้ฉันเป็นพวกนาย นายต้องจ่ายงามๆ ไอ้พวกโจรกระจอกอย่างนายมีเงินรึเปล่า” ขาดคำก็กระโจนเขาใส่กัลป์อีก กัลป์หลบแล้วปล่อยหมัดสวนกลับ จนล้มลงกระแทกพื้อนร้องเสียงหลง กัลป์ตกใจจะเข้าไปประคองเขาฉวยโอกาสชักมีดพกออกมาจะแทนกัลป์ มีบินนาคราชพุ่งเข้ามาปักมือจนมีดพกหล่นเลือดกระฉูด กัลป์ตกใจหันไปต่อว่าเพียงฟ้าที่เดินเข้ามาหา

“คุณทำร้ายองอาจทำไม” “เขาจะฆ่าคุณ” “องอาจไม่มีวันฆ่าผม…เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างผมกับองอาจ คนนอกไม่เกี่ยว” เขาผลักกัลป์ล้มแล้ววิ่งหนี เพียงฟ้าไม่รอช้าซัดมีดบินนาคราชใส่ทันที กัลป์ใช้คมแฝกตีมีดบินเปลี่ยนทางได้ทัน ก่อนพุ่งเข้ากลางหลังชายคนนั้น เพียงฟ้าโกรธที่กัลป์ปกป้องคนเลว ขู่ว่าถ้ากัลป์ไม่ฆ่ามัน เธอจะฆ่าเอง กัลป์จำใจฟาดคมแฝกใส่ขาจนเขาทรุดลงคุกเข่า ก่อนจับตัวไปขังไว้ที่ค่ายนาคินทร์…

ในเวลาต่อมา ชบาเข้าไปรายงานแสนกับจันทร์งามว่าพวกโจรนาคินทร์จับชายหน้าเหมือนองอาจไป แสนโมโหสั่งชบาให้รวบรวมคนไปเฝ้าโรงปอร้างให้ดี จันทร์งามสงสัย ว่าทำไมแสนพูดเหมือนไม่ไว้ใจมัน “ผมฆ่ามันกับมือ ถ้ามันเป็นองอาจจริงๆ มันต้องแค้นผม” แสนระแวง ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น…

ค่ายนาคินทร์ กัลป์ เพียงฟ้า เพลิงกับตะเภา ตะโพน มาลัย รวมทั้งวิหคและพลอยรุ้งต่างมาประชุมกันเพื่อวางแผนช่วยเด็ก จังหวะนั้นวิทยุสื่อสารของเพลิงดังขึ้น เพลิงขอตัวไปพูดวิทยุ ตะเภามองตามเพลิงอย่างแปลกใจ แต่ไม่ติดใจอะไร หันไปพูดกับกัลป์ว่าเราเหลือเวลาน้อยเต็มที ต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้แสนจับเด็กไปไว้ที่ไหน “องอาจไม่ยอมบอกง่ายๆแน่ เขายังคิดว่าเป็นพวกแสน ต้องทำให้จำได้ก่อนว่าเป็นพวกเราถึงยอมบอก” “เราไม่มีเวลาแล้ว วิธีของคุณจะไม่ทันการ” เพียงฟ้าตัดสินใจลุกพรวดออกจากที่ประชุม

กลับป์และทุกคนรีบตาม กัลป์สาวเท้ายาวๆจนทันเพยงฟ้าถามว่าคิดจะทำอะไร เพียงฟ้าจ้องหน้ากัลป์เขม็ง บอกว่าจะทำทุกอย่างจนกว่ามันจะยอมเปิดปากบอกความจริง กัลป์ไม่ยอมให้เธอทำร้ายเพื่อนของตน เพียงฟ้าไม่สนใจ ตรงเข้าไปยังห้องคุมขัง กัลป์เข้าขวาง “ผมเห็นองอาจตายต่อหน้าามาครั้งหนึ่ง ไม่ยอมให้เกิดขึ้นซ้ำสองแน่ ถึงเป็นคุณ ถ้าจำเป็นผมก็ต้องสู้” เพียงฟ้าคว้ามีดบินออกมาอย่างเอาเรื่อง กัลป์กระชับคมแฝกในมือ เตรียมสู้เช่นกัน ชายคนนั้นได้ที ทำเนียนสวมบทว่าตนเป็นนายอกเภอองอาจ แกล้งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “กับข้าวแสนอร่อย ทำด้วยความรัก ตักใส่จานด้วยหัวใจ เสร็จแล้วจ๊ะ…ลูกพี่กระรอกจ๋า”

กัลป์ถึงกับชะงัก เพียงฟ้าฉวยโอกาสพุ่งเข้าใส่ หมายจะจัดการมัน กัลป์ใช้คมแฝกขึ้นต้านรับมีดบินปกป้อง ยืนยันกับเธอด้วยเสียงหนักแน่นว่า ชายคนนี้คือองอาจ เพียงฟ้าหยุดกึกถามว่าแน่ใจได้อย่างไร กัลป์หวนนึกถึงอดีตตอนที่ไปตามองอาจที่บ้านพักนายอำเภอ เพื่อช่วยเรียกสติเพื่อนซึ่งกำลังเสียใจที่กระกรอกกับน้ำใจถูกพวกนายแสนยิงตายให้คืนมา ทุกคำพูดทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น กัลป์ยังจำได้ขึ้นใจ “วันนั้นผมอยู่กับองอาจตามลำพัง ไม่มีคนอื่น ถ้าเขาไม่ใช่องอาจ จะรู้ได้ไงว่าเกิดอะไรขึ้นที่บ้านหลังนั้น” “หลักฐานแค่นี้มันเชื่อไม่ได้ คนตายไปแล้ว คุณต้องยอมรับความจริง อย่าหลอกตัวเองเหมือนที่คุณเห็นฉันเป็นอัญชัญที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ฉันไม่ใช่…อย่าเอาทุกคนไปเสี่ยงกับความรู้สึกผิดของคุณ”

กัลป์กับเพียงฟ้าจ้องหน้ากัน ต่างคนต่างเชื่อมั่นว่าตัวเองคิดถูก บรรยากาศเริ่มตึงเครียด เพลิงกลับเข้ามาทันเวลาพอดี อ้างกับทุกคนว่ามีหลักฐานชี้ว่าองอาจยังมีชีวิตอยู่จริง ทุกคนจองเพลิงเป็นตาเดียวกัน “วันที่พวกมันบุกทำลายค่ายนาคินทร์ ผมสั่งให้คนของผมช่วยสืบเรื่ององอาจ…ร่างขององอาจไม่ได้อยู่ในโลงอย่างที่ทุกคนเข้าใจ เมือหลายเดือนก่อน หมอของรัฐอิสระที่เคยอยู่เมืองพล พบคนไข้ความจำเสื่อมที่โรงพยาบาลของรัฐอิสระ และที่สำคัญนายพลแฟรงค์เป็นคนพามารักษา รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด นี่คือหลักฐานประวัติคนไข้ที่สายของผมส่งมาให้”

กัลป์รีบมาดูเอกสารในมือเพลิง ในนั้นแจ้งว่าคนไข้คนนั้นชื่อองอาจ ชาตินักสู้ กัลป์ดีใจที่องอาจยังไม่ตาย ตะเภาก็เช่นกัน ตั้งข้อสังเกตว่าที่เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเพราะความจำเสื่อม แต่เพียงฟ้าไม่เชื่อ “ถึงยังไงฉันอยากเตือนคุณว่า อย่าให้ความผูกพันทำให้คุณอ่อนแอ ไม่งั้นจะเอาชนะแสนไม่ได้ เพราะเขารู้จุดอ่อนของคุณ” เพียงฟ้าโกรธเดินหนี ทุกคนต่างดีใจ เข้ามารุมล้อมคนที่คิดว่าเป็นองอาจ วิหคยังนิ่ง สีหน้าครุ่นคิดสงสัย เดินเลี่ยงออกมาเงียบๆ พลอยรุ้งเดินตาม ถามวิหคว่าไม่ดีใจหรือที่ลูกพี่ยังมีชีวิตอยู่

“ไม่รู้สิ หลักฐานทุกอย่างบอกว่าเป็นเฮียองอาจ แต่ทำไมความรู้สึกฉันมันค้าน ฉันไม่รู้สึกผูกพันกับคนคนนี้ ไม่เหมือนที่ฉันรู้สึกต่อเฮียอาจ” “เรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินไป จู่ๆคนที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วกลับฟื้นขึ้นมา เราต้องพิสูจน์กันว่าเขาคือเฮียองอาจของนายจริงหรือไม่” พลอยรุ้งเองยังไม่ปักใจเชื่อเหมือนกัน

ในเวลาเดียวกัน แสนกับจันทร์งามกำลังฉลองความสำเร็จที่แผนการยึดครองหัวเมืองต่างๆ เดินหน้าไปด้วยดี ชบา เสือกับขวานทยอยเข้ามารายงานว่าเราเพิ่งยึดหัวเมืองได้อีกสองแห่ง

“ไม่มีใครขวางเราได้ อีกไม่นานเราจะได้ครองแผ่นดินด้วยกัน” แสนกับจันทร์งามหันไปมองแผนที่ที่ราบสูงบนผนังห้อง ซึ่งตอนนี้มีธงราชสีห์และเวียงฟ้าติดอยู่เกินครึ่ง แล้วหันมาชนแก้วไวน์ยิ้มให้กันอย่างผู้ชนะ…

ฝ่ายตะโพนแกล้งป่วยเป็นไข้ตัวร้อน ตะเภาทำทีเป็นหยิบยามั่วๆส่งให้ตะโพน ชายที่ทุกคนคิดว่าเป็นองอาจตอนนี้แค่ถูกกักบริเวณและไม่โดนพันธนากร มองทั้งสองคนแล้วทำเหมือนนึกอะไรได้ บอกตะเภาว่ายานั่นไม่ใช่ยาแก้ไข้ ต้องเป็นอีกขวดหนึ่งตางหาก ตะเภากับตะโพนยิ้มดีใจ แกล้งทดสอบต่อหยิบขวดยาอื่นมาถาม เขาก็ตอบสรรพคุณของยาพวกนั้นได้ยอย่างถูกต้อง…

ด้านวิหคแกล้งซ่อมเครื่องมือผิดๆ ชายคนนั้นทำทีว่าจำอะไรได้เข้ามามองใกล้ๆ แล้วซ่องเครื่องมืออย่างชำนาญ วิหคถึงกับอื้ง แต่ความรู้สึกในใจยังค้านกับสิ่งที่เห็น เช่นเดียวกับเพียงฟ้าที่จับตาดูเหตุการณ์อย่างระแวงสงสัย ตาลเห็นท่าทางไม่สบายใจของท่านผู้นำ ก็ถามว่าเป็นอะไรไป “ทุกคนเชื่อว่าเป็นองอาจตัวจริง แต่ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจว่าเป็นกับดัก กว่าจะรอให้องอาจยอมบอกที่ซ่อนทุกอย่างอาจจะสายเกินไป ฉันไม่ยอมให้ภูกล้าต้องตายฟรี” เพียงฟ้าสีหน้าเด็ดเดี่ยว ด้านกัลป์กลับเชื่อหมดใจว่าชายคนนี้คือองอาจ เข้าไปคุกเข่าถามว่าแสนจับเด็กๆไปไว้ที่ไหน ชายคนนั้นยิ้มกวนโอ๊ยถามกลับว่าทำไมต้องบอกด้วย

“ถึงนายจะความจำเสื่อม แต่ความดีในใจนายต้องยังหลงเหลืออยู่ ลองทบทวนดูสิ ไอ้แสนกับเจ้าจันทร์งามฆ่าคนที่นายรัก จะปกป้องคนเลวทำไม” ชายคนนั้นจ้องตากัลป์นิ่ง สีหน้าครุ่นคิดบางอย่างกัลป์ถามคาดคั้นให้บอกว่าแสนจับเด็กไปไว้ไหน ย้ำว่าเข้าคือองอาจ ชาตินักสู้ เป็นพวกเดียวกับตนไม่ใช่พวกแสนเขาทำเป็นปวดหัว ส่ายหัวไปมาพูดว่าไม่รู้ๆ กัลป์ถามย้ำถึงที่ซ่อนเด็กอีก เขาทำเหมือนคิด แล้วกุมขมับร้องลั่นล้มลงหมดสติกัลป์ตกใจรีบประคอง “องอาจ ตื่นมาสิ ไม่มีเวลาแล้วองอาจ” กัลป์เครียดที่ยังไม่ได้คำตอบ…

ครู่ต่อมา กัลป์เรียกทุกคนมาประชุมปรึกษาเรื่องจะเข้าไปช่วยชาวบ้านอย่างคร่ำเคร่ง เพราะเกรงว่าถ้าชาวบ้านถูกแสนกดดันหนักเข้าจนทนไม่ไหว อาจต้องปะทะกับกองกำลังส่วนกลาง เพลิงเร่งให้รีบหาทางเอาตัวเด็กออกมาเพื่อลดความตึงเครียด เพียงฟ้าพูดอย่างท้อใจว่าเราไม่รู้ที่ซ่อนเด็ก ทันใดนั้นมีเสียงดังแทรกขึ้น “พี่กัลป์…ความทรงจำฉันกลับมาแล้ว ฉันจำที่ซ่อนตัวเด็กๆได้แล้ว” ทุกคนหันมองไปตามเสียง เห็นชายที่พวกกัลป์คิดว่าเป็นองอาจยืนอยู่ด้วยสีหน้าดีขึ้นมาก ทุกคนปรี่เข้ามามองเข้าด้วยความตื่นเต้น วิหคถามว่าจำที่ซ่อนเด็กได้จริงๆหรือ “จำได้แม้กระทั้งทางที่สามารถเข้าไปเอาตัวเด็กออกมาด้วยซ้ำ” เขาบอกด้วยสีหน้ามั่นใจ ทุกคนที่หลงเชื่อยิ้มให้กันอย่างมีความหวัง มาลัยกับเพียงฟ้าลอบมองชายคนนั้นด้วยความเคลือบแคลง…

จากนั้นไม่นาน เพียงฟ้าขอคุยกับกัลป์เป็นการส่วนตัว กัลป์ดีใจคิดว่าเธอมีเรื่องดีๆจะคุยด้วย แต่กลับกลายเป็นคำเตือนเรื่องชายคนนั้นแทน เธอไม่อยากให้เขาพลาดเหมือนที่เธอ เคยถูกแฟรงค์หลอก กัลป์ยิ้มดีใจ “คุณเป็นห่วงผม” “ฉันเป็นห่วงชาวเมืองพล เป็นห่วงแผ่นดินที่ฉันเข้ามาพึงพิงอาศัย ถ้าผู้กล้าของเมืองพลสิ้นท่า แผ่นดินนี้ก็จะมอดไหม้เพราะความชั่วช้าของจันทร์งามและแสน ราชสีห์” เพียงฟ้าพูดเลี่ยง กัลป์จับเมือเพียงฟ้าขึ้นมา สบตาเธอตรงๆ “คุณรู้สึกแค่นี้จริงๆเหรือ…เพียงฟ้า “การเสียสละของภูกล้าจะต้องไม่สูญเปล่า อีกไม่นาน…ฉันต้องกลับไปทวงแผ่นดินเกิดของฉัน ฉันจำเป็นต้องรู้สึกแค่นั้น” เพียงฟ้าดึงมือออก ผละจากไปอย่างคนตัดสินใจแล้ว กัลป์มองตามสีหน้าเศร้าใจ…

ขณะเดียวกัน แสนกระแทกคมแฝกลงบนโต๊ะด้วยความโมโห หงุดหงิดที่ชาวบ้านยังไม่ยอมจัดการกับกองกำลังส่วนกลางแทนเรา เสือคิดว่าพวกนั้นกล้าหือเพราะมีหน่วยรบรุกฆ่าอยู่เบื้องหลัง แสนเจ็บใจตวัดคมแฝกตีแก้วน้ำแตกกระจาย จันทร์งามปลอบว่าอย่างเพิ่งใจร้อน พวกนั้นไม่กล้าแข็งข้อตราบใดที่เรามีเด็กเป็นตัวประกัน แสนเย็นลง หันไปถามชบาว่าชายหน้าเหมือนองอาจส่งข่าวกลับมาไหม ชบาส่ายหน้า “คุณมั่นใจเหรอคะว่า จะไว้ใจอสรพิษที่ฆ่าได้แม้กระทั่งเจ้านายตัวเอง” จันทร์งามปรายตามองแสน “คุณเคยบอกเองไม่ใช่เหรอ ชัยชนะมักต้องแลกด้วยความเสี่ยง เบี้ยบางตัวอาจจะคุ้มค่ากับเการเดินหมากกระดานนี้ก็ได้” แสนยิ้มเหี้ยม…

ที่ตลาดเมืองพล สถานการณ์รอบแนวปิดกั้นเริ่มตึงเครียดชาวบ้านชักใจเสีย เพราะไม่รู้ว่าลูกหลานตัวเองปลอดภัยหรือเปล่าหลายคนเตรียมพร้อมปะทะกับกองกำลังส่วนกลางเพื่อแลกกับลูกๆ รองเพชรกับลูกน้อง พ่อปาน แม่แจ้ จงอางกับลำดวนได้แต่นั่งหน้าเครียด ทำได้อย่างเดียวคือรอความหวังจากเพลิงกับกัลป์

ในเวลาเดียวกันที่ค่ายนาคินทร์ กัลป์เรียกทุกคนประชุมด่วน ชายที่กัลป์คิดว่าเป็นองอาจเข้าประชุมด้วย วิหคกางแผนที่เมืองพลตรงหน้าทุกคน กัลป์ใช้คมแฝกวงกลมรอบแผนที่

“นี่คืออาณาเขตเมืองพลซึ่งเป็นประตูผ่านไปสู่หัวเมืองอื่นๆ ในเขตที่ราบสูง” ชายคนนั้นเอาสีเองมากาบาททางทิศเหนือของเมืองพล บอกว่าตรงนี้คือโรงปอร้างที่ซ่อนตัวเด็ก “หมากเกมนี้ เราต้องเดินด้วยสมองไม่ใช่กำลัง การเดินหมากแต่ละครั้งจะผิดพลาดไม่ได้ เพราะมันหมายถึงชีวิตที่พวกเราต้องสูญเสีย” กัลป์อธิบาย “พี่กัลป์คิดไว้รึยังว่าจะให้ใครเดินเกมที่ไหน” วิหคเอ่ยขึ้น

กัลป์ใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสั่งให้เพลิงกับตะเภาซี่งเปรียบเหมือนเรือกับม้าในเกมหมากรุกเคลื่อนตัวได้รวดเร็วไปช่วยเด็ก และขัดขวางไม่ให้เกิดการปะทะระหว่างชาวบ้านกับกองกำลังส่วนกลาง ส่วนเพียงฟ้ากับวิหคจะเฝ้าค่ายคอยส่งกำลังสนับสนุนถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาด พลอยรุ้งถามขึ้นว่าแล้วขุนอย่างกัลป์จะเดินเกมอย่างไร “ขุนก็ต้องเจอกับคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้ออย่าขุนเหมือนกัน ฉันจะพาพี่กับป์ไปจับตัวไอ้แสนที่สะพานร้อยศพ” “ทำไมต้องเป็นสะพานร้อยศพ?” ตะโพนถามชายที่ตนคิดว่าเป็นองอาจ “เพราะที่นั้นจะมีหัวเมืองใหญ่มารวมตัวกัน ถ้าพี่กัลป์เล่นงานไอ้แสนกับพวกตัวการใหญ่ได้ เมืองพลก็มีโอกาสรอดพ้นเงาชั่วร้าย” เพลิงตอบคำถามแทน “เราจะรุกฆาตคนชั่วให้จมแผ่นดิน” กัลป์เสียงเข้ม “รุกฆาต” ทุกคนต่างตะโกนลั่นด้วยสีหน้ามุ่งมั่นและจริงจัง…

หลังประชุมเสร็จ กัลป์มายืนทอดอารมณ์เพียงลำพังหลังค่ายนาคินทร์ มาลัยเป็นห่วงลูกมากเดินเข้ามาหา “แม่ไม่รู้ว่าพร่งนี้ลูกจะได้กลับมาอย่างปลอดภัยมั้ยไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เราจะมีชัยชนะหรือไม่ แต่แม่อยากเห็นลูกมีความสุข ถึงมันจะเป็นแค่วันสุดท้าย…แม่สัมผัสได้ถึงหัวใจของกัลป์กับเพียงฟ้าที่สื่อถึงกัน ลูกไม่ควรกลัวกำแพงที่ขวางกั้นความรู้สึกของลูกทั้งสอง ทำตามเสียงหัวใจตัวเองก่อนที่จะไม่มีโอกาสนั้นอีกเลย” กัลป์คิดคล้อยตามคำพูดของแม่ รีบตามหาเพียงฟ้าทันที…

ด้านวิหคเห็นว่าพรุ่งนี้จะต้องทำศึกใหญ่ ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง จึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าถึงเวลาที่ต้องบอกความในใจกับพลอยรุ้ง วิหคเดินเข้าไปหา จับมือพลอยรุ้งขึ้นมาสบตาหวานซึ้ง “ฉันรักเธอนะพลอยรุ้ง ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ฉันจะรักเธอเสมอไม่เปลี่ยนแปลง” …(คนพิมพ์ก็รักวิหคนะ รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน เฮอ เฮอ)… พลอยรุ้งอึ้ง อมยิ้ม ก้มหน้าเอียงอาย วิหครอคำตอบจากหญิงคนรักด้วยใจจดจอ พลอยรุ้งแกล้งทำหน้าอึกอักลำบากใจจนวิหคใจเสีย ก่อนโน้มต้วเข้ามาหอมแก้มวิหคเบาๆ แทนคำตอบ “ไชโย…พลอยรุ้งรับรักฉันแล้ว” วิหคอุ้มพลอยรุ้งด้วยความดีใจ ตะโกนซ้ำๆอยู่อย่างนั้น “นี่ อย่าเสียงดังสิ…อายคนอื่นเค้า” พลอยรุ้งตีวิหคด้วยความเขิน วิหคยังคงอุ้มพลอยรุ้งอย่างมีความสุข

จังหวะนั้น เพลิงกับตะเภาเดินจูงมือกันมา มองวิหคที่กำลังตะโกนบอกรักพลอยรุ้งไปรอบๆค่าย ตะเภายิ้มพอใจที่ผู้ชายปากแข็งอย่างวิหคยอมเปิดปากบอกรับพลอยรุ้งอย่างเป็นทางการเสียที เพลิงก็ดีใจที่พลอยรุ้งได้เจอคนดีๆ อย่างวิหค ตะเภาแกล้งถามว่าเสียดายหรือเปล่า เพลิงแหย่กลับว่าหวงหรือ “อย่างนายฉันไม่หวงหรอก แต่ถ้าควงใครให้เห็น…ตาย” เพลิงดึงตะเภาเข้ามากอดอย่างมีความสุข แวบหนึ่งสีหน้าเพลิงกลับเครียด กังวลถึงศึกในวันพรุ่งนี้…

ทางด้านกัลป์มาหาเพียงฟ้า แต่เธอเดินหนีตั้งใจจะหลบหน้า กัลป์รีบคว้าแขนไว้ เพียงฟ้าบอกให้เขาปล่อย กัลป์ไม่ยอม เธอพยายามดึงแขนออก กัลป์กลับกระชากตัวเข้ามากอด “เราจะพูดกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เหรอเพียงฟ้า เพราะวันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายของคุณกับผมก็ได้” เพียงฟ้าชะงัก อึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนดันตัวออกห่างกัลป์ถามตรงๆว่าเธอจะเสียใจไหมถ้าเขาตาย เพียงฟ้าตกใจรีบบอกว่าเขาจะต้องไม่ตาย และจะต้องไม่เป็นอะไรด้วย กัลป์ถึงกับยิ้มโล่งอก เพียงฟ้าขัดใจที่เห็นรอยยิ้ม ถามว่ายิ้มทำไม กัลป์บอกว่าดีใจที่เธอเป็นห่วง เพียงฟ้าแก้ตัวว่าไม่ได้เป็นห่วง

“เราสองคนต่างก็แบกภาระหน้าที่หนักอึ้งไว้บนบ่าโดยไม่รู้ว่าสงครามจะสิ้นสุดตรงไหนและเมื่อไหร่ แต่จะมีสักวันมั้ย…วันที่เราวางภาระเหล่านั้นลงสักพัก แล้วทำตามความต้องการของหัวใจเราบ้าง…ผมอาจจะรักอัญชัญมากเท่าชีวิต แต่ขอให้รู้ไว้ ตอนนี้…วินาทีนี้ คุณคือลมหายใจของผมนะเพียงฟ้า” เพียงฟ้าฟังคำสารภาพรักแล้วนิ่งอึ้ง มองกัลป์ยท่าทีที่อ่อนลง “คุณไม่ใช่ตัวแทนของใคร ผมรักคุณที่เป็นคุณ…รักจอมโจรนาคราชคนนี้จนหมดหัวใจ” “เพียงฟ้าน้ำตาซึมด้วยความดีใจ ไม่อาจทนกลั้นความรู้สึกของหัวใจตัวเองได้อีกต่อไป โผกอดกัลป์แน่นราวกับต้องการซึมซับช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุด กัลป์กอดตอบเธออย่างมีความสุขเช่นกัน

เช้าวันใหม่ ณ ค่ายนาคินทร์ วิหคทำพิธีเรียกขวัญกำลังใจให้พวกกัลป์เดินทางอย่างปลอภัย อวยพรให้เทพเจ้าแห่ง ดิน น้ำ ลม ไฟ ช่วยให้ภารกิจรุกฆาตสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โปรยดอกไม้ป่าใส่ทุกคน

“คนดีจงได้รับชัยชนะ คนชั่วช้าจงได้รับโทษทัณฑ์ที่ตัวเองก่ออย่างสาสม” สิ้นเสียงวิหค เหล่านักรบนาคินทร์ส่งเสียงเฮลั่นอย่างกึกก้อง มาลัยกล่าวอวยพรให้ทุกคนแคล้วคลาดจากสิ่งชั่วร้ายและอันตรายทั้งปวง กัลป์ก้มกราบแทบเท้าแม่ มาลัยประคองกัลป์ลุกขึ้นน้ำตาซึม ภูมิใจในตัวลูกมาก เพียงฟ้าอวยพรให้ทุกคนโชคี กัลป์มองเพียงฟ้าอย่างมีกำลังใจมากขึ้น “ศึกครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเรา ฉันอยากให้ทุกคนรู้ไว้ว่า ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้กล้าทุกคนจนวินาทีสุดท้าย วันนี้เราจะรุกไล่คนชั่วช้าให้หมดไปจากแผ่นดิน” กัลป์กล่าวจบ เหล่านักรบนาคินทร์ส่งเสียงเฮขึ้นอีกครั้ง…

ขณะเดียวกันทางเข้าเมืองพล พวกชาวบ้านที่ยืนเป็นโล่มนุษย์เริ่มแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งทนไม่ไหวเป็นห่วงลูกหลาน จะเข้าไปลุยกับทหารตามคำสั่งของแสนส่วนอีกฝ่ายหนึ่งขอร้องให้ใจเย็น รอพวกกัลป์มาก่อน รองเพชรกับลูกน้องและจงอางยืนปะปนอยู่กับชาวบ้าน เหลียวมองหน้ากันอย่างลำบากใจ

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างนัก แสนกับจันทร์งามยืนมองพวกชาวบ้านที่เริ่มแตกคอกันอย่างสะใจ รอคอยเวลาที่พวกนั้นกับกองกำลังจะเข้าเข่นฆ่ากันเองโดยที่พวกตนไม่ต้องสูญเสีย จังหวะนั้น ชบาเข้ามาแจ้งจันทร์งามว่ารถพร้อมแล้ว แสนหันไปร่ำลาจันทร์งามเหมือนกับมีภารกิจสำคัญที่ต่างฝ่ายต้องแยกกันไปทำ ต่างอวยพรให้กันและกันโชคดี จันทร์งาม ชบา กับองครักษ์เดินออกไปทางหนึ่ง แสน เสือ กับขวานและสมุนแยกไปอีกทาง ฝ่ายรองเพชรกับพวกเห็นท่าทีแข็งกร้าวของชาวบ้านด้วยสีหน้าวิตกกังวล จ่ากานพลูแนะว่าพวกเราต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง รองเพชรคิดไม่ออก ได้แต่ปลอบอย่างเชื่อมั่นว่า เพลิงจะต้องกลับมาช่วยพวกเราแน่นอน

(จบตอน 26)

Talk: พิมพ์มาห้าวันกว่าจะจบตอนที่ 26 คาดว่าทางทีวีตอนที่ 21 ในวันอังคารนี้ไม่น่าจะเล่นเกินจากนี้นะ ตอนที่ 27 ยังไม่ใช่ตอน อวสานนะ น่าจะเป็นตอนที่ 28 จะบอกว่าที่อ่านตอน 27 ไปแล้วนิดหนึ่งเนี้ยแบบเฮ้ยอะไรกันเนี้ย!!!! รอประมาณวันเสาร์โน่นละกัน อ่ะ…นึกขึ้นได้ไม่อยู่บ้าน แล้วจะอ่านหนังสือพิมพ์จากไหนละเนี้ย สงสัยจะอดหรือเปล่านะ ^___^

Add: แก้ข่าวปรากฏว่าในไทยรัฐวันนี้ อวสานแล้วจ้าขณะนี้ยังอยู่บ้านเพราะฟ้าฝนไม่เป็นใจ แอนด์ใครบางคนไม่ไปเจ็ดสีคอน งั้นวันนี้ถ้าทันจะเอาตอน 27 ลงให้อ่านละกัน แต่ว่าแล้วจะได้ลุ้นเหรอ หรือจะปิดบางตอนไว้ดีนะ ฮุ ฮุ (1 ตุลาคม 2552 9:49)

Drama

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาต ตอนที่ 25

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาตตอนที่ 25
โดย: แสงแข
บทประพันธ์และบทละครโทรทัศน์: คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
กำกับการแสดงโดย: นนทนันท์ สังขสวัสดิ์
ออกอากาศทาง: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เครดิต: ไทยรัฐฉบับวันที่ 23-24-25-26 กันยายน 2552

รุกฆาต ตอนที่ 25

ขณะทหารของแฟรงค์กำลังพากัลป์กับมาลัยไปขึ้นรถของแสนที่จอดอยู่หน้าบ้านพัก พลันมีดบินนาคราชพุ่งฉวัดเฉวียนปาดคอทหารที่คุมตัวกัลป์กับมาลับตายเรียบ แสน แฟรงค์ และพวกสมุนต่างมองอย่างตกใจ

มีดบินนาคราชอีกเล่มหนึ่งพุ่งตัดกุญแจมือที่คล้องกัลป์กับมาลัยออกอย่างรวดเร็ว กัลป์ตั้งหลักได้รีบคว้ามือแม่วิ่งหนี ขวานกับเสือเข้ามาขวาง กัลป์ชกทั้งคู่จนหน้าหงายแล้ววิ่งหนีไปทางตลาดเมืองพล องอาจกับทหารของแฟรงค์ขยับจะตามปัลป์ แต่เพียงฟ้า ภูกล้ากับเหล่านักรบนาคินทร์ยิงสกัดไว้ เพียงฟ้า ภูกล้ากับพวกไม่สามารถเข้าไปชิงตัวกัลป์กับมาลัยออกมาได้ เพราะกำลังคนน้อยกว่าและเกรงว่าจะเป็นกับดักอีก ได้แต่คอยช่วยอยู่ห่างๆ เพียงฟ้าหวังว่ากัลป์คงหาทางเอาตัวรอดได้ด้วยตัวเอง…

ตลอดทางที่กัลป์จูงมือมาลัยวิงหนีตาย ชาวเมืองพลบางส่วนที่ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของแสน รวมทั้งรองเพชร จ่ากานพลู และหมู่กร๊วกจะคอยตามช่วยสกัดพวกแสนและทหารของแฟรงค์ไม่ให้เข้าใกล้สองแม่ลูก โดยที่พวกเหล่าร้ายไม่รู้ว่าเป็นใครที่มาช่วย สุดท้าย กัลป์พามาลัยหนีตายมาจนมุมที่ซอยตันแห่งหนึ่งแต่ก่อนที่พวกแสนจะตามมาทัน ผนังท้ายซอยกลับเลื่อนเปิดออกแล้วเลื่อนปิดทันทีที่กัลป์กัลมาลัยวิ่งเข้าไปด้านใน ไฟในนั้นสว่างขึ้น กัลป์กับมาลัยต้องตะลึงที่เห็น จงอาง แม่แจ้ พ่อปานกับลำดวนยืนอยู่

จงอางยกมือไหว้ขอโทษกัลป์ที่หลงผิด และสัญญาว่าเขากับเพื่อนๆจะไม่กลับไปเป็นทาสยาเสพติดอีก กัลป์ขอบใจทุกคนที่ช่วยเหลือ แม่แจ้บอกปัดว่าไม่ใช่พวกตนที่ช่วย แต่เป็นพวกนักรบนาคินทร์กับชาวบ้านบางส่วน โดยการนำของรองเพชร จ่ากานพลูและหมู่กร๊วก “ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันจนได้นะ ฉันนึกว่าจะไม่ได้เห็นบรรยากาศของความสามัคคีซะแล้ว” มาลัยยิ้มดีใจ “สามัคคีจะทำให้เราปราบคนชั่วได้ ความสามัคคีเท่านั้นที่จะทำให้บ้านเมืองรอดพ้นปัญหาทุกอย่าง” กัลป์ยิ้มอย่างมีความหวัง หลบที่นั่นสักพัก รอจนพวกแสนเลิกตามหา จึงพามาลัยหนีไปยังค่ายนาคินทร์แห่งใหม่…

กัลป์พามาลัยเดินทางมาถึงค่ายนาคินทร์แต่เช้า ทุกคนต่างมารอต้อนรับ ตะเภายิ้มดีใจวิ่งเข้าไปกอดมาลัยแน่น มาลัยก็ดีใจที่เห็นตะเภายังไม่ตาย ตะเภาแนะนำมาลัยให้รู้จักเพียงฟ้า พลอยรุ้ง และวิหค มาลัยชะงักเมื่อเห็นหน้าเพียงฟ้า หลงดีใจคิดว่าอัญชัญยังไม่ตาย เพียงฟ้าเป็นตัวแทนกล่าวยินดีตอนรับมาลัยสู่ค่ายนาคินทร์…

ขณะเดียวกันที่ตลาดเมืองพล แสนแค้นใจมากที่เมื่อคืนมีคนช่วยกัลป์กับมาลัยหนี จึงพาพวกสมุนพร้อมอาวุธครบมือขึ้นรถกระบะวิ่งฝ่าเข้ามากลางตลาด อวดศักดาด้วยการยิงป์นขึ้นฟ้าดังสนั่นไปทั่ว พ่อปาน แม่แจ้ จงอาง ลำดวนกับชาวบ้านวิ่งออกมาดู แสนยืนประกาศอยู่ท้ายรถว่า เนื่องจากเริ่มมีชาวบ้านแข็งข้อ ดังนั้น ทุกคนต้องทำตามกฏที่เขากำหนด หันไปมองหน้าเสือกับขวาน ช่วยกันประกาศกฏเหล็กให้ได้ยินกันทั่วๆ “ข้อที่หนึ่ง ทุกคนมีหน้าที่จ่ายเงินเข้ากองทุนพัฒนาเมืองพล ห้ามเบี้ยว” “ข้อที่สอง คนหนุ่มสาวทุกคนต้องเข้าไปทานอาหารที่โรงทานและเข้าร่วมกับกองกำลังคุ้มเวียงฟ้า ห้ามบิดพร้วแม้แต่คนเดียว” “ข้อที่สาม ใครให้ความช่วยเหลือพวกกองโจรนาคินทร์ มีโทษตายสถานเดียว โดยไม่ต้องสอบสวน”

ชาวบ้านทุกคนต่างส่งเสียงฮือฮาไม่ค่อยพอใจ จังหวะนั้น รถขายยาขององอาจวิ่งเข้ามาพร้อมเสียงประกาศดังลั่น จนชาวบ้านหันมามอง องอาจใส่ชุดเหมือนองอาจคนเดิมไม่มีผิด แถมวิธีพูดก็เลียนแบบไม่ผิดเพี้ยน แทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนละคน ชาวบ้านเริ่มสับสน อดคิดถึงนายอำเภอองอาจไม่ได้ รองเพชร จ่ากานพลู กับหมู่กร๊วกลอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ จ่ากานพลูยังนึกว่าเป็นนายอำเภอองอาจตัวจริง รองเพชรต้องเตือนว่าไม่ใช่ นั่นมันองอาจตัวเลวต่างหาก จงอางตะโกนสวนขึ้น “นี่ไม่ใช่นายอำเภอของเรา มันคือไอ้องอาจ คนชั่ว วันก่อนมันยังมาเก็บค่าคุ้มครองจากเราอยู่เลย”

องอาจแย้งว่าเรื่องนั้นเป็นแค่แผน ตนเป็นนายอำเภอองอาจตัวจริง พูดหว่านล้อมให้ชาวบ้านหลงเชื่อ พอเห็นว่าไม่ได้ผล ชักปืนขึ้นเล็งไปยังแสน แสนตกใจชะงัก ทุกคนตกตะลึง เริ่มแทใจเชื่อว่าเป็นนายอำเภอองอาจตัวจริง จ่ากานพลูกับหมู่กร๊วกพลอยบ้าจี้ตาม วิ่งจากที่ซ่อนตรงไปหาองอาจ รองเพชรรีบวิ่งตามไปห้าม เลยกลายเป็นทั้งสามคนไปยืนสนับสนุนอยู่หลังองอาจ “นายอำเภอครับ นายอำเภอไม่ต้องสู้คนเดียว ยังมีชาวเมืองพลรวมทั้งพวกเราอยู่ข้างนายอำเภอและนักรบนาคินทร์ครับ” หมู่กร๊วกรีบเสนอตัว

องอาจยิ้มเหี้ยม ฉวยโอกาสนั้นรวบตัวรองเพชรพร้อมกับจ่อปืนใส่ หัวเราะชอบใจที่หลอกพวกรองเพชรให้หลงกลเผยตัวออกมา จงอางพยายามเรียกองอาจราวกับจะให้คืนสติ องอาจหันขวับ หน้าตาเอาเรื่อง “ไม่ต้องมาเรียก ฉันเห็นพวกแกชอบมองหน้าแปลกๆ วันนี้ฉันนึกครึ้มอกครึ้มใจเลยไปเอาเสื้อผ้ากับอุปกรณ์ประกอบ มาหลอกแกเล่นแก้เซ็ง ไม่นึกว่าขนาดนายแสนยังตกใจ” แสนยังไม่มั่นใจว่าองอาจทีเห็นเป็นตัวชั่ว องอาจเลยหันไปตบพ่อปาน แม่แจ้ กับลำดวนคนละทีจนล้มกลิ้งเลือดกบปากเพื่อเป็นการยืนยัน แสนยิ้มออก ตรงเข้าไปเล่นงานรองเพชรที่คิดแข็งข้อด้วยคมแฝกจนรองเพชรสลบเหมือด แสนกวาดตามองไปโดยรอบ ประกาศกร้าว “คราวนี้จำไว้ ไอ้อีชาวเมืองพลคนไหนใครกล้าทรยศเป็นศัตรูกับราชสีห์ เตรียมจัดงานศพได้เลย”

ที่เรือนจำแดนสอง เพลิงได้ยินเสียงผู้คุมคุยกันว่าเมื่อวานนี้แสนจับได้ว่ารองเพชรกับลูกน้องแอบไปช่วยพวกโจรนาคินทร์ เลยโดนลงโทษต่อหน้าชาวบ้านสะบักสะบอมราวกับเชือดไก่ให้ลิงดู ชาวบ้านจะได้เลิกช่วยพวกโจรนาคินทร์ เพลิงสีหน้าเป็นกังวลห่วงรองเพชร

ตกค่ำ ภายในคุ้มเวียงฟ้าแสนกับจันทร์งามปรึกษากันเรื่องที่ชาวเมืองพลบางส่วนคิดแข็งข้อ แสนกำชับเสือ ขวานกับชบาว่า ถ้าพบว่าชาวบ้านคนไหนต่อต้าน จัดการได้ทันทีไม่ต้องยั้งมือ จังหวะนั้น แฟรงค์ยิ้มเจ้าเลห์เดินเข้ามากับองอาจ ตั้งใจจะเข้ามาป่วนแสนกับจันทร์ สั่งองอาจยกป้ายผ้าตรางูเห่า มีอักษรภาษาอังกฤษ ตัวอยู่เอฟอยู่ตรงกลางขึ้นโชว์ จันทร์งามสงสัยว่าตราอะไร “ตามร้านต่างๆในเมืองพล บางร้านก็มีตราราชสีห์ของนายแสน บางร้านก็มีตราหงส์เหินของคุณ ผมก็ต้องมีตรางูเห่าของผมบ้างสิ” “จะมีตราหรือไม่ หน้าที่ของนายคือเคารพในเขตแดนที่เจ้าจันทร์งานได้แบ่งไว้ให้ ถ้ารุกล้ำล่ะก็เจอดีแน่”

แสนจ้องหน้าแฟรงค์อย่างเอาเรื่อง แฟรงค์ขอร้องให้ใจเย็นๆ แล้วทำหน้าเป็นยิ้มระรื่นชวนแสนกับจันทร์งามกินอาหารค่ำด้วยกัน เพื่อสร้างบรรยากาศสมานฉันท์ แสนไม่ชอบขี้หน้าแฟรงค์ มองอย่างระแวง พอถึงเวลาอาหร แฟรงค์แกล้งทำกร้มกริ่มใส่จันทร์งาม แสนหึงทนไม่ไหวลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารจะเข้าไปเอาเรื่อง สมุนของทั้งสองฝ่ายเกือบจะเปิดศึกย่อยๆกัน แสนจำใจต้องอ่อนข้อให้แฟรงค์ เก็บความแค้นกลับไปอาละวาดที่บ้านตัวเอง ทุบข้าวของระบายอารมณ์เจ็บใจที่ต้องมาคอยระวังแฟรค์เพิ่มอีกคน แค่จันทร์งามคนเดียวก็แทบกระอักเลือดอยู่แล้วเสือกับขวานมองเจ้านายอย่างหวาดๆกลัวถูกลูกหลง

“ถ้าเราไม่สูญเสียเพราะพวกไอ้นาคินทร์มาก่อน เราก็ไม่ต้องยอมไอ้แฟรงค์ ทั้งหมดนี้เพราะไอ้กัลป์แท้ๆ ฉันขอสาบานไว้ตรงนี้ สงครามครั้งนี้ไม่มีคำว่าอ่อนข้อ กัลป์ เกรียงไกร แสน ราชสีห์ จะมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่มีชีวิตอยู่” แสนสีหน้าเคียดแค้น…

ณ ค่ายนาคินทร์แห่งใหม่ กัลป์อารมณ์ดีลุกขึ้นเข้าครัวทำอาหารแต่เช้า ทุกคนรอชิมฝีมือพ่อครัวจำเป็นอย่างใจจดจ่อสักพัก ตาลยกถาดใส่อาหารตามกัลป์เข้ามาที่โต๊ะใหญ่กลางค่าย กัลป์ยกชามโจ๊กใส่ขิงซอยให้แม่ พลอยรุ้งถามกัลป์ว่าแกงจืดแตงกวายัดไส้สำหรับใคร กัลป์ยิ้มไม่กล้าตอบ เพียงฟ้าเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร กัลป์ยกถ้วยแกงจืดให้ แต่เธอกลับเลี่ยงไปกินอย่างอื่น พลอยรุ้งรู้งานรีบช่วยกัลป์พูด “ท่านผู้นำ มีคนทำแตงกวายัดไส้ให้ท่านนะคะ คนทำอุตส่าห์นั่งทำ ชิมสักหน่อยสิคะ”

เพียงฟ้างง ถามกัลป์ว่าทำให้เธอหรือ กัลป์พาซื่อตอบชัดถ้อยชัดคำว่า จำได้ว่าเธอชอบแกงจืดแตงกวา เท่านั้นแหละเพียงฟ้างอนวางช้อน เดินหนีออกมาทันที กัลป์รีบตามไปง้อ ตะเภางง ถามมาลัยว่าเกิดอะไรขึ้น “คนที่ชอบกินแตงกวายัดไส้ คือ อัญชัญ กัลป์จำผิดคนน่ะสิ” กัลป์ตามเพียงฟ้าจนทัน แล้วขอโทษ กัลป์พยายามแก้ตัวเท่าไหร่ก็ฟังไม่ขึ้น เพียงฟ้าต่อว่ากัลป์ต่างๆนานา กัลป์น้อยใจเลยเดินหนี เพียงฟ้าโกรธ เดินตามมาเอาเรื่อง ในที่สุดกลายเป็นทะเลาะกัน เพียงฟ้าฟิวส์ขาดลากกัลป์มาที่โต๊ะอาหารแล้วประกาศลั่น

“ฉันกับกัลป์ เราจะอยู่ในฐานะเพื่อนและฐานะผู้ร่วมงานที่ดีต่อกัน เมื่อเสร็จการรบครั้งนี้แล้ว หากพวกเรายังคงมีชีวิตอยู่ กองโจรนาคินทร์จะกลับไปแคว้นอิสระเพื่อเรียกร้องแผ่นดินของเรา” “ในขณะที่ผมจะกลับบ้าน ทำหน้าที่ลูกทีดีของแม่ ก็แค่ใช้ชีวิตให้มันจบๆไป รอเวลาที่จะไปพบกับอัญชัญ… ก็เท่านั้น” กัลป์พูดด้วยความน้อยใจ “ทุกอย่างชัดแจนดี เข้าใจกันทุกคนแล้วนะ” “ทุกอย่างชัดเจน เข้าใจดีมาก” ทั้งกัลป์และเพียงฟ้าเหมือนจะพูดกับทกคนที่โต๊ะอาหาร แต่กลายเป็ฯพูดโต้กันไปมาแค่สองคน แล้วต่างชิ่งหนีกันไปคนละทาง ทุกคนถึงกับอื้งรับประทาน ตะเภาหันไปถามพลอยรุ้งว่า สองคนนั้นบอกเลิกกันใช่ไหม พลอยรุ้งไม่ตอบได้แต่ถอนใจ ภูกล้ากลับไม่รู้สึกดีใจกับสิ่งที่ได้ยิน…

หลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ รองเพชรรวมหัวกับจ่าการพลูและหมู่กร๊วกวางแผนจะช่วยเพลิงแหกคุก รองเพชรใช้เส้นสายในคุก จนผ่านเข้าไปถึงห้องคุมขังด้านใน หมู่กร๊วกแกล้งเข้าไปป่วนในห้องธุรการของเรือนจำ ก่อนคว้ากูญแจโต๊ะทงานที่อยู่ใกล้มือติดออกมา เดินตามรองเพชรกับจ่าการพลูไปแดนคุมขัง ด้านรองเพชรกับจ่าการพลูเอาหล้าราดตัวจนเหม็นตลบ แล้วแกล้งเมาเหล้าเข้าไปเยี่ยมเพลิง หิ้วถุงอาหารพร้อมกับถุงขนมติดมือไปด้วย ทำเดินโซเซเลยเข้าไปหาเพลิงถึงหน้าห้องขัง ผู้คุมรีบมาห้าม

“ไม่ได้เลยนะ ผู้ต้องขังรายนี้เป็นรายพิเศษ ห้ามเยี่ยม ห้ามของฝาก” ร้องเพชรกับจ่าการพลูทำยื้อแย่งถุงอาหารกันไปมาจนถุงแตกกระจายเกลื่อนพื้น หมู่กร๊วกตามมาสมทบแกล้งทำกุญแจที่ขโมยมาหล่น ผู้คุมเห็นเข้าเลยลากพวกรองเพชรไปที่ห้องธุรกิการ เพลิงมองตามด้วยความเป็นห่วง ผู้คุมพยายามจะเอาผิดทั้งสามคนฐานขโมยกุญแจห้องขัง หมู่กร๊วกอ้างว่าไม่ได้ขโมย เก็บได้ตรงทางเดนต่างหากและที่สำคัญกุญแจที่ว่าก็ไม่ใช่กุญแจห้องขังแต่เป็นกุญแจโต๊ะทำงานของพวกผู้คุม ผู้คุมเห็นว่าสามคนไม่ได้ทำความเสียหายอะไรจึงปล่อยตัวไป

ฝ่ายเพลิงแปลกใจว่าทำไมรองเพชรบ้าบิ่นขนาดใช้วิธีขโมยกุญแจมาให้เขาดื้อๆ แต่แล้วนกเอะใจว่ากุญแจพวงนั้นไม่ใช่กุญแจห้องขัง รีบเอื้อมมือไปค้นเศษอาหารหน้าหน้องขังเจอลวดกับกิ๊บซ่อนไว้ในขนมปัง “สิ่งที่จะให้เราจริงๆไม่ใช่กุญแจ แต่คือไอ้นี่ต่างหากเพลิงยิ้มพราย”

หลังจากบอกเลิกกัลป์แล้ว เพียงฟ้านอนไม่หลับแอบมาหลบมุมร้องไห้ ภูกล้าเข้ามาหาเพียงฟ้ารู้สึกตัวรีบเช็ดน้ำตา หันไปถามว่มีธุรอะไร ภูกล้าแค่อยากมาขอบคุณแทนชาวนาคนทร์ทุกคน ที่เธอตัดสินใจเลือกพวกเราและประเทศชาติแทนหัวใจตัวเอง เพียงฟ้ารู้ดีว่าเธอกับกับป์ไม่มีทางจะลงเอยกันได้

“ภูกล้า ท่านหมือนครู เหมือนพี่ชาย เมื่อไม่มีท่านพ่อฉันมีแต่ท่าน ฉันเคยถามตัวเองเสมอ ทำไมฉันไม่รักท่าน เหมือนที่รักกัลป์” พอเอ่ยชื่อกัลป์ขึ้นมา เพียงฟ้าน้ำตาคลอ “ท่านรู้หรือคำว่าผมคิดยังไง” ภูกล้าตกใจ คาดไม่ถึง “ฉันอาจจะมอบความรู้สึกที่ท่านต้องการไม่ได้ แต่ฉันไม่อยากให้ท่านต้องเจ็บปวด เราเลิกสนใจเรื่องพวกนี้แล้วหันมาสนใจแต่การสู้รบจะดีกว่านะ” ภูกล้ามองเพียงฟ้าอย่างซาบซึ้ง ดึงเธอเข้ามากอด “เพียงท่านรู้ ท่านเข้าใจ ผมก็พอใจแล้ว…ตอนนี้ผมพร้อมที่จะสู้ พร้อมที่จะตายแทนท่าน…จอมโจรนาคราช…ผู้นำและเจ้าชีวิตของภูกล้า” ภูกล้าพูดอย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน รองเพชรกับลูกน้องและจงอางขอใช้ร้านกาแฟพ่อปานเป็นสถานที่ประชุมลับพูดจาหว่านล้อมชักชวนพ่อปาน แม่แจ้ ลำดวนและชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งเข้าร่วมขบวนการใต้ดิน “พวกกัลป์กับโจรนาคินทร์จะช่วยเรา เราจะรบแบบกองโจรไม่เปิดเผยตัว ถ้าเราช่วยกันมากๆ เขาก็ไม่รู้จะสงสัยใครดี” รองเพชรแจง “เมื่อหาเป้าหมายที่ชัดเจนไม่ได้ ก็ไม่รู้จะรบกับใคร” จงอางเสริม “ถ้าไม่เปิดเผยตัว ไม่เสียงนักก็อาจจะมีคนสนใจมากขึ้นนะ” แม่แจ้เริ่มคล้อยตามพวกชาวบ้านเช่นกัน

รองเพชรขอร้องทุกคนช่วยกันกระจายข่าวและหาแนวร่วม ให้เริ่มจากชาวบ้านที่คนการรีดไถของนายแสนไม่ไหวส่วนงานแรกของขวนการใต้ดินของเราคือการช่วยเพลิงแหกคุกคืนวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ทุกคนตกใจ เพราะงานแรกที่จะทำเป็นงานใหญ่มาก แต่ทุกคนมีสีหน้ามุ่งมั่น “คนที่ดูแลเรือนจำเมืองพลแต่ละคนก็เป็คนเมืองพล เป็นเพื่อน พี่น้อง ญาติเราทั้งนั้น เราลองขยายเครือข่ายไปที่กลุ่มนี้ก่อน” รองเพชรอธิบายแผนการ…

ใกล้ถึงวันอาทิตย์ มีชาวบ้านเข้าเป็นแนวร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ผู้คุมที่เข็นรถแจกหนังสือตามห้องขังก็เป็นหนึ่งในแนวร่วม โยนหนังสือที่แจะช่องใส่ปือนให้เพลิง ส่วนผู้คุมที่เป็นแนวร่วมอีกคน ก็แอบเอาเสื้อผ้าสำรหับใส่วันแหกคุก เป็นเสื้อขาว กางเกงขายาวสีดำพร้อมหมวกแก๊ปมาวางไว้ในห้องขังเพลิง ส่วนเพลิงเอากิ๊บกับลวดค่อยๆ ไขปลดล็อกประตูห้องขังจนสำเร็จ แต่รีบปิดกลับไปใหม่เพื่อรอจังหวะหนี…

ร้านกาแฟพ่อนปานกลายเป็นที่กระจายข่าวสารต่างๆ ให้ชาบบ้านแนวร่วมรับรู้ พวกคนหนุ่มสาวที่เคยเอาแต่ขี่รถเครื่องป่วนเมืองไปวัยๆ ช่วงนี้งดชั่วคราว หันมาเป็นแนวร่วมกันหมด… ข่าวเรื่องชาวบ้านเข้าเป็ฯแนวร่วมเพื่อช่วยเพลิงแหกคุกรู้ไปถึงกัลป์ ตะเภา กับมาลับที่ค่ายนาคินทร์ กัลป์ดีใจที่ชาวบ้านร่วมมือกันต่อสู้ เหมือนเบี้ยที่ไม่มีพิษสงในการะดานหมากรุก ถ้ารวมกันได้หลอกเดินทางโน้นทีทางนี้ที แม้แต่เรือ หรือม้าอาจโดนเบิ้ยกินได้ “คืนนี้ คนเมืองพลจะพิสูจน์ให้เห็น ประชาชนตาดำๆ เบี้ยตัวเล็กๆ เวลามันร่วมมือร่วมใจกัน คนเลวที่ไหนก็สู้ไรไม่ได้” ตะเภาเสริม มาลัยได้แต่ภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองทุกคนให้รอดปลอดภัย…

ถึงแวลาตามนัด นักโทษในเรือนนอนที่เข้าร่วมขบวนการใต้ดิน เริ่มจับคู่ทะเลาะกันหลายสิบคู่ แกล้งตีกันสร้างความโกลาหลไปทั่ว ผู้คุมต้องกดสัญญาณเตือนภัย เรียกผู้คุมจากแดนอื่นมาช่วย ฝ่ายเพลิงเปลี่ยนชุดแล้วนอนคุมโปงเตรียมพร้อมหนี พอเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น เพลิงรอจังหวะที่ผู้คุมแดนนี้วิ่งไปเรือนนอน ปราดไปที่ประตูห้องขังจัดการปลดล็อกเปิดประตูเดินออกไปอย่างรวดเร็ว…

ในเวลาเดียวกัน ด้านหลังเรือนจำ ผู้คุมคนหนึ่งแอบเปิดประตูเล็กด้านหลังให้สมุนของแฟรงค์ที่หน้าตาเหมือนองอาจเข้ามาทรมาณเพลิงเหมือนเช่นทุกครั้ง ทั้งสองคนเดินมาถึงห้องขังเดี่ยวของเพลิง มีร่างหนึ่งนอมคลุมโปงอยู่ ผู้คุมไขกุญแจประตูห้องให้เขาเข้าไป “ผมต้องไปก่อน วันนี้เรือนจำมีแต่เรื่อง นักโทษต่อยกัน น้ำไม่ไหล ไฟช็อต โอ๊ยเยอะแยะ ทำไมต้องวุ่นวายเฉพาะวันนี้ก็ไม่รู้” ผู้คุมรีบผละจากไป

สมุนของแฟรงค์เรียกเพลิงให้ลุกขึ้น แต่ร่างนั้นกลับนอนนิ่ง จึงคว้าร่างที่นอนให้หันมา เห็นนักโทษคนหนึ่งนอนแทนที่เพลิง ตกใจ แต่ยังไม่ทันทำอะไร นักโทษคนนั้นผลักเขากระแทกผนังแล้ววิ่งหนีไป “เฮ้ย…เดี๋ยวสิ จะไปไหน…แย่แล้ว ไอเพลิงหนีไปแล้ว” จากนั้นเขาก็วิ่งมาบอกพวกที่รอยู่หลังเรือนจำ ให้รีบตามหาเพลิง คิดว่ายังหนีไปได้ไม่ไกล…

หลังจากวิ่งตามมาถึงถนนหน้าเรือจำ เห็นชายใส่ชุดกางเกงดำเสื้อขาวใส่หมวกแก๊ป วิ่งลับๆล่อๆแถวต้นไม้ข้างทางจึงเข้าจู่โจม แต่กลายเป็นแค่คนหาปลา ส่วนสมุนบางคนที่แยกไปอีกทางก็เจอเงาคนวิ่งไปตามซอกตึกในเรือนจำ รีบตามไปดักหน้า กระแทกด้ามปืนใส่ “โอ๊ย…ผมมาเก็บขวดน้ำไปขายครับ ไหว้ล่ะ อย่าทำผมนะครับ” ชาวบ้านไหวปลกๆ

แล้วไม่ว่าพวกมันจะเดินไปทางไหนก็เจอแต่คนใส่เสื้อขาวกางเกงดำใส่หมวกแก๊ปทำลับๆล่อๆ แต่ไม่ใช่เพลิงสักคนเล่นเอาทุคนงุนงง ปวดหัว ส่วนผู้คุมรู้ว่าเพลิงแหกคุก รีบรวบรวมกำลังคนออกไล่ล่า วิ่งมาขึ้นรถที่หน้าตึกบัญชาการ รถทุกคันรวมทั้งมอเตอร์ไซค์ถูกเจาะยางแบนไปไหนไม่ได้ ทางด้านเพลิงหนีลัดเลาะจนมาถึงถนนมุ่งสู่เมืองพลจังหวะนั้น มีมอเตอร์ไซค์คัหนึ่งมาจอดเทียบ เพลิงไม่รอช้าตวัดปืนใส่ ร้องเพชรรีบถอดหมวกกันน็อกออก “มาครั้บผมจะไปส่งที่ชายป่า เดี๋ยวจะมีคนมารับต่อไป”

เพลิงขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ รองเพชรเร่งเครื่องออกไปทันที ครู่ต่อมาเพลิงมาถึงชายป่า เจอกับกัลป์กับนักรบนาคินทร์รออยู่ กัลป์กับเพลิงต่างสวมกอดกันด้วยความดีใจ “ฉันมารอรับนายโดยเฉพาะ น้องชาย” “คืนนี้มันอะไรกันครับพี่กัลป์ พวกนาคินทร์ไปเอากำลังเสริมมาจากไหนเยอะแยะไปหมด” “กำลังเสริมอะไรกัน ชาวบ้านเมืองพลเขาพร้อมใจช่วยนายต่างหาก” กัลป์ยิ้ม รีบพาเพลิงออกเดินทางไปยังค่ายนาคินทร์

จันทร์งามเรียกแสนกับแฟรงค์ประชุมด่วนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แสนฉุนจัดที่เลพิงหนีรอดไปได้ เท่ากับพวกกัลป์ได้หมากตัวสำคัญคืนไป ชบาแน่ใจว่าชาวบ้านต้องมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ บางทีพวกนั้นอาจจะใช้วิธีรบแบบกองโจรกับพวกเรา แฟรงค์ไม่อยากจะเชื่อว่าชาวบ้านจะกล้าหือขนาดนั้น

“เพลิงหนีรอดไปได้เมื่อคืนนี้ ไม่ใช่แค่พวกรองเพชรเท่านั้นที่ช่วยต้องมีพวกชาวบ้านให้ความร่วมมืออีกไม่ต่ำกว่าสามสิบคน… ท่าทางเราจะแย่แล้วครับนาย” สมุนมือขวาของแฟรงค์ที่หน้าเหมือนองอาจชักหวั่นใจ “ไอ้พวกคนทรยศเลี้ยงเสียข้าวสุก ทำขนาดนี้มันยังไม่กลัว ก็ต้องทำเพิ่มขึ้นอีก” จันทร์งามหันมองแสน แสนรู้ใจรีบสั่งให้ขวาน เสือ ชบากับมือขวาของแฟรงค์เก็บเกินค่าพัฒนาเมืองพลเพิ่มขึ้นอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เป็นค่าที่พวกชาวบ้านกล้ากำแหงกับเราและพกอาวุธติดตัวระหว่างเก็บเงินด้วย ถ้าใครขวางกำจัดให้สิ้นซาก…

ในเวลาเดียวกัน รองเพชรเรียกประชุมผู้ร่วมขบวนการใต้ดินที่ร้านกาแฟพ่อปาน แจกจ่ายเอกสารวิธีทำระเบิดหลากหลายชนิดแบบง่ายๆด้วยตัวเอง ที่ได้มาจากค่ายนาคินทร์ให้ทุกคนคนละปึกใหญ่ “แจกๆกันไป ช่วยกันส่งให้เด็กหนุ่มสาวของเราช่วยกันทำ แต่ย้ำว่า ต้องใช้งามจำเป็น แอบใช้เท่านั้น อย่าใช้ซึ่งๆหน้าไม่งั้นจะเป็นอัตราย” ร้องเพชรกำชับทุกคน พ่อปานอ่านเอกสารแล้ว ไม่แน่ใจว่าระเบิดที่ทำจากตำราของนายอำเภอองอาจจะใช้ป้องกันตัวได้จริงหรือเปล่ารองเพชรอ้างว่าถ้าระเบิดมีจำนวนมากพอ ก็น่าจะมีอานุภาพรุนแรงมาขึ้นตามไปด้วย “พวกนายแสนกับเจ้าจันทร์งามจะได้รู้ฤทธิ์เดชของพลังมวลชนก็คราวนี้” แม่แจ้เสียงเข้ม

รุ่งขึ้น เสือ ขวานกับสมุนอีกสองคนถือกล่องกระดาษมารีดเงินเข้ากองทุนพัฒนาเมืองพลตามแผงค้าในตลาดจนมาถึงร้านขายขนมหวาน เจ้าของร้านรีบคว้ากระป๋องเงินวิ่งหนีขวามตามไปแย่งแล้วเทเงินใส่กล่องตัวเอง พอเห็นว่าเงินจำนวนน้อยถือโอกาสหยิบถาดขนมติดมือไปด้วย เสือกับขวานแย่งกันกินขนมอย่างเอร็ดอร่อยได้สักพักเริ่มมีอาการแปลกๆ ท้องไส้ปั่นป่วน ผายลมปูดปาดเห็มตลบ รู้ทันทีว่าขนมใส่ยาถ่ายรีบชวนกันกลับ ระหว่างทางที่ทั้งสองคนจำพรวดๆ ผ่นป้ายผ้าผืนใหญ่จากบนตึกคลีออก พร้อมกับข้อความ “หน่วยรุกฆาต พร้อมสู้อำนาจเถื่อน” ปรากฏอยู่บนนั้น

ด้านชบากับเหล่าองครักษ์เดินรีดไถเงินจากร้าค้าในตลาดก็เจอกการต่อต้านเช่นกัน ชบากับพวกถูกหลอกเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ก่อนถูกระเบิดยาสลบเล่นงานหมดสติ ฝ่ายมือขวาของแฟรงค์ก็ถูกหลอกให้ล้วงเข้าไปในกล่องเก็บเงินที่มีงูเห่าตัวเป้งอยู่ในนั้น เลยโดนกัดเข้าอย่างจัง ถึงกับโกรธจัดแทบคลั่ง ยิงปืนกราดไปรอบๆ ลูกน้องต้องเตือนเขาให้รีบไปหาหมอก่อนพิษจะกำเริบทันใดนั้นป้ายฝ้าผืนใหญ่มีข้อความ “หน่วยรบรุกฆาตพร้อมสู้อำนาจเถื่อน” ถูกปล่อยลงมา มือขวาของแฟรงค์เห็นป้ายผ้ายิ่งแค้นใจกล่าวอาฆาตเสียงลั่นว่า ความแค้นในวนนี้ วันหลังจะต้องมาทวงคืนแน่นอน…

ครู่ต่อมา ชบา เสือ ขวานกับมือขวาของแฟรงค์กลับไปรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจันทร์งาม แสนและแฟรงค์ แสนไม่พอใจอย่างมากที่ชาวบ้านชักจะแข็งข้อขึ้นทุกวัน แฟรงค์เห็นด้วยว่าทิ้งไว้แบบนี้ไม่ได้ ถ้าคนทั้งเมือร่วมมือกัน ต่อให้กองกำลังของพวกเราสามคนรวมกันก็ยากจะรับมือไหว “รอไม่ได้แล้ว เราต้องรีบเผด็จศึกมันให้เสร็จสิ้นภายใรววันนี้…สั่งการออกไป หุกหน่วยเตรียมพร้อมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ในเมื่อมันรุกฆาตเรา เราก็จะรุกฆาตมัน” แสนเสียงกร้าว

ระหว่างเพลิงอยู่ที่ค่ายนาคินทร์ พลอยรุ้งพยายามหลบหน้าเขาตลอด จนถึงวันนี้ ทั้งสองคนต้องมาเผชิญหน้ากันโดยบังเอิญ ขณะเพลิงกำลังคำความสะอาดปืนอยู่ พลอยรุ้งจะเดินหนี แต่เพลิงเรียกไว้ทัน ขอคุยเพื่อเคลียร์ปัญหาคาใจ

ตำเภา วิหค กับตะโพนนั่งทำระเบิดอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ห่างนัก เห็นเพลิงกับพลอยรุ้งคุยกันเลยขยับออกห่าง วิหคกับตะเภานั่งหันหลังให้ทั้งคู่แล้วทำงานต่อ ส่วนตะโพนคอยเหลือบมองพลอยรุ้งกบเพลิงเป็นระยะๆ “พวกแฟนเก่าเหมือนบัว ตัดยังไงก็ยังมีเยื่อใย” “ลุงนี่อยู่กับศพมากปากเลยเน่าตาม…วิหคไม่ต้องไปฟังงานเราเยอะแยะ…หนักแน่นเข้าไว้ ทำงานๆ” ตะเภาตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่ออย่างขะมักเขม้นท ตะโนนถูกด่าแล้วยังไม่หยุดปากเสีย คอยบรรยายอากัปกิริยาของเพลิงกับพลอยรุ้งตลอด พอเลิงจับมือพลอยรุ้งเพื่อปลอบอย่างเพื่อน ตะโพนก็บรรยายอย่างตื่นเต้นว่าสองคนนั่นจับมือถือแขนกัน จนวิหคนั่งไม่ติด ตะเภาต้องคอยเตือนวิหคอย่าวอกแวก ตั้งสติให้ดี

ด้านเพลิงอยากให้พลอยรุ้งระบายความอัดอั้นทั้งหมดออกมาเพื่อความสบายใจ ทุกอย่างจะได้จบ และกลับมาเป็นเพื่อนกับเขาอีก เลิกมีความแค้นต่อกัน ยิ่งฟังเพลิงพูด พร้อยรุ้งก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ ถามว่าจะมีวิธีทำให้เรากลับมาเป็นเพื่อนกันได้จริงหรือ เพลิงหยิบคมแฝกที่อยู่ข้างๆปืนยื่นให้ “มีสิ นี่ไง คมแฝกนี่ จัดการซะ จะตีฉันตรงไหนก็ได้ กี่ทีฉันก็ยอม จัดการลงโทษฉันตามความแค้นของเธอ เราจะได้กลับมาเป็นเพื่อนกัน”

พลอยรุ้งเริ่มสติแตกหันไปคว้าปืนขึ้นมาจ่อเพลิแทน เพลิงตกใจคาดไม่ถึงเช่นเดียวกับตะโพนทีรอ้งเอะอะว่าเอาแล้วๆ ตะเภาลุกพรวดขึ้นอย่างหมดความอดกลั้น เดินตรงเข้าไปหาทั้งคู่ กะจะเอาระเบิดไปโยนใส่ “เอ้าเฮ้ย แล้วบอกให้เราหนักแน่น ตัวเองแผ่นไปโน่นแล้ว เดี๋ยวๆ ยายหมวย” วิหครีบวิ่งตาม ตะเภาโวยวายเข้ามา วิหคกับตะโพนตามมาติดๆ ทุกคนต้องตกใจเมื่อเห็นพลอยรุ้งเอาปือจ่อเพลิง ตะเภากับวิหคต้องช่วยกันกล่อมอยู่พักใหญ่กว่าพลอยรุ้งจะทำใจไม่โกรธเกลียดเพลิง เล่นเอาตะเภา วิหค กับตะโพนใจหายใจคว่ำ เพลิงเห็นพลอยรุ้งอ่อนลงจึงคว้าปืนจากมือ แล้วดึงเธอเข้ามากอด “ฉันเป็นพ่อแม่ให้เธอไม่ได้ แต่ฉันขอเป็นครอบครัวเป็นพี่เป็นพื่อนต่อไปนะ…พร้อยรุ้ง” พลอยรุ้งได้สติกลับคืนมา กอดเพลิงตอบ ร้องไห้โฮ…

ก่อนจะเปิดศึกรุกฆาตกับพวกแสน กัลป์ เพียงฟ้า ภูกล้า ตะเภากับเพลิง ตะโพน พลอยรุ้งกับวิหค และมาลัยมานั่งล้อมวงกัน ระบายความเจ็บแค้นที่ต่างเคยสูญเสียคนที่ตนรักไปพร้อมกับสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กัน “เพื่อคนรักที่ตายไป เพื่อผู้กล้าทั้งหลายที่อยู่บ้นฟ้า เพื่อบูชาสิ่งที่ดีงามให้คงอยู่ เราจะสู้ สู้อย่างไม่เสียดายชีวิต” กัลป์ประกาศก้องอย่างฮึกเหิม “สู้” ทุกคนต่างลุกขึ้นยืน ตะโกนพร้อมกัน…

แสน ขวาน เสือและพวกสมุนออกเดิตรวจตลาดแต่เข้า แสนสั่งสมุนให้เก็บเงินเข้ากองทุนพัฒนาเมืองพลเพิ่มจากคนละห้าร้อยบาทเป็นหนึ่งพันบาท จังหวะนั้น แสนสังเกตเห็นชาวบ้านเดินหอบถุงใส่ข้าวสารอาหารแห้ง หน้าถุงมีตรางูเห่าสัญลักษ์ของแฟรงค์เดินอยู่ข้างหน้า แสนเข้าไปกระชากถุงจากมือชาวบ้านถามว่าไปเอามาจากไหน ชาวบ้านตกใจกลัวมาก ชี้บอกทางไปอีกด้านหนึ่งของตลาด แสนกับพวกรีบไปที่นั่นทันที…

เสียงทหารของแฟรงค์ประกาศเชิญชวนชาวบ้านมารับของแจก ขณะแฟรงค์กำลังแจกจ่ายถุงยังชีพกับเสื้อยืดมีตางูเห่าพร้อมอักษรภาษาอังกฤษตัวเอฟอยู่ด้านหน้าให้พวกชาวบ้าน “ใส่เสื้อนี้แล้ว ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนหรือมีใครทำอะไรให้ไม่พอใจ บอกผมได้ ผมยินดีช่วยเหลือเต็มที่” “ทำอย่างนี้มันจะมากไปแล้ว…ที่นี่เมืองพล ไม่ใช่รัฐอิสระถึงคิดจะข้ามหน้าข้ามตาใครก็ทำได้”

แฟรงค์หันไปมองตามเสียง เห็นแสนกับพวกเดินเข้ามาอย่างไม่พอใจ แฟรงค์อ้างว่าเห็นชาวบ้านเดือนดร้อนก็เลยอยากช่วย ที่สำคัญอีกหน่อยเมืองพลกับรัฐอิสระก็จะเป็นแผ่นดินกันแล้ว แสนไม่ฟัง ต่อว่าแฟรงค์ว่าไม่มีสิทธิ์มาแจกข้าวของซื้อใจพวกชาวบ้านแบบนี้ แฟรงค์กร้าวเข้าใส่แสนอย่างไม่ย้อมแพ้แสนโกรธเข้าไปกระชากคอเสื้อแฟรงค์ จันทร์งามเข้ามาห้ามไว้ทันก่อนทั้งสองฝ่ายจะยกพวกตีกันเอง หันไปถามแสนว่ามีเรื่องอะไรกัน “มันเอาตราสัญลักษณ์ของมันเที่ยวแจกชาวบ้าน ทำเหมือนว่าเมืองนี้เป็นของมัน” เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ กัลป์กับหน่วยรบรุกฆาตรอเวลาให้พวกมันกัดกันเอง…

ในเวลาต่อมา ที่ท่าน้ำเมืองพลแฟรงค์มาถึงจุดนัดพบพร้อมด้วยสมุนมือขวากับลูกน้องติดตาม เห็นแสน เสือ ขวาน กับสมุนยืนรอดยู่แล้ว ทั้งแสนและแฟรงค์ต่างไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันเป็นทุนเดิม เรื่องเจรจาจึงไม่มีทางเป็นไปได้ จันทร์งามโผล่เข้ามาพร้อมด้วยชบากับเหล่าองครักษ์ “แบ่งผลประโยชน์กันลงตัวหรือยัง…ถ้ายัง…ฉันจะช่ยแบ่งให้แต่หลังจากคนที่ทรยศอย่างแกสองคนตายไปแล้ว” ขาดคำของจันทร์งาม ทหารของคุ้มเวียงฟ้าก็กรูกันเข้าล้อมคนของแฟรงค์ไว้ แฟรงค์ซึ่งระแวงจันทร์งามมาตั้งแต่แรก เลยเข้าใจผิดว่าเธอร่วมมือกับแสนหักหลังเขา สมุนมือขวาของแฟรงค์ไม่รอช้า คว้าระเบิดมาขึ้นมาโยนใส่จันทร์งาม เสียงระเบิดดังกึกก้อง คนของคุ้มเวียงฟ้ากับคนของแฟรงค์เปิดฉากยิงใส่กันอุตลุด สมุนมือขวาของแฟรงค์ชักคมแฝกออกมาตีเปิดทางให้แฟรงค์หนี ขณะที่เสือกับขวานคุ้มกันแสนหนีออกไปเช่นกัน จันทร์งามหันไปเห็น รีบสั่งการคนของตนตามไปจัดการพวกมัน อย่างให้คนทรยศหนีรอดไปได้

ขณะเดียวกัน วิหคส่องก้องส่องทางไกลเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สั่งพลอยรุ้งวิทยุแจ้งกัลป์ว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนพวกมันกัดกันเองแล้วลงมือได้ จากนั้นกัลป์สั่งเหล่านักรบนาคินทร์ที่ซุ่มอยู่รอบๆ คุ้มเวียงฟ้าโจมตีทันที องครักษ์ที่รักษาความปลอดภัยรอบคุ้มเวียงฟ้าไม่ทันตั้งตัวถูกสังหารเรียบ กัลป์หันไปสั่งตะโพนและนักรบอีกส่วนหนึ่งค้นให้ทั่วทุกซอกมุม รวบรวมหลักฐานความชั่วต่างๆของพวกมันมาให้หมด ตะโพนเอาบัญชีเนฝากธนาคารต่างประเทศของจันทร์งามยื่นให้กัลป์ดู “คงเป็นเงินที่มันขายยาเสพติดแล้วส่งฟอกที่ธนาคารต่างประเทศ…ดี…เราจะได้มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มนายพลแฟรงค์ด้วย” กัลป์สีหน้าพอใจ รีบเข้าไปค้นหาหลักฐานสำคัญต่อ

ด้านองค์รักษ์จันทร์งามที่หนีรอดไปได้ แอบส่งวิทยุไปแจ้งผู้การสุชาติ ตำรวจที่เป็นคนของจันทร์งามว่าคุ้มเวียงฟ้าถูกยึด ผู้การสุชาติรีบสั่งการให้ตำรวจในสังกัดยกกำลังไปช่วยแต่พอผู้การสุชาติกับพวกลงมาจากโรงพักต้องตกใจที่เห็นรองเพชร จ่ากานพลูกับหมู่กร๊วกนำชาวบ้านนับร้อยมาปิดล้อมโรงพัก ทำให้ผู้การสุชาติไม่สามารถออกไปไหนได้

เวลาเดียวกันนั้น แฟรงค์และแสนต่างวิ่งหนีจะขึ้นรถของตน จันทร์งามฉุนขดวิ่งไล่ตามมาติดๆ ซัดมีดบินหงส์เหินออกไปสองเล่มพร้อมำน พุ่งเข้าใส่แสนกับแฟรงค์คนละเล่ม แสนใช้คมแฝกีมีดบินออกจากตัว ส่วนแฟรงค์ชักปืนยิงมีดบินหักเป็นสองท่อน แสนใช้คมแฝกชี้หน้าจันทร์งาม ถามว่าทำไมทำอย่างนี้

“ฉันต่างหากที่ต้องถามคถุน ทำไมสมคบกันหักหลังฉัน” แสนปฏิเสธว่าไม่เคยทำอย่างนั้น กว่าคนชั่วทั้งสามจะรู้ตัวว่าถูกจัดฉากก็เกือบจะฆ่ากันเอง วิหคที่ส่งกล้องดูอยู่หันไปบอกเพียงฟ้าว่าพวกนั้นรู้ตัวแล้ว เพียงฟ้าสั่งเหล่านักรบนาคินทร์เข้าโจมตีทันที นักรบนาคินทร์กรูกันออกจากที่ซ่อนระดมยิงใส่คนของแฟรงค์และจันทร์งาม เพียงฟ้ากับภูกล้าวิงเข้ามาสมทบ “จับพวกมันไว้ อย่าให้หนีไปได้” เพียงฟ้าสั่งการ “ที่แท้ก็เป็นฝีมือพวกแกนี่เองไ จันทร์งามเจ็บใจ แค้นใจ

ภูกล้าไม่รอช้าชักระบองยาวฟาดใส่จันทร์งาม ชบากระชากมีดออกมากันไว้ทัน บอกจันทร์งามหนีไป เสือกับขวานเข้ามาช่วยยิงเปิดทางให้แสนกับจันทร์งามขึ้นรถหนีไปจนได้ ภูกล้ากับชบาเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด ฝ่ายแฟรงค์วิ่งหนีเพียงฟ้ามาจนมุม จึงหันกลับไปเผชิญหน้า กระชับปืนในมือจะยิงใส่ เพียงฟ้าไวกว่า เหวี่ยงคมแฝกแบบบูมเมอแรงกระแทกปืนในเมือแฟรงค์กระเด็นตกพื้น ปรี่เข้าใส่หมายจะจัดการขั้นเด็ดขาด สมุนมือขวาของแฟรงค์ที่หน้าเหมือนองอาจยื่นคมแฝกกันไว้ทัน

แฟรงค์ฉวยโอกาสนั้นคว้าปืนขึ้นยิงเพียงฟ้า ภูกล้าตามเข้ามาทันพอดี พุ่งตัวเข้าขวางรับกระสุนแทน เพียงฟ้าฟาดคมแฝกใส่สมุนมือขวาของแฟรงค์จนเสียหลัก ก่อนวิ่งมาประคองภูกล้าไว้ในอ้อมกอด วิหคกับพลอยรุ้งเห็นท่าไม่ดีออกจากที่ซ่อนรีบตามเข้ามาช่วยเพียงฟ้า ภูกล้าบอกเพียงฟ้าให้รีบหนี ไม่ต้องเป็นห่วงตน เพียงฟ้าไม่ยอม จะประคองเขาลุกขึ้นพาหนีไปด้วยกัน สมุนมือขวาของแฟรงค์ควงคมแฝกเข้ามาตีกระหน่ำใส่ เพียงฟ้าได้แต่ยกคมแฝกขึ้นต้านรับ สุดท้ายเธอสู้แรงกระแทกอย่างหนักหน่วงไม่ไหว ถูกฝาดจนคมแฝกกระเด็นหลุดมือ

ภูกล้าหันไปคว้ากระบองยาว ยันกายรุกขึ้นจะไปช่วยเพียงฟ้า ชบาวิ่งมาขวางไม่ยอมให้ไป ภูกล้าผลักชบาพ้นทางควงกระบองยาวเข้าไปขวางคมแฝกที่พวาดใส่เพียงฟ้าไว้ได้ทัน ก่อนตีโต้กลับอย่างไม่กลัวตาย พลอยรุ้งกับวิหคเข้ามาช่วยพาเพียงฟ้าหนี แต่เพียงฟ้าไม่ยอมทิ้งภูกล้า ดึงดันจะเข้าไปช่วยให้ได้ ภูกล้าสั่งวิหคกับพลอยรุ้งให้พาเพียงฟ้าหนี พลอยรุ้งกับวิหคเงอะงะไม่รู้จะทำยอ่างไรดี “ไม่ได้ยินหรือไง…ฉันบอกให้พาท่านผู้นำหนีไป” ภูกล้าเริ่มต้านแรงสมุนของแฟรงค์ไม่ไหวล้มลง สมุนมือขวาของแฟรงค์จะตามไปจัดการเพียงฟ้า ภูกล้าตัดสินใจกระโดดล็อกตัวไว้ สมุนมือขวาอัดภูกล้าจนเซถลาล้มคว่ำ ปรี่เข้าหาเพียงฟ้าอีก ภูกล้าจะตาม แฟรงค์เข้าไปกระชากตัวภูกล้าขึ้นมาตะคอกถามอย่างแดกดันว่าเก่งนักใช่ไหม “ก็พอตัว ไม่งั้นก็จัดการกับคนอย่างแกไม่ได้”

แฟรงค์งงไม่เข้าใจ ภูกล้ายิ้มเจ้าเล่ห์ยื่นระเบิดมือให้แฟรงค์ดู แฟรงค์ตกใจตาเหลือก ตะเกียกตะกายหนีแต่ไม่ทัน เสียงระเบิดดังกึกก้อง ชบาตกใจร้องเรียกภูกล้าลั่น เพียงฟ้าเสียใจจะเข้าไปช่วยภูกล้า วิหคกับพลอยรุ้งทั้งดึงทั้งรั้งตัวออกไปจนได้ ชบารีบเข้าไปรวบร่างเต็มไปด้วยเลือดของภูกล้าขึ้นมากอดร้องไห้โฮเสียใจอย่างมาก พลันได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลืออย่างเจ็บปวดชบาหันขวับไปมองเห็นแฟรงค์นอนร้องครวญคราง จึงหยิบปืนขึ้นมา เดินเข้าไปหาแฟรงค์ด้วยใจแตกสลาย “แกฆ่าคนที่ฉันรัก…แกต้องชดใช้”

มีเสียงดังขึ้นข้างหลังชบา สั่งให้ทิ้งปืน ชบาหันกลับไปมองสมุนมือขวาของแฟรงค์เล็งปืนมายังตน ชบาทำใจดีสู้เสือแนะนำว่าแฟรงค์คงอยู่อีกไม่นาน ดังนั้นเขาควรจะคิดหานายใหม่ได้แล้ว แฟรงค์ตกใจ “ฆ่ามัน จะเอาเท่าไรก็บอกมา ฉันยินดีจ่ายไม่อั้น” “มันให้เท่าไหร่ เจ้าจะให้แกสองเท่า” ชบาต่อรองอย่างเหนือชั้น “คนอย่างฉันเงินซื้อไม่ได้…ถ้ามันไม่มากพอ” ขาดคำสมุนมือขวาของแฟรงค์เหนี่ยวไกเปรี้ยง แฟรงค์นัยน์ตาเลิกโพลงก่อนจะแน่นิ่งไป…

ครู่ต่อมา แสนกับเจ้าจันทร์งามมาถึงคุ้มเวียงฟ้า เห็นข้าวของถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย แสนเร่งจันทร์งามให้ตรวจดูว่าพวกกัลป์เอาอะไรไปบ้าง จันทร์งามรีบตรวจดูในตู้ใส่เอกสารและตู้เซฟบอกแสนว่าพวกนั้นเอาบัญชีเงินฝากกับหลักฐานการซื้ออาวุธไป พลันเสียวิทยุสื่อสารเรียกจากผู้การสุชาติดังขึ้น แสนรับวิทยุถามว่ามีอะไร “สายรายงานมาบอกว่า ตอนนี้ไอกัลป์มันส่งหลักฐานทั้งหมดให้ส่วนกลางแล้ว คิดว่าอีกไม่นานส่วนกลางคงจะส่งคนมาสอบสวนเรื่องนี้” “แล้วทำไมแกถึงปล่อยให้มันทำสำเร็จ” แสนเสียงกร้าว “พวกมันล้อมโรงพักไว้ ผมทำอะไรไม่ได้”

จังหวะนั้น จันทร์งามพูดแทรกขึ้น เรียกแสนมาดูอะไรบางอย่าง แสนมองตามมือจันทร์งามที่ชี้ไปยังผนังห้อง เห็นผ้าผืนใหญ่มีสัญลักษ์ “รุกฆาต” อยู่บนนั้น แสนโกรธจัดเข้าไปกระชากผ้าทิ้งเหลือบเห็นระเบิดเวลาที่เหลือแค่ 10 วินาทีจะระเบิดวางอยู่ ถึงกับหน้าถอดสี รีบคว้าตัวจันทร์งามพุ่งออกจากบ้านแล้วรีบหมอบลงกับพื้น ทันใดนั้นคุ้มเวียงห้าทั้งหลังก็ระเบิดตูม แสนมองคุ้มเวียงฟ้าที่ไหมเป็นจุณด้วยความเจ็บแค้น

“เมื่อพวกมันต้อนให้ฉันจนมุม ฉันก็จะสู้เหมือนหมาจนตรอก ยึดเมืองพลมาเป็นของฉันให้ได้”

(จบตอน 25)

Talk: จบแล้วสำหรับตอน 25 ทั้งสองฝ่ายต่างเสียกำลังหลักไปฝ่ายละคน อืมเครียด เครียด แล้วเรื่องจะเป็นไงต่อเนี้ย ว่าแล้วก็ไปหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับวันอาทิตย์ไว้ในมือแล้วละจากจอคอมไป~~ พิมพ์เยอะจัดเริ่มใช้วลีนักเขียนเพี้ยนไปแล้ว เฮอ เฮอ ไปดีกว่า

Drama

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาต ตอนที่ 24

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาตตอนที่ 24
โดย: แสงแข
บทประพันธ์และบทละครโทรทัศน์: คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
กำกับการแสดงโดย: นนทนันท์ สังขสวัสดิ์
ออกอากาศทาง: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เครดิต: ไทยรัฐฉบับวันที่ 22 กันยายน 2552

รุกฆาต ตอนที่ 24

ขณะที่พวกของกัลป์มาถึงริมน้ำตก ทหารของแฟรงค์ที่หน้าตาเหมือนองอาจราวกับแกะ ดักซุ่มโจมตีอยู่บนต้นไม้ แต่ถูกตะเภาเหวี่ยงคมแฝกแบบบูมเมอแรงกระเทกใส่ร่วงลงมากองกับพื้น ตะเภาตามเข้าไปจะซ้ำ แต่พอเห็หน้าตาที่เหมือนองอาจ ตะเภา วิหค ตะโพนกับกัลป์ ถึงกับชะงัก ตกใจ เข้าใจว่านายอำเภอองอาจยังไม่ตาย

องอาจได้ทีต่อยตะเภาจนคว่ำแล้วแย่งคมแฝกฟาดใส่กัลป์ไม่ยั้ง กัลป์ยกคมแฝกขึ้นตั้งรับแต่ไม่ยอมตอบโต้ เพราะไม่อยากทำร้ายเพื่อน เพียงฟ้าทนดูไม่ไหวคว้าคมแฝกขึ้นมาตีโต้องอาจ โดยมีภูกล้าเข้ามาช่วยอีกแรง องอาจคนนี้ฝีมือมีระดับ กว่าเพียงฟ้ากับภูกล้าจะจัดการฟาดตกน้ำเล่นเอาหอบเพียงฟ้ารีบสั่งทุกคนให้หนีต่อ แสนกับพวกไล่ตามมาทัน ตอนที่พวกกัลป์กำลังจะข้ามลำน้ำไปอีกฝั่ง รีบสั่งบรรดาสมุนให้ยิงสกัด จังหวะนั้นเพลิง นำกำลังตำรวจตามมาทันพอดี สั่งลูกน้องทั้งหมดยิงต่อสู้กับพวกแสนและทหารของแฟรงค์ เพื่อคุ้มครองชาวนาคินทร์ผู้บริสุทธิ์ กัลป์กับเพียงฟ้าเห็นเพลิงมาช่วยก็ดีใจ รีบต้อนพวกชาวบ้านนาคินทร์กับเด็กๆขึ้นฝั่ง แสน แฟรงค์ กับพวกขยับจะตาม แต่เพลิงพากำลังตำรวจเข้ามาขวาง ต่างฝ่ายต่างยืนประจันหน้ากัน สถานการณ์ตึงเครียด แสนจ้องเพลิงเขม็งด้วยความโกรธ ตำหนิที่ปล่อยให้พวกโจรนาคินทร์หนี

“หน้าที่จับคนร้ายเป็นหน้าที่ของตำรวจ กองกำลังต่างชาติหรือพวกคนถ่อยไม่สิทธิ์ใช้ศาลเตี้ยบนแผ่นดินนี้” “โทษของตำรวจที่ช่วยเหลือโจร…ร้ายแรงยังไง ผู้กำกับคงรู้” แสนกร้าวใส่ เพลิงไม่สนใจคำขู่ยืนขวางทางไม่ให้แสนตามไปเล่นงานพวกกัลป์ แสนไม่สนใจเพลิงเช่นกัน ขยับจะตามเพลิงจึงชักปืนขึ้นจ่อหัวแสน แล้วสั่งตำรวจทุกนายว่า ใครลั่นไกสังหารผู้บริสุทธิ์ก่อน พวกเรายิ่งทิ้งได้ทันที แสนเดือดจัด ชี้หน้า ขู่ซ้ำอีกว่า เพลิงต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ เพลิงไม่เกรงกลัวยืนขวางไม่ยอมหลบ แสนเจ็บใจ มองตามกองกำลังนาคินทร์ที่กำลังหนีเข้าป่าจนสายตาเลยไปยังตะเภาซึ่งมีผ้าคลุมหน้า จังหวะนั้นตะเภาเผลอทำผ้าคลุมปิดหน้าเปิด เผยให้เห็นใบหน้าชัดเจน “นังตะเภา…นังตะเภายังไม่ตาย…ไอ้เพลิง…ไอทรยศ” แสนมองหน้าเพลิงด้วยแววตาเคียดแค้น…

ครู่ต่อมา แสนจำใจต้องนำกำลังทั้งหมดกลับคุ้มเวียงฟ้าด้วยความโกรธเกรี้ยว อาระวาดตีคมแฝกใส่ข้าวของภายในคุ้มเวียงฟ้าพังเป็นแถบ จันทร์งามไม่พอใจ ซัดมีบินกระแทกคมแฝกในมือแสนกระเด็นตกพื้น แสนหันไปเห็นหน้าจันทร์งาม ฟิวส์ขาดทันที “ผมเกือบจะฆ่าไอ้กัลป์ได้ แผนเกือบจะสำเร็จอยู่แล้ว ทุกอย่างต้องพังเพราะไอ้เพลิง ไอ้เพลิงหักหลังเรา” จันทร์งามตกใจไม่อยากเชื่อหูตัวเอง แสนต่อว่าจันทร์งามที่หลงปลื้มเพลิงจนหน้ามืดตามัว เตือนเท่าไหร่ไม่เคยฟังกำชับว่าต่อจากนี้ไป เข้าจะเป็นขุนในหมากเกมนี้เอง จันทร์งามไม่ยอม เสียงกร้าวว่าต้องข้ามศพเธอไปก่อน ทั้งสองปรี่เข้าต่อกรกันอย่างเอาเป็นเอาตายไม่มีใครยอมใคร ระหว่างนั้น แฟรงค์เดินตบมือยิ้มหน้าระรื่นเข้ามากล่าวชมฝีมือของทั้งคู่ ท้วงว่าจะสู้กันเองไปทำไมในเมือพวกเราต่างมีศัตรูคนเดียวกัน มาฉลองที่จัดการพวกกัลป์จนไม่มีที่ซุกหัวนอนดีกว่า แสนยังไม่หายโกรธ หันไปถามจันทร์งามเรื่องเพลิง จันทร์งามยิ้มเหี้ยม รับปากว่าใครทรยศต่อเธอต้องได้รับโทษอย่างสาสม…

ฝ่ายเพลิงเหมือนจะรู้ตัวว่าทรยศต่อจันทร์งามแล้วต้องเจออะไร ยืนรอที่หน้าโรงพักด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มีรถตำรวจคันหนึ่งแล่นเข้ามจอดเทียบ ผู้การสุชาติ พวกของเจ้าจันทร์งามก้าวลงจกรถยืนประจันหน้ากับเพลิง เพลิงสบตานิ่งไม่หวาดหวั่น ผู้การสุชาติแนะนำตัว แล้วแจ้งคำสั่งจากส่วนกลางต่อรองเพชร จ่ากานพลูและหมู่กร๊วกที่ยืนอยู่กับเพลิงว่าถูกพักราชการ เพลิงกล่าวปกป้องลูกน้องว่า ไม่มีความผิด แค่ทำตามคำสั่งของเขาเท่านั้น “อย่ามัวห่วงคนอื่น เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ คุณต้องโทษฐานช่วยเหลือพวกโจร คุณต้องไปรับโทษในคุก”

รองเพชรได้ฟังผู้การสุชาติแล้วติงว่าทำไมไม่มีการสอบวินัยก่อน ผู้การสุชาติอ้างว่าไม่จำเป็น สั่งตำรวจที่มาด้วยจับตัวเพลิงทันที เพลิงได้แต่ยืนนิ่งรู้ชะตากรรมของตัวเอง หลังจากถอดเครื่องแบบตำรวจ เพลิงถูกใส่กุญแจมือพาไปที่รถ มีรถตำรวจอีกคันแล่นเข้ามาจอดใกล้ๆ ตำรวจสี่นายถูกส่งมาทำงานแทน เพลิง รองเพชร จ่ากานพลูกับหมู่กร๊วกก้าวลงจากรถ ผู้กำกับเอกนายใหม่ของตำรวจเมืองพลเดินเข้ามาหาเพลิง “นี่เหรอผู้กำกับเพลิง มีคนฝากมาบอกคุณว่า…โทษของคนทรยศไม่ได้มีแค่นี้” ผู้กำกับเอกยิ้มหยัน

เพลิงถูกคุมตัวขึ้นรถ รองเพชร จ่ากานพลูกับหมู่กร๊วกมองตามเพลิงด้วยสายตาเศร้า รองเพชรเห็นลูกน้องทั้งสองคนท้อแท้ที่ถูกพักราชการ เลยปลอบว่าจะแต่งเครื่องแบบตำรวจหรือไม่แต่งต้องไม่ลืมว่าเราคือตำรวจมีหน้าที่คุ้มรองประชาชน ทั้งสองคนไม่เข้าใจที่รองเพชรพูด ได้แต่เดินตามรองเพชรอย่างงงๆ…

เมื่อเพลิงถูกกำจัดไปพ้นทางแล้ว แสนสั่งเสือ ขวานกับสมุนเข้าไปพังป้ายหน้าร้านกาแฟพ่อปานเป็นแห่งแรก พ่อปานแม่แจ้ ลำดวน กับมาลัยและจงอางออกมาเห็นก็ตกใจ ร้องห้ามแต่เสือกับขวานไม่ฟัง อ้างว่าจากนี้ไปป้ายบอกชื่อร้าค้าทุกแห่งในตลาดมืองพลต้องมีชื่อว่า “เวียงฟ้าราชสีห์” ต่อท้าย แล้วบุกเข้ามาหยิบเงินในร้านหน้าตาเฉย พ่อปานเข้ามาขวาง เสือไม่พอใจอัดพ่อปานกระเด็น ระหว่างนั้น องอาจเดินเข้ามาพอดี แม่แจ้หันไปเห็นดีใจคิดว่านายอำเภอองอาจยังไม่ตาย รีบเข้าไปเกาะแขนของร้องให้ช่วย องอาจกลับตบหน้าแม่แจ้อย่างแรงจนล้มคว่ำสั่งว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวต้องจ่ายค่าคุ้มครอง พ่อปานพยายามขอร้อง องอาจไม่สนใจ ลากตัวพ่อปานออกไปหน้าร้าน

“ต่อไปนี้ฉันจะมาเก็บเงินทุกวัน ใครไม่จ่ายจะโดนแบบไอ้แก่นี่” องอาจซ้อมพ่อปานโชว์ชาวบ้าน เพลิงนั่งรถตำรวจผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงขอให้จอดรถ เข้าไปหาแล้วสั่งให้หยุด องอาจชะงักหันมามองเพลิงอย่างท้าทาย เพลิงเห็นหนาชัดๆถึงกับตะลึง คิดเหมือนกับทุกคนว่านายอำเภอองอาจยังไม่ตาย ต่อว่าที่ทำตัวเลว องอาจไม่พอใจ ชักปื้นขึ้นขู่ว่าถ้าเพลิงไม่ยอมกลับขึ้นรถจะยิงพ่อปานทิ้ง เพลิงจำใจเดินกลับไปที่รถ องอาจหัวเราะสะใจที่ไม่มีใครขวาง ทั้งพ่อปาน แม่แจ้และพวกชาวบ้านยิ่งหวาดผวาหนัก ขนาดผู้กำกับเพลิงยังถูกเล่นงาน แถมนายอำเภอองอาจก็เปลี่ยนไป จึงจำใจยอมจ่ายค่าคุ้มครองให้พวกแสน…

เหมือนเมืองพลตกอยู่ในแดนสนธยา เสียงปืน เสียงหวีดร้องด้วยความหวาดกลวดังลั่นไปทั้งตลาดแม่แจ้ พ่อปาน จงอาง ลำดวนกับมาลัยต่างหลบกันอยู่ในบ้าน “เมืองพลกลับไปเป็นเมือนเมื่อก่อนแล้ว ไม่มีขื่อมีแปพวกมันปล้นฆ่า ทำร้ายผู้คนเหมือนผักปลา นี่ก็เพิ่งปล้นร้านทอง” ลำดวนเสียใจ ทนฟังเสียงร้องของชาวบ้านไม่ไหวต้องเอามือปิดหู ทุกคนต่างจิตตก ไม่รู้จะหนันหน้าไปพึ่งใคร มาลัยนึกเป็นห่วงกัลป์มาก ยิ่งเมืองพลตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของแสนมากเท่าไร ยิ่งเป็นกังวลว่ากัลป์อาจจะถูกฆ่าตายไปแล้ว…

ขณะเดียวกัน ณ ถ้ำแห่งหนึ่งในป่า เพียงฟ้าสั่งให้ทุกคนหยุดพักหลังจากหนีอย่างเหน็ดเหนื่อย หันไปบอกภูกล้าจัดเวรยามเฝ้าระวังเผื่อคนของจันทร์งามจะตามเจอ วิหคสั่งพลอยรุ้ง ตาลกับตะเภาประคองผุ้บาดเจ็บซึ่งมีจำนวนมากไปพักในถ้ำพลอยรุ้งเห็นอาการของคนเจ็บแล้วท้อใจเนื่องจากไม่มีทั้งยาทั้งอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น ได้แต่มองคนเจ็บตายไปต่อหน้าทีละคนอย่างเสียขวัญ ตะโพนเร่งวิหคให้ทำอะไรสักอย่าง

วิหคสีหน้าครุ่นคิดเดินไปเดินมา บังเอิญเหยี่ยบต้นไม้เล็กๆต้นหนึ่งเข้า จึงก้มลงไปมองใต้เท้า จำได้ว่าเคยเห็นพ่อของเขาใช้ต้นไม้แบบนี้รักษาบาดแผลให้ชายคนหนึ่งซึ่งถูกอาวุธสามารถหยุดเลือดและสมานแผลได้ โดยเอาใบของมันมาตำให้ละเอียดโปะแผลแล้วใช้ผ้าพันแผลไว้ วิหคหันไปบอกกับพลอยรุ้ง ตาล ตะเภา และตะโพนให้ช่วยกันเก็บสมุนไพรแบบนี้ให้ได้มากที่สุด พลอยรุ้งไม่ค่อยเชื่อฝีมือวิหค แต่พอเห็นว่าสมุนไพรห้ามเลือดได้จริง รู้สึกชื่นชมวิหคมาก วิหครักษาผู้บาดเจ็บอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนเหลือสมุนไพรรักษาคนเจ็บได้อีกแค่คนเดียว ตะโพนเห็นว่าวิหคเองก็บาดเจ็บ น่าจะใช้กับตัวเอง วิหคกลับเอาสมุนไพรปิดแผลให้เด็กน้อยที่มีบาดแผลแทน พลอยรุ้งห้ามไม่ทัน

“ฉันเป็นผู้หยั่งรู้ ไม่ตายง่ายๆหรอก” วิหคใช้เศษผ้ารัดแผลที่แขนของตัวเอง ฝืนยิ้มเหมือนไม่มีอะไร… พลอยรุ้งรู้ว่าวิหคบาดเจ็บมากจึงแอบไปเก็บสมุนไพรกอสุดท้ายตรงหน้าผามาให้ วิหครู้เข้าต่อว่าด้วยความเป็นห่วงว่าไม่น่าเสียงอันตราย ถ้าเกิดเป็นอะไรไปมันไม่คุ้มเลย” “คุ้มสิ นายเป็นคนสำคัญ วันนี้นายช่วยชาวนาคินทร์ไว้ได้ ถ้าไม่มีนายฉันคงทำอะไรไม่ได้” วิหคยิ้มเขินกับคำชม พลอยรุ้งยังชมต่ออีกว่าวิหคมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก วิหคยิ้มแก้แทบปริ…

ในเวลาเดียวกันเพลิงถูกพาตัวไปยังเรือนจำแดนสอง ซึ่งมีนักโทษที่เขาจับส่งเข้าคุกมากมาย จันทร์งามกับแสนมารอส่งเพลิงด้วยตัวเอง แสนโกรธจัดที่โดนเพลิงหักหลังถึงสองครั้ง ขู่ว่าจะตามไปจัดากรกับตะเภา เพิงโมโหจะเข้าไปชกแสนแต่แสนหลบได้ แล้วชกเพลิงจนล้ม ผุ้คุมเข้ามาจับเพลิงซึ่งดิ้นเร่าๆจะเอาเรื่องแสนให้ได้ “ถ้าแกเตะต้องตะเภา ฉันจะฆ่าแก” “ฉันจะรอ แต่ไม่รู้แกจะรอดจากที่นี่ได้รึเปล่า นักโทษในคุกนี้มีแต่คนที่แกส่งเข้ามาทั้งนั้น ทุกคนกำลังรอต้อนรับแกอยู่เลย ขอให้สนุกนะ” แสนหัวเราะสะใจ พอเพลิงเข้าไปในเรือนจำก็ได้รับการต้อนรับแบบสหบาทาจนน่วมไปทั้งตัว ดีที่ผู้คุมกันตัวออกไปได้ แล้วพาไปไว้อีกห้องขับหนึ่ง ซึ่งมีโจทก์ของเพลิงที่ชื่อดำถูกขังอยู่ที่นั่น…

ฝ่ายเพียงฟ้าทุกข์ใจเรื่องที่เกิดขึ้น เดินทอดอารมณ์มาที่ริมน้ำตกสูงแอบร้องไห้ด้วยความท้อแท้ กัลป์ตามมาเห็นเพียงฟ้าอยู่บนหน้าฝาก็ตกใจคิดว่าจะฤาตัวตาย รีบตามเข้ามาห้าม เพียงฟ้าได้ยินเสียงกัลป์หันมองเลยเสียหลักลื่นตกจากหน้าฝา กัลป์รีบกระโจนตาไปคว้าวเธอไว้ ทั้งสองคนตกลงไปยังน้ำตกเบื้องล่าง กัลป์โผล่ขึ้นจากน้ำก่อน เพียงฟ้าขาติดซอกหินใต้น้ำขึ้นมาไม่ได้เกือบจมน้ำตาย พอขึ้นมานั่งที่ริมน้ำตก กัลป์ต่ว่าเพียงฟ้าที่คิดสั้น “คุณเข้าใจผิด ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตาย” กัลป์โล่งอก เพียงฟ้าปรับทุกข์ว่า เธอเป็นผู้นำที่แย่มากวันนี้ทุกคนเกือบตายเพราะเธอ และตำหนิตัวเองว่าไม่มีค่าพอจะเป็นผู้นำใคร กัลป์กุมมือเพียงฟ้า ปลอบว่าอย่าโทษตัวเอง มันไม่ใช่ความผิดของเธอ แฟรงค์ร่วมมือกับจันทร์งามและแสนยากที่จะล้มสามคนนี้ เพียงฟ้าต้องเข้มแข็งอย่าเพิ่งท้อ เขาสัญญาจะไม่ทิ้งเธอไปไหน เราจะจัดการพวกนั้นด้วยกัน เพียงฟ้าอุ่นใจที่มีกัลป์อยู่ข้างๆ…

ด้านเพลิงถูกทำร้ายไม่เว้นแม้แต่เวลาอาบน้ำ นักโทษสองคนลอบเข้ามาจับเพลิงกดน้ำ เพลิงแกล้งดิ้นรนจนแน่นิ่งไปนักโทษทั้งสองคนคิดว่าเพลิงจมนำตายไปแล้ว จึงจิกหัวขึ้นมาดูเพลิงฉวยโอกาสอัดพวกนั้นสลบเหมือดคาห้องน้ำ ผู้คุมได้ยินเสียงเอะอะรีบเข้ามาเคลียร์ พวกนักโทษที่เหลือต่างแยกย้ายผู้คุมหามนักโทษสองคนที่หมดสติออกไป พลันมีเสียงปรบมือดังขึ้น เพลิงหันไปมองตามเสียง เห็นดำยืนยิ้มเหี้ยม “เก่งมาก สมแล้วที่เป็นหนึ่งในผู้กล้าเมืองพล” ดำจ้องเพลิงเขม็ง รอจังหวะเล่นงานทีเผลอ…

ตกค่ำ กัลป์นั่งคิดถึงเรื่ององอาจ ตัดสินใจจะไปสืบดูให้รู้แน่ชัดว่าที่เห็นเมื่อตอนกลางวัน ใช่องอาจตัวจริงหรือเปล่าแต่ยังเดินไม่พ้นป่า มีดบินนาคราชพุ่งมาปักต้นไม้ข้างหน้ากัลป์ เพียงฟ้าปรากฏตัวขึ้น ถามอย่างรู้ทันว่าจะไปช่วยองอาจใช่ไหม กัลป์นิ่งไม่ตอบ เพียงฟ้าเตือนว่ามันอาจจะเป็นกับดัก “อย่าห้ามผมเลย ไม่ว่ายังไงผมต้องไปช่วยองอาจ ผมเห็นองอาจตายไปต่อหน้าต่อตาครั้งหนึ่ง ผมยอมตาย แต่ไม่ยอมให้มีครั้งที่สอง” กัลป์ขยับจะเดินหนี ตะเภากับตะโพนโผล่เข้ามาช่วยห้ามกัลป์อีกแรง กัลป์ไม่ยอมจะไปให้ได้ ตะเภากับตะโพนจะตามไปด้วย กัลป์ไม่ให้ไปตะเภาดื้อไม่ยอมเช่นกัน อ้างว่าถ้าเธอห้ามเขาไม่ได้ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามเธอ กัลป์จำใจยอมกลับถ้ำที่พัก นักปรึกษากันรอบกองไฟถึงเรื่ององอาจ กัลป์ยังจำได้ติดตาถึงวันที่องอาจถูกคมแฝกของแสนตีเข้าแสกหน้า

พลอยรุ้งตั้งข้อสังเกตว่าองอาจจะยังไม่ตาย ตะเภาเห็นด้วยเพราะไม่เชื่อว่าจะมีคนหน้าเหมือนกันขนาดนั้น กัลป์แนะว่าเราต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนว่าองอาจตายเพราะคมแฝกจริงหรือเปล่า ทุกคนหันไปมองตะโพนเป็นตาเดียว ตะโพนงงว่ามองตนทำไม วิหคอ้างว่าตะโพนเป็นคนเผาศพองอาจกับมือตัวเองน่าจะตอบได้ว่าตายหรือไม่ตาย ตะโพนส่ายหน้าตอบไม่ได้ ตอนได้ศพองอาจ ทางโรงพยาบาลที่ชันสูตรศพจัดการบรรจุใส่โลงเรียบร้อย ตนมีหน้าที่แค่เผาศพเท่านั้น ก่อนเผาก็ไม่ได้เปิดดู เนื่องจากองอาจไม่มีญาติมาขอดู กัลป์คิดว่าในเมื่อไม่มีใครเห็นศพ องอาจอาจยังไม่ตายก็ได้

“ไม่มีทาง คนอย่างเฮียอาจไม่มีวันยอมเป็นพวกคนชั่ว… เฮียอาจที่ฉันรู้จักไม่มีวันทำร้ายคนบริสุทธิ์” วิหคยืนยันหนักแน่นว่าที่เห็นเมื่อตอนกลางวันต้องเป็นองอาจตัวปลอมแน่ พลอยรุ้งขอเหตุผลดีๆ สักข้อมาสนัสนุนคำพูด วิหคอึ้ง ไม่สามารถให้เตผลได้ เป็นแค่ความรู้สึกของผู้หยั่งรู้เท่านั้น เพียงฟ้าปรายตามองกัลป์ด้วยความเป็นห่วงรู้ว่ากัลป์ต้องหาทางคนหาคำตอบเรื่องนี้จนได้

เช้าวันใหม่ ขณะเพลิงกำลังยกลังใส่ของลงจากรถไปเก็บในห้องเก็บของในเรือนจำ ดำกับพวกอาศัยจังหวะที่ผู้คุมเผลอเข้าเนงานเพลิงจนเสียหลักดำได้ทีใช้สายไฟที่แอบตัดจากในคุกรัดคอเพลิงแน่น ด้วยความแค้นที่เลพิงเข้าจับกุมแล้วกระสุนของตำรวจพลาดไปโดนลูกกับเมียของดำตาย

เพลิงเกือบหมดสติแต่พอคิดถึงตะเภาขึ้นมาได้ก็ฮึดสู้ สะบัดหลุดพร้อมกับถีบดำล้มคว้ำ ดำเอาเศษกระจกปลาแหลมพันด้ามด้วยผ้าขึ้นมาแทงใส่ เพลิงเอียวตัวหลบ แต่ไม่วายถูกแทงเฉี่ยงท้องจนเลือดกระฉูด ดำนามเข้าไปจะซ้ำ แต่เพลิงเตะกระจกหลุดจากเมือดำแล้วจับหัวโขกกับผนังจนดำแน่นิ่งแต่ยังไม่หมดสติ “แกต่างหากที่ทำลายชีวิตคนที่แกรัก ตั้งแต่วันแรกที่แกเข้าไปเกี่ยวหข้องกับยานรกนั่น” ดำอึ้งมองหน้าเพลิงแล้วน้ำตาไหลพรากเพิ่งรู้ว่าตัวเองผิดเต็มๆ ผู้คุมรีบเข้ามาจะจับเพลิง แต่เพลิงทรุดฮวบจับแผลที่ท้อง เลือดไหลไม่หยุดผู้คุมประคองเพลิงไปไปห้องพยาบาลทันที ระหว่างทางมีผุ้คุมอีกคนหนึ่งมาแจ้งเพลิงว่ามีญาติมาเยี่ยมผู้คุมที่ประคองเพลิงอ้างว่าต้องไปทำแผลก่อน แต่เพลิงไม่ยอมขอเปลี่ยนแค่เสือแล้วอาผ้าปิดแผลห้ามเลือดไว้ชั่วคราว ก่อนตรงไปที่ห้องเยี่ยม…

จังหวะที่แสนกับจันทร์งามกำลังคุยปรึกษาหารือกับแฟรงค์เรื่องจะจัดการอย่างไรกับกัลป์ต่อไป องอาจเข้ามารายงานว่าสายจากคุกแดนสองแจ้งว่ามีคนมาเยี่ยมเพลิง แสนรู้ทันทีว่าต้องเป็นตะเภา รีบรวบรวมสมุนจำนวนหนึ่งตรงไปยังเรือนจำ…

ครู่ต่อมา เพลิงเข้ามาในห้องเยี่ยมซึ่งเป็นห้องสี่เหลี่ยมโล่งๆ มีแค่โต๊ะกับเก้าอี้เท่านั้น เพลิงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับตะเภาในคราบหญิงชาวบ้านสูงอายุมีผ้าคลุมหน้า พอตะเภาเห็นเพลิงจึงถอดผ้าคลุมหน้าออก ทั้งสองหนุ่มสาวต่างดีใจที่ได้เจอกัน ตะเภาเห็นหน้าตาบอบช้ำของเพลิงก็ตกใจและเป็นห่วง สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น “ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องรับน้องนิดหน่อย ฉันจัดการได้อยู่แล้ว” เพลิงคุยกับตะเภาได้สักพัก นึกเอะใจรีบบอกตะเภาให้กลับได้แล้ว ในเมืองพลมีแต่คนของแสนกับเจ้าจันทร์งาม ตะเภาทำท่าจะไม่ยอมไป เพลิงต้องรีบไล่ ตะเภาออกจาห้องเยี่ยมเดินพ้นมุมห้องเป็นจังหวะเดียวกับแสนมาถึงในห้องเยี่ยมพอดีเห็นเพลิงนั่งอยู่คนเดียว แสนสีหน้าผิดหวัง เพลิงยิ้มให้อย่างรู้ทัน “มาเยี่ยมถึงที่นี่เลยเหรอ”

แสนแดกดันว่าเพลิงเก่งที่ยังไม่ตาย ยิ้มสะใจที่เห็นรอยเลือดกับใบหน้าซีดเซียวของเพลิง ถามว่าตะเภามาเยี่ยมใช่หม เพลิงพยายามพูดถ่วงเวลาให้ตะเภาหนี แต่แสนอ่านเกมออก ขู่ว่าถ้าจับตะเภาได้ เพลิงจะต้องเจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ เพลิงห่วงตะเภามากอยากจะตามไปช่วย แต่เจ็บจนไม่มีแรง ล้มหมดสติ

ฝ่ายตะเภาดึงผ้ามาคลุมหน้าแล้วรีบหนีออกมาด้านหลังคุก เจอสมุนของแสนเฝ้าอยู่จึงหลบออกไปอีกทาง ก็เจอสมุนของแสนอีก ตะเภาใช้คมแฝกตีใส่สมุนจนสลบแล้วหลบหนีไป เสือกับขวานได้ยินเสียงต่อสู้ ตามมาดูเห็นหลังตะเภาไวๆทั้งสองคนกับสมุนอีกส่วนหนึ่งรีบตาม ตะเภาหนีเข้ามาในตลาดเมืองพล ซึ่งกลายสภาพเป็นตลาดร้าง ชาวบ้านพากันปิดร้านหลบอยู่แต่ในบ้าน เสือกับขวาน และสมุนกระจายกำลังกันตามหาตะเภาจนทั่ว ตะเภาหนีอย่างไม่คิดชีวิตเข้าบ้านโน้นออกบ้านนี้ ในที่สุดก็หนีไม่พ้น ถูกเสือกับขวานจับได้

“ถ้าไอ้เพลิงรู้ว่าคนรักของมันถูกนายแสนย่ำยีมันคงเจ็บปวดทรมานเหมือนตายทั้งเป็นจนไม่อยากมีวิตอยู่อีกเลย ฮ่าๆๆ” พวกสมุนของแสนพากันหัวเราะตามเสืออย่างสะใจ เสือใช้ปืนขู่ตะเภาบังคับขึ้นรถ เคลื่อนออกจากตลาดเมืองพลตะเภานั่งในรถอย่างใจคอไม่ดี กวาดตามองหาทางหนีแต่ไร้ผล เสือหันมาลูบแก้มตะเภาก่อนเริ่มลวนลาม ตะเภาด้นรน สมุนอีกคนหนึ่งจับตัวกดไว้กับเบาะหลัง ตะเภาตกใจกลัวมาก

ทันใดนั้นมีกระสุนปริศนายิงโดนล้อจนยางแตก รถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง เสือ ขวาน กัลสมุนรีบออกจากรถแต่ยังไม่ทันตั้งหลัก กระสุนชุดใหญ่ยิงกราดใส่จนสมุนตายคาที่หลายคน เสือกับขวานรีบคว้าปีนในรถมายิงโต้ตอบก่อนถอยหนี ตะเภาอาศัยจังหวะนั้นหนีลัดเลาะเข้าป่าไปได้สักครู่เจอชายใส่หมวกไหมพรมปิดหน้าก็ตกใจ แต่พอจ่ากานพลูกับหมู่กร๊วกตามมาสมทบ ถึงรู้ว่าชายคนนั้นคือรองเพชร “แต่ทำไมรองเพชรช่วยฉัน ในเมื่อฉันเป็นพวกโจรนาคินทร์” “เมืองพลวุ่นวายเพราอิทธิพลเถื่อนของไอ้แสนกับจันทร์งาม ถึงไม่มีเครื่องแบบ แต่ผมก็จะปกป้องชาวเมืองพลให้ได้ ตอนนี้ผมรู้แล้ว่าใครคือโจร” “ขอบคุณมากรองเพชร จ่ากานพลู หมู่กร๊วก เมืองพลยังไม่สิ้นคนดี” ตะเภายิ้มดีใจ…

ในเวลาต่อมาที่คุ้มเวียงฟ้า แสนโกรธจัดที่ปล่อยตะเภาหนีไปได้ ฟาดคมแฝกใส่สมุนคนหนึ่งหลายท้องตึง เสือกับขวานสะดุ้งเฮือก เสืออ้างว่าจับตัวตะเภาได้แล้วแต่มีคนปิดหน้าปิดตาเข้ามาช่วย ไม่ใช่พวกโจรนาคินทร์ เพราะแต่งกายไม่เหมือน จันทร์งามสงสัยว่าใครกันที่คิดจะเป็นศัตรูกับพวกเรา “ใครก็ตามที่คิดเป็นศัตรูกับเรา มันต้องตายสถานเดียว… นังตะเภามันมาเยี่ยมไอ้เพลิง บางทีมันอาจจะหาทางส่งแผนอะไรก็ได้” แสนหันมองหน้าจันทร์งามด้วยสีหน้าเหี้ยมโหดอย่างรู้กัน…

คืนวันเดียวกันแสนส่งองอาจเข้าไปเค้นความลับจากเพลิง เพลิงยิ้มดีใจ คิดว่านายอำเภอองอาจทำฟอร์มแกล้งตาย แล้วเข้าไปเป็นพวกกับแสนเพื่อล้วงความลับ แต่แล้วองอาจที่คิดว่าเป็นเพื่อนกับตน กับซ้อมเขาปางตาย เค้นถามว่าตะเภามาเยี่ยมเพราะมีแผนอะไรแอบแฝง เพลิงบอกว่าไม่รู้เรื่อง องอาจต่อยตรงแผลที่เพิ่งเย็บจนเลือดซึมออกมาอีก เพลิงตอบโต้ไม่ได้เพราถูกใส่กุญแจมือ องอาจมองเพลิงอย่างสะใจ ก่อนออกไปหันมาบอกว่าพร่งนี้จะมาซ้อมอีก จนกว่าจะยอมบอกแผน เพิลงนอนกุมแผลที่ท้องอย่างเจ็บปวด มองคนทีคิดว่าเป็นองอาจอย่างไม่เชื่อสายตา

ความยากลำบากที่ต้องอดมือกินมือ ทำให้ชาวนาคินทร์บางส่วนทนไม่ไหว ลุกฮือขึ้นจะขอกลับไปรัฐอิสระ วิหคพยายามเข้ามาห้าม แต่พวกนั้นไม่ฟัง เพียงฟ้าสั่งวิหคปล่อยพวกเขาไป ใครอยากจะกับรัฐอิสระก็ได้แล้วแต่ความสมัครใจเธอไม่มีอำนาจจะรั้งใครไว้ ก่อนทรุดตัวคุกเขา ขอโทษชาวนาคินทร์ทุกคนที่ต้องมาลำบาก

กัลป์รีบเข้ามาประคองให้เพียงฟ้าซึ่งน้ำตาไหลพรากด้วยความเสียใจ ภูกล้า วิหค และกัลป์ต่างช่วยกันพูดจนชาวนาคินทร์ที่ท้อแท้หมดหวังได้คิด และกล่าวขอโทษท่านผู้นำ พวกตนผิดเองที่ไม่หนักแน่นพอ วิหคยิ้มอย่างพอใจ เช่นเดียวกับชาวนาคินทร์ทุกคนที่ต่างจับมือและยิ้มให้กัน “พวกเราชาวรัฐอิสระต้องไม่ทอดทิ้งกัน” ภูกล้ายิ้มสบายใจ เพียงฟ้ากับกัลป์หันมายิ้มให้กันอย่างมีกำลังใจมากขึ้น…หลังจากนั้น วิหคกับพลอยรุ้งจัดกำลังชาวบ้านออกหาเสบียงกับสมุนไพรเพิ่ม ขณะที่ภูกล้ากับตะเภาเริ่มฝึกอาวุธให้กับนักรบนาคินทร์รุ่นใหม่ทดแทนนักรบที่ตายไป เพื่อจะกลับมาต่อสู้กับแสนและจันทร์งามอีกครั้ง กัลป์คิดว่าถึงเวลาที่เราต้องหาแนวร่วมมาช่วยเรารบ…

พอฟ้ามืด ตะเภาเดินตามแผนกัลป์ โดยจะดึงจงอางเป็นแนวร่วมคนแรก แต่ต้องทำให้เขาปลอดจากยาเสพติดก่อน ตะเภาฟาดคมแฝกเล่นงานจงอางจนสลบ แล้วลากไปที่โบสถ์ จับนั่งลงต่อหน้าพระประธาน กล่อมจนจงอางตาสว่าง เข้าใจแล้วว่าพวกแสนหลอกล่อให้เขาติดยาจนตกเป็นทาส ตายทั้งๆที่ยังหายใจ…

รุ่งเช้า แสนนั่งรถเปิดประทุนขนาบด้วยเสือและขวานวิ่งนำขบวนรถบรรทุกขนอาวุธเถื่อนมาเต็มคันรถ พร้อมสมุนอาวุธครบมือยืนคุมเชิงท้ายรถ แล่นผ่านเข้ามาถนนกลางตลาดเมืองพลอย่างเหิมเกริม จงอาง พ่อปาน แม่แจ้ กับพวกชาวบ้านออกมายืนมองด้วยความตกใจ แสนลุกขึ้นยืน ยกมือเป็นเชิงให้หยุดรถ “มองอะไร…จำบรรยากาศแบบนี้ไม่ได้รึไง…แสนราชสีห์คนเดิมกลับมาแล้ว ยินดีต้อนรับพวกแกทุกคนกลับมาอยู่ใต้กรงเล็บราชสีห์” แสนประกาศก้องอย่างดุดัน ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กอย่างหวาดกลัว พ่อปานหวั่นใจว่าเมืองพลกำลังจะกลับไปสู่ยุคมืดอีกครั้ง…

ครู่ต่อมา ขบวนรถของแสนเล่นออกจากเมืองพลได้ไม่นาน เจอเข้ากับรั้วขวางทางอยู่ แสนตะโกนสั่งให้ฝ่าออกไป ก่อนรถจะวิ่งถึงรั่วมีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ทหารขอแฟรงค์ออกมาไล่ให้กลับไปถ้ายังไม่อยากตาย แสนเห็นว่าเป็นทหารของแฟรงค์มาตั้งด่านแบ่งดินแดนเมืองพลยิ่งโกรธจัดตรงไปยังบ้านพักของแฟรงค์ทันที ในเวลาต่อมาแสนมาถึงบ้านพักของแฟรงค์ ไม่พูดพร่ามพังประตูบ้านโรมเข้ามา แฟรงค์ตีหน้าซื่อ พูดประชดว่าขอโทษที่ไม่ได้ออกมาต้อนรับ แสนตะคอกใส่แฟรงค์ว่า มาอยู่ที่เมืองพลในฐานะผู้อาศัยไม่ใช่ผู้ครอบครอง ก่อนชะงัก เหลือบเห็นแผนที่เมืองพลถูกตีเส้นแบ่งเขตแดนไว้ชัดเจน ถามแฟรงค์ว่านี่อะไร “เมืองพลก็เหมือขนม แบงกันกินแค่นี้เป็นไรไป” แฟรงค์ยิ้มหยัน

แสนเจ็บใจเงื่อมคมแฝกจะฟาดแฟรงค์ แต่ตั้งหยุดกึกเห็นองอาจจ่อปืนที่หัวแสนอย่างเอาจริง เสือกับขวานขยับจะชักปืนแต่องอาจไวกว่า ตวัดปืนในมืออีกข้างเล็งใส่ทั้งคู่ สั่งให้ทิ้งปืน แสนพยักหน้าเป็นเชิงให้วางปืน องอาจเผลอมัวแต่มองเสือกับขวาน แสนใชจังหวะนั้นตีคมแฝกใส่มือจนปืนกระเด็น ก่อนแสนจะฝาดคมแฝกใส่แฝกใส่แฟรงค์ มีเสียงสั่งให้หยุดดังขึ้น แสนหันไปมองตามเสียงเห็นจันทร์งามเดินเข้ามาพร้อมกับองครักษ์สีหน้าไม่พอใจ ตำหนิทั้งคู่ว่างานยังไม่ปถึงไหนจะมาแย่งผลประโยชน์กันแล้ว แสนกับแฟรงค์โต้เถียงกันไปมาจนเกือบจะวางมวย จันทร์งามต้องเข้าคั่นกลางขอร้องให้ใจเย็นๆ “ฉันรับรองว่าเมื่อไรที่งานสำเร็จ ทุกคนจะได้สิ่งที่ต้องการอย่างเท่าเทียมกัน” “ก่อนจะถึงวันนั้น ต้องปราบไอ้กัลป์ให้ได้เสียก่อน”

แฟรงค์ตอบกลับว่าไม่ยาก องอาจยิ้มหน้าเหี้ยมเสริมว่ามีคนหนึ่งที่จะล่อกัลป์ออกมาได้ เป็นคนที่กัลป์รักมากที่สุดนั่นก็คือมาลัย แม่ของกัลป์… จากนั้นไม่นาน องอาจก็ใช้คารมหลอกล่อมาลัยตามมาที่บ้านพักนายอำเภอองอาจจนได้ ด้านกัลป์ตามมาหาความจริงถึงที่บ้านพักขององอาจเช่นกัน เห็นทหารของแฟรงค์ยืนเผ้าระวังอยู่บริเวณรอบนอกอย่างแข็งขัน ลอบเข้าจัดากรทหารคนหนึ่งจนสลบ ก่อนลากร่างไปแอบไว้

กัลป์เดินเข้าไปอย่างระวังตัว จัดการทหารของแฟรงค์ที่เหลือจนหมด ค่อยย่องเข้าไปใกล้หน้าต่างห้องโถง ได้ยินเสียงองอาจแต่งเรื่องว่าแกล้งตาย เข้าไปเป็นพวกแสนหลอกให้พวกนั้นไว้ใจก่อนจะจัดการทีหลัง มาลัยเป็นห่วง เกรงว่าองอาจจะได้รับอันตราย องอาจอ้างว่าเพื่อความอยู่รอดของแผ่นดินถือว่าคุ้มกับการเสี่ยง “ที่แท้ก็เป็นแผนของนายจริงๆ” กัลป์หลงเชื่อมององอาจอย่างชื่นชม หลงกลเดินเข้าไปหาในบ้าน พอองอาจเห็นกัลป์เท่านั้น ธาตุแท้ก็เผยออกมาทันที หันไปจิกหัวมาลัยกระชากเข้าหาตัว

“ฮ่าๆ ยังไม่ทันที่จะเอาอีแก่ไปล่อ แกก็เดินเขามาหาฉันแล้วความดีในตัวแก คือความโง่ที่จะพาแกมาตายไอ้กัลป์ ฮ่าๆๆ” มาลัยร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด องอาจตัวปลอมขู่กัลป์ให้ทิ้งคมแฝก กัลป์จำใจทิ้งคมแฝกจังหวะนั้น ทหารของแฟรงค์กรูเข้ามาล้อมพร้อมกับใส่กุญแจมือมาลัยไว้ มาลัยขอร้องกัลป์ให้หนีไปไม่ต้องห่วงเธอ กัลป์ไม่ยอมไปไหนถ้าไม่มีแม่ไปด้วย ทหารจับกัลป์ใส่กุญแจมือเช่นกัน

องอาจปราดเข้าไปคว้าคมแฝกที่กัลป์โยนทิ้ง ฟาดใส่กัลป์ไม่ยั้งจนตัวเอนไปมา มาลัยร้องไห้สงสารลูกจับใจขอร้ององอาจให้หยุดทำร้ายกัลป์ องอาจมองกัลป์ด้วยความสะใจ หันมาตบหน้ามาลัยอย่างแรง ทหารเข้ามารายงานว่าแฟรงค์กับแสนมาแล้ว องอาจสั่งทหารให้ลากตัวสองแม่ลูกออกไป

(จบตอน 24)

Talk: เกือบไม่ทันไม่น่าสัญญาว่าจะพิมพ์เลย ฮุ ฮุ ปั่นกันแหลกมากยังไม่ได้ตรวจคำผิดเลย เดี๋ยวตามแก้อีกทีละกัน ที่จริงตอนที่ 24 เค้าเล่นกันไปเกือบจะหมดแล้วนะ เหลือช่วงท้ายนิดเดียวเอง ส่วนตอนที่ 25 คงจะหลายวันนะเพราะในหนังสือพิมพ์ลงไปแค่สองครั้งอยู่เลย แต่จะพิมพ์ตุนไว้ก่อนดีกว่าปั่นแบบตอนนี้แล้ววิงเวียนดีแท้    …ตามมาแก้คำผิด ตอนที่ 24 สั้นกว่าตอนที่ 23 เยอะนะเนี้ยค่อยยังชั่ว อีกนิดนะ สปอล์ยอีกแล้ว ตอนที่ 25 สนุกมาก มันส์ ฮีกเหิมขึ้นมาเลย

“หน่วยรบรุกฆาต พร้อมสู้อำนาจเถื่อน”

Drama

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาต ตอนที่ 23

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาตตอนที่ 23
โดย: แสงแข
บทประพันธ์และบทละครโทรทัศน์: คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
กำกับการแสดงโดย: นนทนันท์ สังขสวัสดิ์
ออกอากาศทาง: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เครดิต: ไทยรัฐฉบับวันที่ 17-18-19-20-21 กันยายน 2552

รุกฆาต ตอนที่ 23

แสนฟาดคมแฝกใส่กัลป์เป็นชุดจนล้มลุกคลุกคลาน กัลป์ถูกคมแฝกตีกระหน่ำใส่ทำให้สายตามองเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง แต่ในที่สุดกัลป์กลับมองเห็นชัดเจนก่อนที่ท่าไม้ตายคมแฝกของแสนจะฟาดใส่ กัลป์ยกคมแฝกขึ้นต้านแล้วตีโต้กลับ แสนถึงกับเซถลา แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“หูแกดับ ตาแกบอด ทำไมถึงรับท่าพิฆาตเวนไตยของฉันได้” “คมแฝกของแกกระตุ้นประสาทตาของฉันให้กลับมาทำงานอีกครั้ง เมื่อรวมกับประสาทรับรู้ส่วนอื่นๆ ที่ฉันฝึกฝนตอนตาบอด ทำให้การกลับมาครั้งนี้ของฉัน…ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าครั้งไหนๆ” กัลป์มองหน้าตาชั่วๆของแสนอย่างเต็มตา เพียงฟ้าได้ฟังถึงกับยิ้มดีใจ แสนไม่เชื่อว่ากัลป์จะมองเห็นจริงตามอ้างตวัดคมแฝกสามท่าไม้ตายติดๆกัน ด้วยท่านาคาพ่นไฟ ท่าโค่นเขาพระสุเมรุ และท่าพิฆาตเวนไตยใส่ กัลป์สามารถรับได้ทั้งหมด แถมฝาดกลับด้วยท่าอัคคีสาดแสงและท่าครุฑาถลาลม แสนก็รับได้ทั้งสองท่า “และท่านี้ สำหรับแกโดยเฉพาะ…เอราวัณยาตรา…ไม้ตายตัวเอง…เล่นงานตัวเองแล้งไง…ไอ้แสน”

แสนพลาดท่าเสียทีโดนกัลป์ซัดจนล้มลงไปกองจันทร์งามเห็นไม่เข้าที สั่งเสือกับขวานทำอะไรสักอย่าง ขวานที่ช่วยเสือจับเพียงฟ้าไว้รับผละออกมา ตะโกนบอกแสนให้หนีก่อนจะโยนระเบิดใส่กัลป์ แสนรีบกระโดดหลบ เพียงฟ้าสะบัดตัวหลุดจากเสือพุ่งไปรับระเบิด แล้วหมุนตัวปากลับไปที่พวกแสนกับจันทร์งาม เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แสน จันทร์งาม เสือกับขวานกระเด็นไปคนละทิศละทาง เพียงฟ้ากับกัลป์ตั้งหลักได้จะรีบหนี แต่ต่คนของคุ้มเวียงฟ้าตามเข้ามาล้อมไว้ทุกด้าน “คราวนี้แหละไอ้กัลป์ คนของคุ้มเวียงฟ้าล้อมแกไว้หมดแล้ว งไงแกก็หนีไปไหนไม่รอด”

พลันเพลิงดีดตัวเข้ามาขวางกั้นระหว่างกัลป์ เพียงฟ้า และพวกแสน อ้างว่าการจับตัวสองคนนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจคนอื่นไม่มีสิทธิ แสนชักสีหน้าไม่พอใจ “ไม่มีใครที่นี่ฟังผู้กำกับที่ไม่มีกองกำลังหนุนหลังอีกแล้ว…ถอยไป…ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” “ก็ลองดูสิ…ตราบใดที่ฉันยังอยู่ แกไม่มีสิทธิข่มขู่เจ้าพนักงานแบบนี้” เพลิงขู่กลับเสียงกร้าวไม่แพ้กัน ทันใดนั้น รถบรรทุกคันหนึ่งก็ตะบึงแหลวกคนของจันทร์งามที่รายล้อมกัลป์เข้ามา ตะโพนโผล่หน้าออกจากรถตะโกนเรียกกัลป์กับเพียงฟ้าให้รีบขึ้นรถ ตะเภาซึ่งมีผ้าคุลมหน้ากำลังขับรถอยู่ ชะโงกออกมยิงปืนรัวใส่พวกแสน เพื่อเปิดทางให้กัลป์กับเพียงฟ้ารีบขึ้นรถบรรทุก

“ตามอย่าให้พวกมันหนีไปได้” แสนตะโกนสั่งการลั่น สมุนเวียงฟ้าขยับจะตาม แต่ถูกตะโพนโยนระเบิดใส่เป็นชุด รถบรรทุกจึงบึ่งหนีรอดไปได้ จันทร์งามที่ยืนอยู่ข้างแสนเอามือกุมท้องที่ได้รับบาดเจ็บ เริ่มทรุด แสนเห็ฯอาการจันทร์งามไม่คอยจะดี หันไปสั่งสมุน “รีบออกรพ เราต้องพาเจ้าจันทร์งามไปทำแผลด่วนที่สุด” แสนประกองจันทร์งามไว้ สายตามมองตรงไปยังทิศทางทีรถบรรทุกหนีออกไปด้วยความเคียดแค้น

ขณะเดียวกันที่ค่ายนาคินทร์ ภูกล้ายืนจ้องมองไปยังความมืดเบื้องหน้าสีหน้าเป็นกังวล วิหคกับพลอยรุ้งยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วยสีหน้าวิตกกังวลไม่ต่างจากภูกล้า นักรบคนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบกับพลอยรุ้ง พลอยรุ้งยิ้ม

“ท่านผู้นำเพิ่งวิทยุเข้ามาบอกว่าหนีออกมาจากเมืองพลได้แล้ว” “มีใครได้รับบาดเจ็บบ้างมั้ย” ภูกล้ารีบถามด้วยความเป็นห่วงเพียงฟ้า “มีบ้าง…แต่ท่านผู้นำกับพี่กัลป์ปลอดภัย…และที่สำคัญ ตอนนี้พี่กับป์ตามองเห็นเป็นปกติแล้ว” ตาลที่คอยดูแลผู้บาดเจ็บอยู่แถวนั้นพร้อมกับพวกนักรบ ต่างส่งเสียงเฮลั่นด้วยความดีใจ ภูกล้ากับนิ่งเฉยกับข่าวดีเร่องสายตาของกัลป์ วิหคดีใจถึงแม้ว่าแสนกับจันทร์งามจะรอดไปได้ แต่อย่างน้อยพวกเราได้ทำลายคลังแสงของพวกนั้นได้เกือบทั้งหมด ภูกล้ายิ้ม หันไปตบไหล่วิหค

“วิหค…นายมีส่วนสำคัญในภารกิจครั้งนี้นะ ถ้านายทำนายลมเปลี่ยนทิศไม่สำเร็จ พวกเราคงทำลายอาวุธของพวกมันไม่ได้” “ฉันนะเหรอ?” วิหคสีหน้าไม่ค่อยมั่นใจนัก “ก็นายนะสิ สายเลือดผู้หยั่งรู้ของท่านสกุณาไม่ทำให้นักรบนาคินทร์ผิดหวังจริงๆ ในที่สุดนายก็ค้นพบตัวตนที่แท้จริงซะที” ภูกล้าเดินกลับที่พักด้วยความสบายใจที่รู้ว่าเพียงฟ้าปลอดภัย วิหคนิ่งคิด สับสนไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองรำพึงว่าตนไม่ใช่ผู้หยังรู้และไม่ใช่เพราะตนที่คำนวณทิศทางลมได้ถูกต้องอย่างที่ภูกล้าบอก

พลอยรุ้งได้ยินเสียงบ่นของวิหคเลยเดินมาหา ยืนยันคำพูดของภูกล้าเป็นเรื่องจริง วิหคิดว่าเป็นฝีมือองอาจต่างหาก แต่ไม่กล้าบอก พลอยรุ้งเหือนรู้ทันความคิดวิหค “อย่าบอกนะว่าเป็นผีลูกพี่เก่าของนาย ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าเค้ามีตัวตนอยู่จริง…ตื่นจากความฝันซะทีเถิดวิหค ตื่นมายืนอยู่บนโลกแห่งความจริงกับฉัน วันนี้…เวลานี้ พวกเราทุกคนเชื่อมันในความสามารถของนาย” พลอยรุ้งผละจากไป ทิ้งวิหคให้ครุ่นคิดถึงคำพูดของเธอจนยามหลับก็เก็บเอาไปฝันว่าองอาจมากล่าวลา และยำว่าเขาตายไปแล้วด้วยคมแฝกของแสน สิ่งที่เห็นว่าเป็นร่างเขาเป็นเพียงภาพในความคิดของวิหคเอง

“วันนี้นายพิสูจน์ได้แล้วว่าตัวเองมีค่ามากแค่ไหนนายตัดสินใจเรื่องตางๆ ได้ด้วยตัวเองแล้ว รถบรรทุกอาวุธสงครามถูกถล่มก็เพราะความสามารถของนายคนเดียว…นับจากนี้เป็นต้นไปจะไม่มีเฮียอาจบนโลกใบนี้แล้ว” พลันร่างองอาจหากยไป วิหคมองรอบๆ ไม่เห็นใคร ร้องเรียกเฮียอาจดังลั่น แล้วสะดุ้งตื่น กวาดตามองรอบบริเวณ ถึงรู้ว่าฝันไป ย้ำกับตัวเองอย่างมั่นใจมากขึ้นว่า ต่อไปนี้จะไม่มีเฮียอาจในชีวิตเขาอีกแล้ว

หลายวันต่อมา แฟรงค์นายพลใหญ่ผู้นำกองกำลังต่างชาติที่เข้ายึดครองแคว้นอิสระ ได้ข่างเร่องคลังแสงของจันทร์งามระเบิด จึงวิทยุสื่อสารมาให้กำลังใจจอมโจรนาคราชต่อสู้กกับแสนและจันทร์งามสำเร็จ กัลป์ไม่ค่อยพอใจเตือนเพียงฟ้าว่ากำลังเล่นกับไฟ คนอย่างแฟรงค์ไว้ใจไม่ได้ วิหคเห็นด้วยกับกัลป์ แต่เพียงฟ้าไม่ยอมฟัง

“อย่างน้อยนายพลแฟรงค์ก็แสดงให้พวกเราเห็นว่าเค้าเลือกที่จะอยู่ข้างนักรบนาคินทร์” “เพียงฟ้า…คุณกำลังตกหลุมพรางของความประมาท” กัลป์เตือนด้วยความหวังดี “ทำไมไม่คิดว่าไอ้แฟรงค์มันกำลังตกหลุมพรางบ้างล่ะ ฉันกำลังวางแผนให้มันเดินหมากตามที่เราต้องการ ฉันไม่มีวันปล่อยให้คนของตัวเองต้องเดือดร้อนหรอกกัลป์” เพียงฟ้าแน่วแน่มั่นใจในตัวเองเกินไป กัลปืได้แต่ส่ายหน้า เครียดไม่รู้จะเตือนเธออย่างไร…

ทางด้านแสนยังเจ็บใจไม่สาย อาวุทที่พวกตนสะสมมานานต้องถูกกัลป์ทำลาย หันไปโทษจันร์งามที่มัวแต่บริหารเสน่ห์มากเกินไปจนเสียงาน จันทร์งามปรายตามองแสนอย่างไม่พอใจ โต้อกลับทันที “ความอาลัยอาวรณ์ในวอัญชัญของคุณ ก็มีส่วนทำให้งานพลาดเหมือนกัน” จันทร์งามกับแสนต่างโทษกันไปมา ชบา เสือ กับขวามทำตัวไม่พูกมองหน้ากันเลิ่กลั๋ก จัวหวะนั้น องครักษ์เข้ามารายงานว่า มีคนมาขอพบจันทร์งามกับแสนที่ลานหน้าคุ้มเวียงฟ้า แต่พอทั้งคู่ออกมาที่นั่นกลับมีแต่ควมว่างเลป่าไม่พบใครสักคน แสนกวาดตามองรอบบริเวณอย่าระแวดระวัง พลันทหารของแฟรงค์ประกฏตัวออกจากที่ซ่อน ระดมยิ่งใส่แสนกับจันทร์งามไม่ยั้ง ทั้งสอกลิ้งตัวไปตามพื้นหลบคมกระสุนที่พุ่งเข้ามา จันร์งามมองพวกนั้นปราดเดยวก็จำได้ทันทีว่าเป็นทหารต่างชาติของแฟรงค แล้วกระชากมีดบินจากด้านหลัง ซัดใส่ทหารเหล่านั้นด้วยท่าหงส์สะบัดปีก

มีดบินพี่งเข้าสังหารทหารสองคนล้มฟุบ ชบา เสือและขวานตามออกมาช่วยยิงโต้ตอบทหารของแฟรงค์ แสนหยิบคมแฝกที่เหน็บไว้ออกมาเล่นงานทหารสามคนตรงเข้าเล่นงานจันทร์งามด้วยท่าโค่นเขาพระสุเมรุ จันร์งามคว้าคมแฝกออกมา พ่งเข้าฟาดใส่ทหารทั้งสามคนเนกันจนหงายท้องตึง พวกทหารต่าดาหน้าเข้าใส่ จันทร์งามกับแสนอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองคนต่อสู้กับทหารของแฟรงคอย่างดุเดือด…ขณะเดียวกันที่โรงพักเมืองพล รองเพชรหน้าตื่นเข้ามารายงานเพลิงว่าได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงถล่มกันที่คุ้มเวียงฟ้าเพลิงตกใจ ถามว่าเป็นพวกไหน รองเพชรเองก็ตอบไม่ได้เพราะรายงานไม่ได้แจ้ง “รีบระดมกำลังตำรวจ ตามผมไปที่คุ้มเวียงฟ้าด่วยที่สุด” ร้องเพชรรับคำสั่งเพลิงแล้วรีบไปปฏิบัติทันที…

ที่คุ้มเวียงฟ้า จันทร์งานกับแสนควงคมแฝกตีใส่ทหารของแฟรงค์ที่ละคนอย่างเหนือชั้น จันทร์งามฟาดคมแฝกกระหน่ำใส่พวกทหารไม่ยั้ง พวกทหารมีจำนวนมากยังคงเรียงหน้าเข้าเล่นงานทั้งคู่ไม่หยุด จันทร์งามสะบัดมีดบินหงส์เหินสามเล่มใส่ทหารอย่างรวดเร็ว มีดบินสามเล่มแยกออกพุ่งตรงเข้าหาทหารสามคนพร้อมกัน มีดบินเล่มแรกหมุนฉวัดเฉวียน ก่อนพ่งปักกลางอกทหารคนหนึ่ง มีดบินเล่ามที่สองเสียบท้อทหารอีกคนทรดฮวบส่วนเล่มสุดท้ายตรงเข้าปาดคอททหารคนี่สามล้มคว่ำจมกองเลือดแฟรงค์ปรากฏตัวออกจากที่ซ่อนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ปรบมือให้แสนกับจันทร์งามอย่างชอบใจ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ฝีมือคมแฝกของแสน ราชสีห์ และเพลงมีดบินหงส์เหินของเจ้าจันทร์งาม เก่งกาจไร้ที่ติจริงๆ” “มาที่นี่ทำไม” จันทร์งามตะคอกใส่ยังแค้นไม่สายที่แฟรงค์ยึดประเทศ “ผมมีข้อเสนอดีๆ มาให้พวกคุณ” แสนกับจันทร์งามมองหน้าแฟรงค์เป็นตาเดยวกันอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก ก่อนตัดสินใจพาแฟรงค์ไปคุยต่อที่ห้องประชุมให่ของคุ้มเวียงฟ้าพร้อมทหารติดตามแฟรงค์อีกสามคนจันทร์งามไม่พูดพล่ามเข้าประเด็นทันที “หวังว่าข้อเสนอของท่านนายพล จะคุ้มค่ากับการมาเยือนคุ้มเวียงฟ้าของฉัน” “คุ้มหรือไม่คุ้ม มันก็ขึ้นอยุ่กับดุลยพินิจของผุ้นำ” แฟรงค์ยิ้มพราย “อย่าเล่นลิ้นให้เสียเวลาอยู่เลย ถ้าตำรวจไทยรู้ว่ามีกองกำลังต่างชาติอยู่ที่นี่ ทุกอย่างพังแน่ๆ”

แฟรงค์ไม่พอใจหันไปจ้องหน้าแสน เจรจาความต่ออย่างไม่อ้อมค้อมว่าต้องการมีส่วนร่วมในการปกครองดินแดนใหม่แห่งนี้ของพวกแสนด้วย แสนไม่พอใจคิดว่าแฟรงค์จะมาชุบมือเปิบทำทำจะเขาไปเอาเรื่อง จันทร์งามต้องแตะมือแสนเบาๆ เป็นการเตือนให้ใจเย็นๆ “อย่ามสิว่า…ถ้าคุณได้รับการสนับสนุนจากผม ทุกอย่างจะง่ายขึ้น ผมรู้นะว่าอาวุทที่พวกคุณสะสมไว้ทำสงครามน่ะถูกกัลป์ เกรียงไกร ทำลายไปจนหมดแล้ว” “แกรู้ได้ไง” แสนสวนขึ้นทันควัน “แหม…เสียงระเบิดดังยังกับโลกแตก ใครไม่รู้ก็เกินไปละ” “ได้ครอบครองรัฐอิสระไปแล้วยังไม่พอใจอีกรึ” จันทร์งามน้ำเสียงไม่พอใจอย่างแรง “การขยายอำนาจ คือการแสดงความยิ่งใหญ่ของจอมทัพ หลายคนต้องการเป็นเจ้าของแผ่นดินนี้ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น…ไม่อยากกำจัด กัลป์ เกรียงไกรกับเพียงฟ้า เหรอ” “มีอะไรมาแลกเปลี่ยน” แสนจ้องหน้าแฟรงค์ตาไม่กะพริบ “พิกัดที่ตั้งค่ายนาคินทร์ ถ้าคนที่ขัดขวางโดนกำจัดไปทั้งหมด ประเทศใหม่ของพวกคุณคงเกิดขึ้นไม่ยาก เราจะมีดินแดนที่ปกครองโดยราชสีห์ คุ้มเวียงฟ้า และกองกำลังต่างชาติของนายพลแฟรงค์”

แสนหมดความอดทนกับข้อเสนอแบบหน้าด้านๆของแฟรงค์ ถึงกับตบโต๊ะเปรียง จังหว่าเดียวกันนั้นที่ด้านหน้าคุ้มเวียงฟ้า เพลิง รองเพชร จ่ากานพูล หมู่กร๊วกกับกำลังตำรวจกรูกันลงจากรถอย่างรวดเร็ว ชบานำเหล่าองครักษ์และสมุนของแสนออกมาขวางอย่างไม่เกรงกลัว ถามเพลิงว่ามาที่นี่มีธุระอะไร “มีพลเมืองดีแจ้งว่าเกิดเหตุยิงถล่อมกนี่นี่” “ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ ชบาทำเนียนลอยหน้ามองซ้ายทีขวาที รองเพชรยืนยันว่าชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดังมาจากที่นี่ เพลิงยกข้ออ้างเรื่องความไม่สลายใจของชาวบ้านขอตรวจค้นแต่ชบาไม่ยอม เพลิงไม่สนใจพยักหน้าเป็ฯเชิงสั่งตำรวจกระจายกำลังเข้าตรวจค้นให้ทั่ว ก่อนขยับจะก้าวเข้าไปในเรือนใหญ่ สมุนร่างยักษ์ปรี่ออกมาอัดเพลิงีที่ไม่ทันตั้งตัว จนเซเสียหลัก บรรดาสมุนกับเหล่าองครักษ์ชักปืนออกมาจ่อตำรวจรองเพชรกับพวกตำรวจก็ชักปืนออกมาเตรียมสู้เช่นกัน

“ถ้าไม่มีหมายศาล ใครหน้าไหนก็เข้าไม่ได้” ชบาตะโกนกร้าว เพลิงประเคนทั้งหมดทั้งเท้าใส่สมุนร่างยักษ์อุตตลุดส่วนด้านในห้องประชุม จันทร์งามสีหน้ากังวลมองการต่อสู้ของเพลิงกับชบาด้านนอก ก่อนเปิดม่านหน้าต่างหันมาถามแฟรงค์ว่ารู้ที่ตั้งของค่ายนาคินทร์ด้วยหรือ แฟรงค์กลับบอกว่าไม่รู้แต่ สามารถล่อหลอกจอมโจรนาคินทร์ออกมาจากค่ายให้แสนกับจันทร์งามจัดการได้ “ฝีมือระดับทหารปลายแถวของท่านายพล ไม่มีทางทำอะไรจอมโจรนาคราชได้แน่นนอน” จันทร์งามเหมือนรู้ว่าแฟรงค์ต้องมีวาระแอบแฝง แฟรงค์ยิ้งเจ้าเล่ห์ หันไปมองหาตัวช่วย ประตูหน้องประชุมเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นชายที่หน้าตาเหมือนองอาจ ไม่มีผิดเพี้ยนแต่ออกแนวโหดกว่า แสนเห็นเข้าถึงกับชะงักเผลอเรียกชื่อองอาจออกมา พวกสมุนที่รายล้อมแสนเข้าใจว่าทหารคนนี้จะเลนงานแสน จึงปรี่เข้าใส่ แต่ทหารฝีมือเหนือกว่า จัดากรสมุนของแสนหมอบไปตามๆ กัน แสนกระชากคมแฝกเตรียมต่อสู้

“เดี๋ยว…อย่างเพิ่งสู้กัน เรามันพวกเดียวกันทั้งนั้น” แฟรงค์ร้องห้าม “พวกเดียวกัน?” แสนงง ทหารคนนั้นเปลี่ยนจากท่าเตรียมต่อสู้เป็นยืนสงบนิ่งพร้อมรับคำสั่งจากแฟรงค์ แสนกับจันทร์งามมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจสุดๆ แฟรงค์สั่งทหารคนนั้นออกไปได้ ทหารก้มหัวไห้นิดหนึ่ง ก่อนเดินออกไป ไหนหน้านักฆ่าส่วนตัวของผมแล้ว ถึงกับอื้งเลยเหรอ” แฟรงค์ยิ้มชอบใจ

ในเวลาเดีวกัน ที่หน้าประตูทางเข้าเรือนใหญ่เพลิงยังคงต่อสู้กับสมุนร่างยักษ์ ท่ามกลายสายตาของกำลังตำรวจและสมุนของแสน เพลิงอาศัยความว่งไวหลบหลีกสมุนร่างยักษ์ที่พุ่งใส่ ก่อนหมุนตัวเตะด้วยท่าจรเข้ฟาดหางเข้าที่ปลายคางจนสมุนร่างยักษ์เสียหลักล้มคำมำ แล้วฉวยโอกาสวิ่งเข้าไปข้างใน

“รีบตามเข้าไปสิ” ชบาหันไปสั่งเสือกับขวาน กำลังตำรวจกับเหล่าองค์รักษ์ของจันทร์งามและสมุนของแสนต่างยืนจดๆจ้องๆดูเชิงกัน…ด้านแฟรงค์ติดต่อวิทยุสื่อสารออกไปล่อหลอกจอมโจรนาคราชให้ออกมาพบ โดยอ้างว่าตกลงรับข้อเสนอของจอมโจรนาคราช แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องมารับข้อเสนอนั้นเพียงลำพังด้วยตัวเอง เพียงฟ้าหลงเชื่อจึงรับคำ จันทร์งามกับแสนประหลาดใจมากที่เพยงฟ้ายอมรับการติดต่อจากแฟรงค์ทันใดนั้น จันทร์งาม แสน และแฟรงค์ต่างชะงัก ได้ยินเสียงต่อสู้กันพร้อมกับเสียงร้องห้ามของเสือหน้าประตูห้องประชุม “ยังไงผุ้กำกับเพลิงก็เข้าไปหานายแสนตอนนี้ไม่ได้” แฟรงค์ไหวตัวทันรีบซ่อนตัวได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนเพลิงจะเปิดประตูห้องพรวดพราดเข้ามา ขวามกับเสือตามาในสภาพสะบักสะบอม แสนหันขวัไปมองเพลิงอย่างไม่พอใจ

“นึกไม่ถึงว่าผู้กำกับเมืองพลจะไร้มารยาทแบบนี้” “มีชาวบ้านแจ้งว่าเกิดการปะทะกันที่คุ้มเวียงฟ้า ฉันต้องทำตามหน้าที่” เพลิงว่าพลางกวาดตามองทั่วห้อง “คงเป็นการเข้าใจผิดมากกว่า” จันทร์งามตรงเข้ามาคว้าแขนเพลิง ลอบส่งสายตาให้แสนอย่างมีเลศนัย แล้วทำทีพาเพลิงออกจากห้อง อ้างว่าจะพาเข้าไปตรวจสถานที่ด้วยตัวเอง เพลิงจำใจเดินเคียงคุ่ไปกับจันทร์งาม แสนมองจามเพลิงออกไปจากห้อง ก่อนหันไปมองแฟรงค์ที่ยืนหลบอยู่อีกมุมหนึ่งในห้องประชุมอ่างไม่ไว้ใจ

เพลิงยังหันกลับไปมองในห้องประชุมอย่างแคลงใจจันทร์งามพยายามเบนความสนใจ ดึงเพลิงออกมาด้านหลังเรือนใหญ่ แก้ตัว่าเสียงปืนทีชาวบ้านได้ยินคงเป็นตอนที่กำลังเวียงฟ้าพิทักษ์เมืองพลกับเหล่าองครักษ์ร่วมกันฝึกอาวุธซ้อมรบเพลิงไม่ปักใจเชื่อ จันทร์งามเลยจิกแขนเพลิง จ้องมองหน้าเขม็ง “หวังว่าผู้กำกับเพลิง กัมปนาท คงไม่ลืมว่าตอนนี้คุณเป็นคนของใคร” เพลิงขบกรามแน่ง เจ็บใจที่ทำอะไรจันทร์งามไม่ได้ พอรองเพชร จ่ากานพลู กับหมู่กร๊วกตามเข้ามาสมทบ เพลิงจึงสั่งให้นำกำลังตำรวจทั้งหมดกลับโรงพัก จันทร์งามยิ้มพอใจ…ครู่ต่อมา เพียงฟ้าเรียกประชุมเลห่านักรบนาคินทร์เป็นการด่วน ภูกล้าไม่สบายใจที่เพียงฟ้าจะไปพบกับแฟรงค์ตามลำพังโดยที่ไม่บอกเรื่องนี้กับกัลป์ เพียงฟ้าอ้างว่าถ้ากัลป์รู้จะทำให้งานของเราเสีย ตะเภาเดินผ่านมาได้ยินพวกเพียงฟ้ากำลังปรึกษากันพอดี ทั้งหมดหันหลังไปเห็นตะเภาถึงกับชะงัก…

ด้านกัลป์รู้เร่องที่เพียงฟ้าเรียกประชุมด่วนโดยไม่ยอมตามเข้าเข้าประชุมด้วย ไม่พอใจรีบตรงมายังที่ประชุม แต่ตาลกับเหล่านักรบนาคินทร์ขวางไม่ยอมให้เข้า กัลป์สงสัยทำไมถึงเข้าไม่ได้ “วันนี้เป็ฯการประชุมภายในของชาวนาคินทร์ ท่านผู้นำห้ามคนนอกเข้าไปรบกวน” “ตอนี้ชาวนาคินทร์เห็นฉันเป็นคนนอกงั้นเหรอ” เสียงกัลป์เอะอะโดวยวายดังลั่นได้ยินกันทั้งที่ประชุม ตะเภาติงเพียงฟ้าว่าถ้ากัลป์รู้เรื่องทีคุยกันกับหลังต้องเป็นเรื่องแน่ กัลป์ที่ถูกขวางโกรธจัด หยิลคมแฝกออกมาควงใส่เหล่านักรับนาคินทร์อย่างเอาเรื่อง พลอยรุ้งรีบเข้ามาห้ามและขอร้องกัลป์ว่าอย่ามีเรื่องกันเลย

“ฉันก็แค่อยากรู้ว่าทำไมต้องห้ามไม่ให้ฉันเข้าประชุม” “ท่านผู้นำคงมีเรื่องปรึกษากันภายใน ฉันก็เข้าไม่ได้เหมือนกัน เรื่องเล็กแค่นี้พี่กัลป์อย่าถือสาเลยนะคะ” กัลป์ลดความแฝกลง เดินจากไปอย่าหงุดหงิด เพียงฟ้า ภูกล้า ตะเภากับวิหค เดินออกมาจากที่ประชุม มองตามกัลป์ด้วยความไม่สบายใจ เพียงฟ้าหันไปขอร้องตะเภาว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกกัลป์ ตะเภาลำบางใจมาก ใจหนึ่งไม่อยากปิดบังกัลป์ แต่อีกใจก็ไม่กล้าปฏิเสธเพียงฟ้า “ฉันจะไม่บอกพี่กัลป์ แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องให้ฉันตามไปด้วย” “ไม่ได้…งานนี้เสี่ยงเกินไป” ภูกล้าค้าน ตะเภาถือไพ่เหนือกว่า ยืนคำขาดว่าถ้าไม่ให้เธอไปก็ไม่รับรองว่าปากเอจะปิดเรือ่งนี้ได้สนิทหรือเปล่า เพียงฟ้ามองตะเภาอยู่อึดใจ ก่อนตัดสินใจให้ไปด้วย…

ครู่ต่อมากลับป์ยังไม่หายหงุดหงิดไปรอเพียงฟ้าที่หน้าบ้านพัก พอเธอมาถึงเขาก็เข้ามาต่อว่าทันทีว่าเดี๋ยวนี้เธอเห็นเขาเป็นแค่คนนอกไปแล้วหรือ เพียงฟ้าจำเป็นต้องโกหกว่าที่ไม่ได้เรียกเข้าประชุมเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องหารือตามปกติของชาวนาคินทร์ ไม่มีอะไรสำคัญ แต่กัลป์จับน้ำเสียงที่ผิดปกิดของเพียงฟ้าได้พยายามถามคาดคั้น เพียงฟ้ารับตัดบทขอตัวไปพักผ่อนแล้วเดินเลี่ยงเข้าบ้าน กัลป์มองตามเพียงฟ้าด้วยความน้อยใจ

เช้าวันใหม่ เพียงฟ้าวางแหนให้พลอยรุ้งล่อหลอกกัลป์ให้วุ่นวายกับการสอนเด็กๆ ชาวนาคินทร์ฝึกคมแฝก ส่วนวิหคไปดึงตัวตะโพนจอมปากมากมาคอยเหลาไม้คมแฝกให้เด็กๆ อยู่ใกล้กับกัลป์ จะได้อยู่ในสายตากัลป์ชำเลืองมองวิหคกับพลอยรุ้งอย่างแกลกใจ แต่ก็ยอมรับสอนคมแฝก…

ขณะเดียวกัน เพียงฟ้า ตะเภา ภูกล้า กับนักรบนาคินทร์อีกสิบคนออกเดินทางถึงชายป่าแห่งหนึ่ง ตะเภาสังเกตเห็นสีหน้าเป็นกังวลของเพียงฟ้า “คุณไม่สบายใจที่โกหกพี่กับป์” “หวังว่าวิหคกับพลอยรุ้งจะถ่วงเวลากัลป์ได้นานที่สุด…ขอบใจนะตะเภาที่ไม่บอกเรื่องนี้กับกัลป์” “ถ้าคุณไม่ยอมให้ฉันมากด้วย ฉันก็ต้องบอก” “พ้นแนวป่านี้ไป คือจุดนัดพบของนายพลแฟรงค์ อีกห้านาทีค่อยเคลื่อนตามฉันเข้าไป ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลฉันจะรีบส่งสัญญาณเรียกทันที” ภูกล้าเตือนเพียงฟ้าให้ระวังตัว เพียงฟ้าพยักหน้ารับรู้เดินหายไปในดงไม้ ภูกล้ากับตะเภามองตามด้วยความเป็นห่วง ครู่ต่อมา เพยงฟ้าก็มาถึงจุดนัดพบ เจอแฟรงค์รออยูก่อนแล้ว แฟรงค์กวาดตามองผ่านหลังเธอไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง เพียงฟ้ารู้ทัน บอกเขาว่าเธอคนเดยวตามที่ตกลงไว้ แล้วทวงถามคำตอบที่ต้องการ

“ผมมีคำตอบให้คุณ แต่ไม่ใช่ทีนี่” แฟรงค์แววตาเจ้าเล่ห์ “ทำไมต้องเปลี่ยนสถานที่คุยกระทันหันขนาดนี้” แฟรงค์ถามหยังเชิงว่าไม่ไว้ใจเขาหรือ เพียงฟ้าเรื่อมไม่ไว้ใจแต่ไม่มีทางเลือก เพราะอยากได้เขามาเป็นพวก “หวังว่าคำตอบองท่านนายพลจะคุ้มกับที่ฉันยอมเสี่ยง” แฟรงค์ยิ้มกริ่มเดินนำ เพียงฟ้าลังเลสักพักจึงเดินตามดดยมีทหารของแฟรงค์คอยประกบหลัง…

จากนั้นไม่นาน เพียงฟาเดินตามแฟรงค์มาถึงแพที่ลอยเทียบอยู่ริมน้ำ ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่นัดพบแห่งใหม่เพียงฟ้าแปลกใจมากที่แฟรงค์อุตส่าห์ดั้นด้นเปลี่ยนสถานที่มาเป็นแค่แพลอยน้ำ “ผมก็แค่อยากคุยกับคุณไปพร้อมๆกับธรรมชาติ ริมฝั่งน้ำ บรรยากาศและคำตอบดีๆ อาจทำให้เราสองคนประทับใจกันมากขึ้น” แฟรงค์ผายมือเชื้อเชิญเพียงฟ้า เพียงฟ้าจำใจเดินลงแพ แฟรงค์ยิ้อมพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เดินตาม ทหารตามสามคนขึ้นแพเรียบร้อยจึงปล่อยแพล่องไปตามลำน้ำ เพียงฟ้ามองแพที่ลอยจากท่าด้วยสีหน้าแคร่งเครียด…

ถึงเวลาห้านาทีตามนั้ด ภูกล้า ตะเภา กับนักรบนาคินทร์เดินลัดเลาะมายังจุดนัดพบ แต่ต้องแปลกใจที่ไม่เห็นเพียงฟ้า ตะเภาคาดว่าแฟรงค์ซึ่งเจ้าเล่ห์มากคงเปลี่ยนที่เจรจา รีบชวนภูกล้าตามเพียงฟ้า ภูกล้าไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหน ตำเภากวาดตามองรอบตัว นิ่งคิดสักครู่หนึ่ง “ทางสะดวกที่สุดที่จะเข้ามาในป่านี้ได้คือลำธารหลังน้ำตก นายพลแฟรงค์ต้องเข้ามาทางนั้นแน่…รีบไปเร็ว” ภูกล้าตัดสินใจสั่งนักรบรีบตามหาเพียงฟ้าทันที…ทางฝ่ายเพียงฟ้าลอบมองทหารติดตามของแฟรงค์ถ่อแพล่องไปตามลำธารอย่างละมัดละวังตัว แล้วหันไปทวงคำตอบจากแฟรงค์ที่ยืนขรึมอยู่หัวแพ แฟรงค์กลับพูดจากโยกโย้ จนเพียงฟ้าเพิ่มหงุดหงิด

“ฉันมาตามนัดเพราะต้องการคำตอบ เลิกอ้อมค้อมสักทีได้มั้ย” “จอมโจรนาคราชมีค่ามากกว่าอาวุธและกองกำลังทั้งหมด แต่ถ้าปล่อยให้หลดรอดไปได้ คุณก็จะเป็นหอกข้างแคร่ของคนกระหายอำนาจอย่างผม” แฟรงค์ยิ้มเจ้าเล่ห์ เพียงฟ้ารู้ตัวทันทีว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ทันใดนั้นทหารของแฟรงค์โหล่ออกมาจากที่ซ่อนริมลำธารทั้งสองฝั่ง เล็งปืนมายังเพียงฟ้า แสน เจ้าจันทร์งาม ชบา เสือ ขวานกับสมุนของแสนก็เผยตัวออกมาเช่นกัน “ไม่อยากจะเชื่อว่าจอนมโจรนาคราชจำตายน้ำตื้น” แสนเย้ยหยัน “ทีนี้คงรู้แล้วสินะ ระวห่างเธอกับฉัน ใครคือคนที่นายพลแฟรงค์อยากร่วมมือด้วย” จันทร์งามหัวเราะสะใจ เพียงฟ้าหันขวับไปจ้องหน้าแฟรงค์ “ไอ้อสรพิษแฟรงค์ แกร่วมเมือกับจันทร์งามและแสน ราชสีห์” “ใจจริงผมก็อย่ากช่วยคุณ แต่ในสนามรบ…เราต้องเลือกข้างที่แข็งแกร่งที่สุด…จับตัวจอมโจรนาคราช”

ทหารทั้งสามคนกระชากมีดที่ซุกอยู่ในไม้คำถ่อออกมา ตรงเเล่นงานเพยงฟ้าพร้อมกัน เพยงฟ้าหยิบคมแฝกที่เหน็บไว้ข้างหลังออกมา ตั้งท่าเตรียมสู้ ส่วนที่ริมฝั่งลำธารห่างออกมา ตั้งท่าเตรียมสู้ ส่วนที่ริมฝังลำธารห่างออกมาไม่ไกล ตะเภา ภูกล้าและนักรบเห็นเพียงฟ้ากำลังต่อสู้กับทหารของแรงค์บนแพต่างตกใจ ภูกล้าจะขยับเข้าไปช่วยแต่ตะเภารั้งไว้ “คนของเรามีน้อยกว่าพวกไอ้แสน ถ้าสู้กันซึ่งๆหน้าต้องเสียท่าพวกมันแน่” ตะเภานิ่งคิดหาทางช่วยเพียงฟ้า

เพียงฟ้าวาดลวดลายคมแฝกตีใส่ทหารติดตามแฟรงค์สองคนจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า แสนกับจันทร์งามยืนดูการต่อสู้กันบนแพด้วยท่าทีวางเฉย เพราะอยากเห็นว่าแฟรงค์มีฝีมือดีพอจะจัดการเพียงฟ้าได้หรือเปล่า ขณะที่เพียงฟ้าหมุนตัวจะตีคมแฝกใส่ทหารอีกคนที่เหลือด้วยท่าไม้ตายอัคคีสาดแสง

แฟรงค์แกล้งกระแทกเท้าอย่างแรงจนแพโครง เพียงฟ้าตั้งหลักไม่อยุ่ทำให้ฝาดคมแฝกพลาด ทหารเลยหลบได้ แฟรงค์ชักปืนเล็งใส่ เพียงฟ้าตวัดคมแฝกฟาดที่ข้อมือเขาปืนกระเด็นหลุดมือ แฟรงค์พ่งเข้าต่อสู้กับเพียงฟ้าด้วยมือเปล่า เพียงฟ้าเบี่ยงตัวหลบก่อนฟาดคมแฝกใส่ ทั้งสองต่อสู้กันอย่างเร้าใจ ในเวลาเดียวกัน ภูกล้ากับนักรบนาคินทร์สองคนค่อยๆ โรยตัวลงน้ำดำไปที่แพอย่างเงียบกริบ ตะเภามองไปข้างหน้างกอไผ่ซึ่งอยู่แถวริมน้ำ มีแผนเตรียมไว้ต้อนรับแฟรงค์และพวกแสนกับจันทร์งามเช่นกัน…

แพล่องไปตามน้ำเข้าใกล้ลวดสลิงที่จันทร์งามกับแสนขึงไว้ดักเล่นงานเพียงฟ้าทุกที เพียงฟ้ามองไม่เห็นลวดสลิงเพราะมัวแต่ต่อสู้ติดพันกับแฟรงค์และทหาร จันทร์งามมองแพที่เข้าใกล้ลวดสลิงด้วยสีหน้าเหี้ยม “เสร็จฉันละ นังเพียงฟ้า” จังหว่ะหนึ่ง เพียงฟ้าเตะตัดขาทหารจนเสียหลักเซไปหน้าแพ เลยโดนสลิงที่ขึงดักไว้อย่างจังจนตกน้ำ เพียงฟ้าตกใจชะงักหันไปเห็นสลิงที่อยู่เบื้องต้น รีบซัดมีดบินนาคราชออกไปตัดสลิงขาดอย่างจวนเนียน แฟรงค์ดีดตัวเข้าหาแต่เพียงฟ้าไหวทันหมุนกลับมาตีคมแฝกใส่แฟรงค์อย่างหนักหน่อวงจนกลิ้งตกน้ำ

จันทร์งามได้ทีสะบัดมีดบินหงส์เหินใส่เพียงฟ้าทันที เพียงฟ้ามองหางตาเห็นมีดบินแหวกอากาศเข้าหารีบเอี้ยวตัวหลบ มีดบินพ่งเฉี่ยวหน้าไปนิดเดียว ก่อนหมุนไซด์โค้งกลับมาอีกครั้ง เพียงฟ้าซัดมีดบินนาคราชกระแทกมีดบินหงส์เหินกระเด็นไปคนละทาง แสนกับจันทร์งามกระโดดขึ้นมาบนแพเพื่อจัดการเพียงฟ้า “ฉันอุตสาห์ไม่อยากออกแรง แต่เห็นโจรสวยๆก็อดไม่ได้” “วันนี้ฉันจะเชือดแกด้ยมือของฉันเอง” ขณะที่จันทร์งามกับแสนกำลังจะจู่โจมเพียงฟ้า มีคมแฝกแบบบูมเมอแรงหมุนเข้าหาแสนกับจันทร์งาม ทั้งสองคนชะงักหลบคมแฝกลึกลับได้อย่างหวุดหวิด ยังไทนที่แสนกับจันทร์งามจะตั้งตัว ตะเภาในชุดนักรบนาคินทร์มีผ้าคุลมหน้าใช้ไม่ไผ่ถ่อดีดตัวขึ้นมายืนคู่กับเพียงฟ้าบนแพ เพียงฟ้าหันมายิ้มเป็นเชิงขอบใจ

“แกอีกแล้วเหรอ” แสนแค้นสุดๆ “อยากตายเป็นเพื่อนจอมโจรนาคราช…ฉันจะสงเคราะห์ให้” แสนกับจันทร์งามควงคมแฝกใส่ตะเภากับเพียงฟ้าพร้อมๆกัน ตะเภากับเพียงฟ้าหมุนตัวหลบแล้วตีโต้กลับได้อย่างคลอ่งแคล่ว แสนกับจันร์งามตีรุกไล่สองสาวอย่างเอาเป็นเอาตาย ตะเภายืนหันหลังชนกันกับเพียงฟ้า แล้วกระซิบบอกว่าอยู่ใกล้ๆตนไว้ เพียงฟ้าเหลือบไปเห็นฟองอากาศที่ผุดอยู่ข้างแพ ยิ้มกริ่มย่างรู้ทัน

จังหวะที่คมแฝกของแสนจะฟาดใส่เพียงฟ้า ภูกล้ากระแทกกระบองยาวทะลุกลางแพขึ้นมาจากข้างใต้ทำให้แพแยกออกเป็นสองส่วนเพียงฟ้ากับตะเภาโดดไปอยู่บนแพที่แยกออกไปอย่างรวดเร็ว ภูกล้าเหวี่ยงกระบองาวใส่แสนที่ยืนอยู่อีกแพหนึ่งอย่างจังจนเสียหลัก เพียงฟ้าไม่รอช้าซัดมีดบินใส่จันทร์งามก่อนจาก จันทร์มไม่ทันระวังถูกมีดบินเฉี่ยวแขน ทรุดลงข้างแสน ทันทีที่ตะเภาเป่าปากสัญญาณ ไม้ไผ่แหลมจุดไฟพุ่งออกมาจากบริเวณที่เคยเป็นกอไผ่ทั้งสองฝั่ง เป็หมายคือเหล่าคนชั่วทั้งหลายราวกับห่าฝน พวกนั้นต่างหาที่หลบกันจ้าละหวั่น เพียงฟ้า ตะเภา กับภูกล้าอาศัยจังหวะชุลมุน หลบหนีขึ้นฝั่ง แสนมองตามด้วยความแค้นใจ เจ็บใจ

ขณะเดียวกันที่ค่ายนาคินทร์ วิหคกับพลอยรุ้ง ลอบมองกัลป์ที่กำลังสอนเด็กๆ ใช้คมแฝกอย่างขะมักเขม้นท ก่อนทั้งคู่แอบมาซุบซิบคุยกันด้วยความวิตกกังวลที่เห็นพวกเพียงฟ้าหายไปนาน

“ถ้าจอมโจรนาคราชไม่รีบกลับมาก่อนที่พี่กัลป์จะรู้ตัว ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ” พลัน มีคมแฝกยื่นเข้ามาแทรกกลางระหว่างพลอยรุ้งกับวิหคจากด้านหลัง ทั้งสองหันกลับไปมองต้องตกใจ เห็นกัลป์ตีหน้าเข้ม ถือคมแฝกอยู่ในมือ “บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าเพียงฟ้าหายไปไหน” กัลป์กระชากคอเสื้อวหคมาด้วยความโกรธ วิหคไม่ยอมบอก กัลป์เหวี่ยงจนวิหคล้มกลิ้ง พลอยรุ้งรีบเข้าไปประคองวิหคด้วยความเป็นห่วง ตะโพนกับตาลได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาดู ตะโพนตำหนิกัลป์ที่ทำร้ายวิหค กัลป์โต้ไม่ย้อมแพ้หาว่าวิหคปิดบังเร่องเพียงฟ้าหายตัวไป “ฉันทำตามคำสั่งท่านผู้นำ ถ้าพี่กัลป์ไม่พอใจจะทำอะไรฉันก็เชิญ” กัลป์ไม่สนใจวิหค คว้าคมแฝกจะออกจากค่ายไปตามเพียงฟ้า วิหคตะโกนสั่งนักรบนาคินทร์สกัดไว้ อย่าให้ออกจากค่าย นักรบิ่งเข้ามล้อมกรอบกัลป์ทันที กัลป์ตวัดคมแฝก เล่นงานเหล่านักรบทีละครจนล้มคว่ำหงาย แต่นักรบยังคงยืนหยัดล้อมกัลป์ไว้ไม่ยอมให้ออกจากค่าย…

ด้านเพียงฟ้า ตะเภา ภูกล้า และเหล่านักรบนาคินทร์พยายามหนีกลับค่าย แต่พวกแสนกับทหารของแฟรงค์ไล่หลังมาติดๆ ภูกล้าตัดสินใจพานักรบสามคนล่อพวกแสนไปอีกทาง ปล่อยให้เพียงฟ้ากับตะเภาหนีไปก่อน “เราจะยอมให้พวกมันรู้ที่ซ่อนของค่ายเราไม่ได้เป็นอันขาอ” ภูกล้าเสียงเข้ม “ถ้างั้นก็แยกกันตรงนี้ อีกสิบห้านาทีฉันกับทุกคนจะไปรอท่านที่ทางเข้าน้ำตก” ภูกล้าพยักหน้ารับคำเพยงฟา ก่อนวิ่งแยกไปทางหนึ่งเพียงฟ้า ตะเภา กับนักรบที่เหลือหลบไปอีกทาง ภูกล้าย้อนกลับไปทางเดิม รอดักซุมโจมีสมุนของแสนกับทหารของแฟรงคที่ไล่ตามมา และจัดการพวกนั้นจนหมอบราบคาบอีกด้านของป่า ทหารของแฟรงค์กบสมุนของแสนอีกส่วนหนึ่งไล่ล่าพวกเพียงฟ้าจนทัน

เพียงฟ้าหมุนตัวกลับ ซัดมีดบินนาคราชออกไปสองเล่มพร้อมกัน มีดบินแยกออกซ้ยขวาหมุนเข้าปาดคอพวกคนชั่วที่อยู่ด้านหน้าตายจบกองเลือด พวกที่เหลอระดมยิงใส่เพียงฟ้าเป็นชุด เพียงฟ้าม้วนตัวหลบคมกระสุนไปได้ ตะเภาปรี่เข้าฟาดคมแฝกใส่พวกสมุนที่เลหือทีละคนจนสลบเหมือด “รีบไปเถอะตะเภา ก่อนที่พวกมันจะแห่กันมาเยอะกว่านี้” เพียงฟ้า ตะเภา และนักรบรีบตรงไปยังถ้ำหลังน้ำตกหน้าทางเข้าค่าย รอสักพัก พวกภูกล้าตามมาสมทบ ตะเภาเร่งให้รีบปลับเข้าค่าย ก่อนที่กัลป์จะอาละวาดจนค่ายแตกเพียงฟ้าถอนใจ หนักใจ รีบเดินนำทุกคนเข้าถ้ำหลังน้ำตก โดยไม่มีใครทันสังเกตว่าแสน แฟรงค์ ขวาน เสือ กับพวกสมุน บางส่วนแอบซุ่มอยู่ใกล้ๆแถวนั้น

“ในที่สุดพวกมันก็ติดกับเรา ฉลาดจริงๆที่ใช้คนส่วนหนึ่งทำเป็ฯตามมันไป และยอมให้มันเล่นงานจนมันคิดว่าเล่นงานเราได้ทั้งหมดแล้ว” แฟรงค์หันกลับไปชมแสน “แสน ราชสีห์ ไม่เคยคิดอะไรชั้นเดียว…ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าทางเข้าค่ายนาคินทร์ซ่อนอยู่หลังน้ำตกนั่น” “คุ้มเวียงฟ้าแจ้งว่าเจ้าจันทร์งามกลับไปทำแผลที่คุ้มเรียบร้อยแล้วคับ” เสือรายงาน ขวานยุให้แสนบุกเข้าไปจัดการพวกนั้น แสนยิ้มเหี้ยมสั่งเสือให้วิทยุไปบอกจันทร์งามส่งกำลังเสริมมาที่นี่ด่วน แฟรงค์ชำเลืองมองแสนอย่างประเมิน สายตาโหดเหี้ยมไม่แพ้กันแสนถามหาตัวช่วยคนสำคัญของแฟรงค์ “คนสำคัญ…ก็ต้องมาในช่วงเวลาสำคัญ” แฟรงค์สีหน้ามั่นใจในตัวคนที่เข้าพูดถึงมาก…

ในเวลาเดียวกัน กัลป์เล่นงานเหล่ากรบนาคินร์จนหมอบ แล้วขยับจะออกจากค่าย วิหคปรี่เข้าขวางขอร้องว่าอย่าออกไป เดี๋ญวท่านผู้นำก็จะกลับแล้ว กับป์ตะโกนสั่งวิหคถอยไป แต่วิหคยืนนิ่งไม่ทำตาม กัลป์เงือมคมแฝกทำท่าจะฟาดวิหค เพียงฟ้ากับพวกกลับเข้ามาพอดี “หยุดนะ” เพียงฟ้าร้องห้ามเสียงลั่น กัลป์หันมองไปตามเสียง ก่อนลดคมแฝกลง พลอยรุ้งกับตะโพนต่างถอนใจโล่งออก เพียงฟ้าตำหนิกัลป์ว่าไมสิทธิมาทำร้ายคนของเธอ กัลป์ต่อว่ากลับว่าเธอไปหาแฟรงค์แล้วทำไมไม่บอกสักคำ เพียงฟ้าชะงักพูดไม่ออก

ที่โรงพักเมืองพล จงอางหิ้วถุงโอเลี้ยงขึ้นมาส่ง เห็นเพลิงกำลังคุยกับรองเพชร รีบยื่ยถุงโอเลี้ยงให้หมู่กร๊วกอย่างสบอารมณ จงอางรับเงินจากหมู่กร๊วก ขยับจะเดินลงไป มีรถกระบะสามคันบรรทุกชบา และสมุนของแสน และหลเองครักษ์ของจันทร์งามแล่นผ่านไป เพลิง รองเพชร กับพวกตำรวจเดินออกมามองด้วยความสงสัย

“ขนคนไปทำอะไรเยอะแยะขนาดนี้” รองเพชรแปลกใจ “ก็ไปถล่มไอ้พวกโจรชั่วที่มันทำร้ายเจ้าจันทร์งามไงละ ฮ่าๆๆๆ งานนี้พวกมันจะไม่มีชีวิตรอดมาย่ำยีเมืองพลอีกต่อไป…คุ้มเวียงฟ้าและราชสีห์…จงเจริญ” จงอางชูมือตะโกนลั่น เพลิงไม่พอใจกระชากคอเสื้อจงอางเข้ามาถามว่าพูดเรื่องอะไร จงอางสะบัดหลุด ชีหน้าเพลิงอย่างไม่เกรงกลัว ขู่ว่าถ้าแสนจัดการกับพวกโจรชั่วเสร็จเมือไร ก็จะถึงคิวของตำรวจชั่วบ้าง เพลิงฉุนขาดขบับจะเดินเขาไปเอาเรื่อง รองเพชรห้ามไว้ทัน จงอางยิมกวนประสาทก่อนเดินจากไป เพลิงมองตามเย่างเจ็บใจ “รถของเจ้าจันทร์งามกำลังมุ่งหน้าไปทางชายป่าทิศเหนือของเมืองพล”

เพลิงตกใจ นึกขึ้นได้ว่าค่ายนาคินทร์ตั้งอยู่ในทิศนั้น รีบสั่งตำรวจทั้งหมดพร้อมกันที่หน้าเสาธงในโรงพก ครู่ต่อมาเพลิงถือธงชาติซึ่งพับอย่างดีผืนหนึ่งไว้ในมือเดินมาที่หน้าเสาธง กล่าวกับกองกำลังตำรวจทั้งหมด “วันนี้เราจะไม่ปล่อยให้อิทธิพลเถื่อนเข้ามาทำลายแผ่นดิน เราจะไม่ยอมให้คนใช่ไล่ล่าเข่นฆ่าชีวิตคนบริสุทธิ์ เราจะต่อสู้เพื่อประชาชนด้วยหัวใจที่กล้าหาญ และเพื่อเรียกร้องเกียรติของเรากลับคืนมา” เพลิงหันไปทำความเคารพธงชาตไทยเหนือเสา แล้วกล่าวนำคำปฏิญาณ “ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ยอ่างเข้มแข็งและยึดความดีเป็นที่ตั้ง…พวกเราพรอ้มจะสละชีพ เพื่อรักษากฏหมายให้ดำรงอยู่คู่ความยุติธรรม”

ตำรวจทุกนายกล่าวคำปฏิญาณตามอย่างพร้อมเพียงกันด้วยความมุ่มั่น เพลิงเดินเข้ามาหารองเพชร พร้อมกับยื่นธงชาติในมือให้ “ธงชาติผืนนี้สำหรับผม…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ ผมพร้อมจะเสียหละชีวิตเป็นคนแรก” รองเพชรทำความเคารพเลิงอย่างชื่นชมและภาคภูมิใจในตัวผู้บังคับบัญชา เหล่าตำรวจต่างพร้อมเพรียงกันทำความเคารพเพลิงด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากรองเพชร จากนั้นไม่นานขบวนรถตำรวจห้าคันโดยการนำของเพลิงก็แล่นผ่านถนหน้าตลาดเมืองพลตรงไปยังชายป่าทิศเหนือ ท่ามกลางความแปลกใจของพวกชาวบ้าน…

ทางฝ่ายกัลป์ไม่พอใจอย่างมาก เดินตามมาเอาเรื่องเพียงฟ้าที่แอบออกไปติดต่อกับแฟรงค์โดยไม่บอกเขา ทั้งๆที่รู้ว่ามันเสี่ยงอันตรายมาก เพียงฟ้าเถียงไม่ยอมแพ้ว่าเธอกับคนของเอก็กลบมาด้วยความปลอดภัย กัลป์เงียบ กลับฉุกคิดบางอย่างได้ว่า นึกสงสัยว่าทำไมแสนถึงปล่อยเธอกลับมาได้ง่ายๆ อย่างนี้ “คนของแสนและนายแฟรงค์ไล่ตามฉันมา แต่ถูกพวกเราเล่นงานกันหมดแล้ว” “คนอย่างไอ้แสน ไม่มีทางปล่อยให้ใครหนีรอดเงื้อมมือได้ นอกจาก…” กัลป์ยังพูดไม่จบประโยค มีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไวไปทั่วบริเวณค่ายนาคินทร์ ตามมาด้วยเสียงระเบิดอีกนับสิบๆ ลูกดังติดๆกัน กระจายไปทั่วจากน้ำมือของพวกแสน เพียงฟ้าตกใจมาก คาดไม่ถึงว่าพวกนั้นจะตามมาถึงที่นี่ กัลป์ตั้งสติได้รีบสั่งเพียงฟ้าให้ไปช่วยทุกคนด่วน

ชาวบ้านและเด็กๆ ต่างหวีดร้องอย่างตื่นตระหนก วิ่งหนีตายกันวุ่นวาย ชบา เสือกับขวานนำกำลังบางส่วนบุกเผาบ้านพักในค่ายจนราบ วิหคกับพล้อยรุ้ง ตะเภาซึ่งมีผ้าคลุมหน้า ตะโพนและตาลช่วยกันต้อาวบ้านกับเด็กให้มาร่วมกลุ่มกัน แล้วหมอบราบกับพื้นเพื่อหลบกระสุนปืน เพียงฟ้ากับกัลป์ตามมาสมทบ วิหครายงานทั้งคู่ว่าพวกแสนกับคนของแฟรงค์และองครักษ์ของจันทร์งามมากันเต็มไปหมด แต่ไม่เห็นจันทร์งาม “สงสัยจะบาดเจ็บเพราะถูกท่านผู้นำเล่นงาน” ภูกล้าตั้งข้อสังเกต “ต้องรีบพาชาวบ้านและเด็กหนีไปก่อน…วิหค พลอยรุ้ง ตะโพน รีบช่วยกันพาชาวบ้านหนีออกไปด้านหลังค่าย ฉันกับคนอื่นๆ จะช่วยกันสกัดพวกมันไว้” วิหครับคำสั่งกัลป์แล้วรีบพาชาวบ้านกับเด็กวิ่งไปทางหลังค่าย พลอยรุ้ง ตะโพนกับตาลตามติด…

ส่วนแฟรงค์กระชากปืนออกมายิงนักรบนาคินทร์ที่ดาหน้าเข้าหา สั่งทหารฆ่าพวกนักรบให้หมด แสนตวัดคมแฝกฟาดใส่นักรบที่เข้ามาขวางทาง เหลือบมองเห็นวิหคต้อนพวกชาวบ้านหนีไปด้านหลังค่าย และเห็นกัลป์กำลังต่อสู้กับพวกสมุนของตนอย่างดุเดือด “ไอ้กัลป์…วันนี้ฉันจะคิดบัญชีกับแก” เสนควงคมแฝกตีฝ่าวงล้อมนักรบนาคินทร์ตรงเข้าไปเล่นงานกัลป์ทันที กัลป์หมุนตัวกลับ ตวัดคมแฝกขึ้นต้านแล้วกระแทกกลับด้ววยท่าสุบรรณสนั่นภพ คมแฝกของทั้งคู่ปะทะกันอย่างแรงจนกระเด็นออกไปคนละทาง แสนตั้งตัวได้เร็วกว่ารุกไล่ตีคมแฝกเข้าใส่ กัลป์หลบหลีกไปมา พร้อมกับควงคมแฝกตั้งรับได้อย่างเหนือชั้น

อีกด้านหนึ่งของค่าย เพียงฟ้าและภูกล้ากำลังคุมเหล่านักรบนาคินทร์ยิงต่อสู้กับพวกทหารและเหล่าองครักษ์ เพียงฟ้า กวาดตามองไปรอบๆ เห็นทหารกับองครักษ์กำลังซุ่มยิงปืนกลใส่นักรบนาคินทร์แยกกันสองจุด ตัดสินใจวิ่งพรวดออกไปให้ใกล้จุดซุ่มยิ่งมากที่สุด ภูกล้าตกใจร้องห้าม เพียงฟ้าไม่ทันฟัง สะบัดมีดบินนาคราชใส่ทหารที่ซุ่มอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ มีดบินควงเข้าปาดคอทหารสามคนที่กำลังกราดปืนกลตายคาที่ องครักษ์ที่ซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้วาดปืนกลเข้าหาเพียงฟ้า แต่ยังไม่ทันจะเหนี่ยวไก เพียงฟ้าซัดมีดบินออกไปอีกเล่ม หมุนอ้อมหลังพุ่มไม้ แล้ววกกลับมาทางด้านหน้าปักกลางอกองครักษ์อย่างแม่นยำ

ด้านตะเภาถูกเสือและขวานรุมยำจนเสียหลักเซถลาเสือจะเขาไปกระชากผ้าคลุมหน้าของตะเภออก ขวานตามติดเข้ามา เพราะอยากเห็นหน้านังโจรเจ้าของคมแฝกลึกลับตะเภาไม่ยอมง่ายๆ วาดลวดลายคมแฝกท่าไม้ตายสองท่าพร้อมกัน คือท่าอัคคีสาดแสงและท่านาคาพ่นไฟตีใส่เสือกับขวานจนล้มลุกคลุกคลาน ฝ่ายภูกล้ากำลังต่อสู้กับพวกแสน หันไปเห็นหลังชบาไวๆ รีบใช้ท่าไม้ตายเพลงกระบองยาวฟาดใส่จนพวกแสนหลับกลางอากาศ แล้ววิ่งตามชบาไปติดๆ ชบาหันมาเห็นภูกล้าเล็งปืนยิงใส่ ภูกล้ากหลบทัน ก่อนฟาดกระบองยาวใส่มือจนปืนหลุดกระเด็นตกพื้น ชบาแกล้งร้องลั่นราวกับจะขอความเห็นใจภูกล้าเจ็บแล้บแล้วจำ ไม่หลงมารยาหญิงชั่วอีก ใช้กระบองยาวกระหน่ำตีไม่ยั้ง ชบาม้วนตัวหลบหลีกไปรอบๆ “อยากเจ็บตัวเหมือนนายของเธอรึชบา” “อย่างน้อยเจ็บตัวก็ยังดีกว่าเจ็บหัวใจ” ชบาพุ่งเข้าใส่ภูกล้าอย่างไม่กลัวตาย…

ในเวลาเดียวกันที่ด้านหลังค่าย พลอยรุ้งเคืองที่เห็นวิหคยังไม่พาพวกชาวบ้านกับเด็กๆหนี กลับมายืนลับๆล่อๆมองการต่อสู้ วิหคอ้างว่าเขามีอาวุธใหม่ประดิษฐูจากตำราขององอาจ จะเอามาช่วยท่านผู้นำจัดการกับพวกคนชั่ว พลอยรุ้งเร่งวิหคให้รีบเอาอาวิธนั้นมาใช้ วิหคยิ้มกริ่มมีเลศนัย…

ทางด้านแสนเริ่มเสียท่าให้กัลป์ซึ่งตีรุกไล่ไม่หยุด เลยหันไปคว้าเด็กนาคินทร์คนหนึ่งที่หนีไม่ทันเหวี่ยงใส่ กัลป์ถลาเข้าไปประคองเด็กน้อยเอาไว้ได้ แล้วสั่งให้รีบหนี แสนอาศัย จังหวะที่กัลป์มัวแต่พะวงความปลอดภัยของเด็ก พุ่งเข้าฟาดคมแฝกใส่ด้วยท่าโค่นเขาพระสุเมรุเต็มๆ จนกัลป์หน้าคะมำแล้วตามเข้ามาหมายจะตีซ้ำ ขณะแสนกำลังเงื้อคมแฝกจะฟาดใส่ มีบินนาคราชเล่มหนึ่งแหวกอากาศตรงเข้าหาอย่างรวดเร็ว แสนจำต้องเบื่ยงตัวหลบ มีดบินพุ่งเฉี่ยวแขนเสื้อขาดวิ่น แล้วตรงไปปักยังต้นไม้ด้านหลัง “แสน ราชสีห์ ฉันจะคิดบัญชีกับคนชั่วอย่างแก” “ถอยไปเพียงฟ้า คุณไม่ใช่คู่ปรับของไอ้แสน” กัลป์พยายามยันตัวลุกขึ้น แสนตีคมแฝกรุกใส่เพียงฟ้าอย่างหนัก จนถอยร่นไม่เป็นขบวน สะดุดเข้ากับรากไม้ล้มกลิ้ง แสนดีดตัวจะฟาดคมแฝกใส่เพียงฟ้า กัลป์พุ่งตัวเข้ามาขวางทัน รับคมแฝกของแสนเต็มหลังถึงกับกระอักเลือด เพียงฟ้าตกใจร้องลั่นด้วยความเป็นห่วงกัลป์ แสนได้ใจปรี่เข้าใส่ หมายจะจัดการกัลป์ขั้นเด็ดขาด

ทันใดนั้น มีเครื่องเฮลิคอปเตอร์บังคับวิทยุสองลำบินฉวัดเฉวียนเข้ามาวนรอบตัวแสนและแฟรงค์ ทั้งสองคนเงยหน้ามองเฮลิคอปเตอร์จิ๋วงงๆ วิหคกับตะโพนถือรีโมตบังคับเครื่องบินคนละเครื่อง บังคับกันอย่างมันมือ “ของเล่นใหม่ของเอ็ง เข้าท่าเว้ยเฮ้ย” “โฉบซ้าย โฉบขวา ตีลังกากลับกลัง แล้วก็…ตูม” วิหคกดปุ่มสีแดงบนรีโมต เครื่องเฮลิคอปเตอร์ทั้งสองลำปล่องระเบิดใส่แสนและแฟรงค์กับพวกเป็นชุดอย่างหนักหน่วง จนพวกนั้นวิ่งหาที่หลบกันวุ่นวาย แสนจำต้องถอยห่างจากเพียงฟ้าและกัลป์ออกไปเรื่อยๆ ตะเภาได้โอกาสปรี่เข้าไปช่วยเพียงฟ้าประคองกัลป์ตะโพนกับพลอยรุ้งต่างหัวเราะสะใจ

“ท่านผู้นำ…ให้ทุกคนถอยมาตั้งหลักก่อนเร็ว ผมจะช่วยสกัดให้” วิหคยังคงทิ้งระเบิดใส่พวกแสนไม่หยุด เพียงฟ้าเป่าปากเป็นสัญญาณเรียกเหล่านักรบให้ถอย ภูกล้าได้ยินเสียงสัญญาณ กระแทกกระบองใส่ชบาจนล้มตึง แล้วรีบตามไปสมทบกับเพียงฟ้า ชาวนาคินทร์และนักรบทุกคนหนีพวกแสนไปถึงที่ชายป่าหลังค่าย “เราจะหนีไปหลบที่ไหน” พลอยรุ้งสีหน้าวิตกกังวลสุดๆ เพียงฟ้าชำเลืองมองภูกล้าเหมือนจะขอคำปรึกษา ภูกล้าเองก็คิดไม่ออก ระหว่างนั้นวิหคได้ยินเสียงน้ำหยดดังติ๋งๆแล้วปรากฏมโนภาพขึ้น เห็นหยดน้ำกับถ้ำที่มืดและเย็น ทีแรกวิหคเองก็ไม่เข้าใจความหมาย พยายามตบหู ตบดวงตาตัวเองแต่เสียงน้ำยังคงก้องอยู่ในหัว “อย่างเพิ่งเพี้ยนตอนนี้ได้มั้ยวิหค” ภูกล้าปราม “ฉันไม่ได้เพี้ยน จู่ๆก็ได้ยินเสียงหยดน้ำ เห็นอะไรมืดๆ เต็มไปหมด…เอ…หยดน้ำ…ที่มืด…ใช่แล้วๆ…ข้ามธารน้ำตกนี่ไปจะมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่อีกฝั่ง ฉันเคยเจอถ้ำนี้โดยบังเอิญตอนที่มาหาสมุนไพร”

“ถ้าพวกเราข้ามไปหลบฝั่งโน้นได้ ก็นาจะรอดจากพวกไอ้แสน” กัลป์เสริมขึ้น เสียงปืนดังไล่หลังใกล้เข้ามาทุกที ชาวบ้านต่างมองหน้ากันอย่างตื่นตระหนก รู้ว่าพวกแสนตามมาแล้ว เพียงฟ้าออกคำสั่งให้รีบเดินทาง ทุกคนรีบรุดไปยังน้ำตกตามคำของวิหคทันที

(จบตอน 23)

Talk: ตอนนี้ยาวจริงๆ ยังไม่จบเลย ตอนวันพรุ่งนี้แฟนวิหคมีเสียวนะเนี้ยใช่ตอนนั้นป่าวนะ คนพิมพ์ก็ลุ้นละทึกจริงๆ พรุ่งนี้ก็จะได้ดูรุกฆาตต่ออีกแล้วดีใจจริงๆ เลย จะถึงวันจันทร์แล้วอย่าลืมชมละครกันนะ รุกฆาต! รุกฆาต! รุกฆาต!

อีกรอบ…โทษทีลืมเข้ามาแจ้งว่าตอนที่ 23 จบแล้วเพราะในไทยรัฐฉบับวันอังคารที่ 22 กันยายน เป็นตอนที่ 24 แล้วจ้า ตอนที่ 24 ปกติเราจะลงวันเสาร์นะ แต่ว่าส่วนใหญ่ตอนของวันอังคารเนี้ยมักกินเนื้อหาของตอนที่ 24 ด้วย เดี๋ยวรอดูคืนวันจันทร์ว่าจะเล่นไปถึงไหน ถ้ามีแนวโน้มว่าจะเข้ามาในตอน 24 มาก ก็อาจจะพิมพ์ถ้านิดหน่อยก็อาจจะไม่พิมพ์ ฮุ ฮุ

Drama

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาต ตอนที่ 22

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาตตอนที่ 22
โดย: แสงแข
บทประพันธ์และบทละครโทรทัศน์: คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
กำกับการแสดงโดย: นนทนันท์ สังขสวัสดิ์
ออกอากาศทาง: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เครดิต: ไทยรัฐฉบับวันที่ 12-13-14-15-16-17 กันยายน 2552 (ทำไมหลายวันจัง จะพิมพ์เสร็จไหมเนี้ย T__T)

รุกฆาต ตอนที่ 22

วิหคฝันเห็นค่ายนาคินทร์ถูกโจมตีพังยับเยิน มีศพของเหล่านักรบนอนตายเกลื่อน เหลือหญิงชราอยู่สามคนกับเด็กเล็กๆ อีกคนหนึ่งกำลังร้องไห้ด้วยความกลัว หญิงชราคนหนึ่งนั่งกอดศพลูกร้องให้อย่างน่าเวทนา

“ไหนแกบอกพวกเราว่าจะชนะ…ทำไมเป็นอย่างนี้” หญิงชราคร่ำครวญ ส่วนหญิงชราที่เหลืออีกคน ต่างต่อว่าวิหคต่างๆ นานา สกุณณาพ่อของวิหคก็เข้ามาต่อว่าเขาว่าเป็นถึงผู้สืบทอดญาณผู้หยั่งรู้ แต่ทำไมกลับพาคนมาตาย ตำหนิที่เขาเป็นคนฆ่าทุกคนที่นี่ วิหคตะโกนลั่น “ไม่จริง…ผมไม่ได้ฆ่า…ผมไม่ได้ฆ่าใคร” วิหคสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย หายใจหอบ พลอยรุ้งได้ยินเสียงร้องเอะอะของวิหครีบเข้ามาถามว่าเป็นอะไร วิหคเล่าเรื่องฝันร้ายให้พลอยรุ้งฟัง พลอยรุ้งปลอบว่ามันเป็นแค่ความฝันวิหคลุกขึ้นเดินมองไปรอบๆค่าย จิตตกอย่างแรงคิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นผู้หยั่งรู้หรือผู้วิเศษ ทนหลอกตัวเองและคนอื่นต่อไปไม่ได้ พลอยรุ้งถามวิหคว่า รู้ไหมว่าผู้หยั่งรู้หมายถึงอะไร วิหคส่ายหน้า พลอยรุ้งเดินเข้ามายื่นข้างๆ

“ผู้หยั่งรู้คือผู้ที่ทำให้คนที่กำลังท้อแท้สินหวังมีกำลังใจอยู่ต่อไปได้ แล้วมันก็ไม่สำคัญด้วยว่ามันจะเป็นความจริงหรือเปล่า เพราะสำหรับฉัน กำลังใจที่นายให้ทุกคน…คือสิ่งที่วิเศษสุดแล้ว…แล้วมันจะเป็นพลังให้นายทำสำเร็จได้ในซักวัน” พลอยรุ้งยิ้มอ่อนโดยจากหัวใจ วิหคอบอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด ความตื่นเต้นและความกลัวหายไปหมด ขอบใจที่พลอยรุ้งพูดให้ได้คิด พลอยรุ้งไล่วิหคให้ไปเตรียมข้าวของเครื่องใช้ เพราะวันนี้เรามีเรื่องต้องทำอีกมาก วิหคพยักหน้า…

ขณะที่จ่ากานพลูและหมู่กร๊วกเข้ามารายงานเพลิงว่าสายของเราแจ้งว่า วันนี้จะมีการขนอาวุธเถื่อนเข้ามาในเมืองพลและคาดว่าอาวุธทั้งหมดเป็นของแสน ราชสีห์ จังหวะนั้น แสน มาชวนเพลิงไปงานวันเกิดของตนเองถึงโรงพัก ไม่ได้ชวนไปเป็นเกียรติ แต่ให้ไปช่วยรักษาความปลอดภัยจันทร์งาม เพลิงโกรธจัด ต่อว่าแสนว่าเขาไม่ได้มีหน้าที่ไปเดินตามหลังใคร แสนทำเสียงดังข่มว่า จันทร์งามสั่งว่าเพลิงต้องไป “ก็น่าแปลกที่เจ้าไม่บอกฉัน ทั้งๆที่เมื่อคืนเจ้านอนอยู่กับฉันทั้งคืน” เพลิงเกทับ แสนหน้าเสียคาดไม่ถึงว่าเพลิงจะเล่นไม้นี้ ตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อเพลิงอย่างจะเอาเรื่อง เพลิงไม่ยอมให้ข่มง่ายๆจนเกือบจะวางมวยกัน ดีที่จันทร์งามเข้ามาห้ามไว้ทัน ก่อนขอตัวเพลิงไปคุยธุรกันตามลำพัง เพลิงหันไปยิ้มเย้ยแสนเดินตามจันทร์งามเข้าห้องทำงานผู้กำกับ แสนโมโหเตะข้าวของแถวนั้นระบายอารมณ์…

พอเข้าห้อง จันทร์งามไม่รอช้าถามถึงเรื่องเมื่อคืนทันที เพลิงยิ้มยั่วถามกลับว่าเธอจำไม่ได้หรือว่า เมื่อคืนเขานวดให้จนเธอเผลอหลับไป จันทร์งามกลับรู้สึกเหมือนหมดสติมากกว่าเดินเข้ามาใกล้เพลิงอย่างจับผิด ถามว่าเขาคิดจะเล่นไม่ซื่อกับเธอหรือ เพลิงเข้าไปกอดจันทร์งานแน่น แสร้งออดอ้อน “ผมจะทำอะไรเจ้าได้ในเมื่อผมรอโอกาสนี้มาทั้งชีวิตส่วนที่เจ้าหลับไป คงเป็นเพราะเพลียมากกว่า…หรือไม่ก็เพราะผมนวดเก่ง” เพลิงหยอก

จันทร์งามเสียงอ่อนลง ต่อว่าอย่างงอนๆที่เขาททิ้งเธอให้อยู่คนเดียวทั้งคืน เพลิงอ้าวว่าไม่อยากสนุกคนเดียวเลยกลับบ้าน แล้วเคล้าเคลียซอกคอจนจันร์งามเคลิ้มเผลอยิ้มออกมา รีบชวนเพลิงไปกับเธอ เพลิงชะงักนิดหนึ่ง ทำเป็นเสียดายที่ไปด้วยไม่ได้ เพราะต้องไปดูแลความปลอดภัยให้แสน เกรงว่านักรบนาคินทร์ที่เหลืออาจจะเข้ามาก่อกวนในงานและทำให้งานล่มได้ จันทร์งามเสียงเข้มสวนขึ้นทันทีว่างานนี้จะล่มไม่ได้เด็ดขาด “อย่าอารมณ์เสียสิครับ ผมสัญญา เสร็จงานนี้ผมจะทำให้เจ้าลืมผมไม่ลง” เพลิงยิ้มพลายพูดเป็นนัย “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณจะร้อนเหมือนชื่อหรือเปล่า เพลิง กัมปนาท” จันทร์งามยิ้มหวานพอใจ ตีความเข้าข้างตัวเองว่าเพลิงจะมากุ๊กกิ๊กด้วยคืนนี้

ขณะเดียวกัน กัลป์แอบได้ยินภูกล้ากับเพียงฟ้าคุยกัน ระหว่าที่เพียงฟ้าเข้าไปทำแผลให้ภูกล้าซึ่งยังคงบาดเจ็บจนไม่สามารถออกไปต่อสู้ครั้งนี้ได้ ภูกล้าถามตรงๆ ว่าเพียงฟ้ารักกัลป์หรือเปล่า เธอพูดสวนทันทีว่าไม่ได้รัก เดินเลี่ยงสายตาจับผิดของภูกล้า ไยอมรับความจริงว่าเธอแอบมีใจให้กัลป์ “ทั้งฉันและเค้าต่างมีเป้าหมายเพื่อบ้านเมือง เมื่อเสร็จงานนี้เราก็ต้องแยกย้ายกันไป” “แต่ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคสำรหับความรัก” “แต่ฉันยังไม่คิดเรื่องนั้น ฉันต้องการสถาปนารัฐอิสระขึ้นมใหม่ แล้วก็มีท่านคนเดียวเท่านั้นที่ช่วยฉันได้” ภูกล้าสีหน้าลำบากใจเพราะรู้ดีว่าเพียงฟ้าคิดอย่างไรกับกัลป์…

ฝ่ายเพียงฟ้าพอรู้ว่ากัลป์แอบได้ยินเธอคุยกับภูกล้าก็ไม่พอใจ ต่อว่ากัลป์ว่าไม่ควรแอบฟังคนอื่นพูดคุย กัลป์น้อยใจต่อว่าเพียงฟ้ากลับว่าเข้าไม่ได้มีความหายอะไรกับเธออยู่แล้วจะมาใส่ใจทำไม ขยับจะเดินหนี เพียงฟ้าไม่ยอมเดินไปดักหน้าไว้ ต่างคนต่างโต้เถียงกันไปมาตรงลานเตรียมอาวุธกลางค่ายนาคินทร์ ตะเภาเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาห้าม แล้วจับมือเพียงฟ้ากับกัลป์ให้มาจับมือกัน แต่เพียงฟ้าถือดีไม่ยอมลงให้กัลป์ “เอาน่า…ตอนนี้ขวัญกำลังใจของนักรบนาคินทร์อยู่ทีพี่สองคนนะ” ตะเภาคะยั้นคะยอ เพียงฟ้ายอมจับมืออย่างเสียมิได้ ตะเภาหันไปยิ้มให้วิหค พลอยรุ้ง กับตะโพนอย่างโล่งใจ…

ในเวลาต่อมา กัลป์เรียกประชุมสรุปแผนครั้งสุดท้ายให้ทุกคนฟังว่า เพลิงแจ้งมาว่างานวันเกิดของแสนจะเริ่มตอน 6 โมงเย็น จันทร์งามกับแสนจะมาถึงงานประมาณหนึ่งทุ่มจากนั้น แสนจะฉายหนังโฆษณาชวนเชื่อให้ชาวบ้านดู แล้วจะมีการตัดเค้กวันเกิดเวลา 2 ทุ่ม ทุกอย่างทำเพื่อดึงความสนใจจากชาวบ้าน “แต่ความจริงแล้ว พวกมันจะขนอาวุธสงครามล็อตใหญ่เข้ามาในเมือง ซึ่งถ้ามันทำสำเร็จเราคงต้องเสียเมืองพลให้พวกมัน” “เท่ากับว่า เรามีเวลาแค่ชั่วโมงเดียวที่จะจัดการเรื่องนี้” เพียงฟ้าช่วยเสริมคำพูดของกัลป์ “ตั้งเวลาให้ตรงกัน…ทำตามแผนที่วางไว้อย่าให้พลาดเด็ดขาด เพราะงานนี้ไม่ได้เดิมพันแค่ชีวิตพวกเรา แต่มันหมายถึงความสงบสุขของชาวเมืองพลทั้งหมดด้วย” กัลป็หน้าเครียดจริงจังสุดๆ

ตกเย็น บริเวณจัดงานวันเกิดของแสน บรรยากาศในงานคล้ายกับงานวัดกลายๆ มีการปิดถนนด้านหน้าคุ้มเวียงฟ้าเพื่อตั้งเวที ส่วนด้านหล้งเว้นไว้สำหรับขึงจอฉายหนังกลางแปลง ชาวบ้านเรื่อมทยอยกันมาร่วมงาน พ่อปานแม่แจ้ จงอาง มาลัย กับลำดวนมาถึงบริเวณงานอย่างตื่นตาตื่นใจ

ขวานกับสมุนสี่คนตั้งโต๊ะอยู่หน้าทางเข้างาน ประกาศเชิญชวนชาวบ้านมาลงชื่ออวยพรให้แสน แม่แจ้ปรี่เข้าไปเสนอหน้าทันที ขวานเรียกเก็บเข้างานคนละ 500 บาท พ่อปานไม่เห็นด้วย ต่อว่าขูดเลือดกันชัดๆ “ถ้าใครไม่พอใจจ่ายก็ไม่ต้องจ่าย แต่ฉันบอกไว้ก่อน ใครที่มาลงชื่อจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากนายแสนและได้รับสิทธิ์ในการกู้ยืมเงินจากกองทุนพัฒนาเมืองพล” “เก็บเงินเข้ากองทุนไปแล้วทำไมไม่ช่วยทุกคนเท่าเทียมกัน” มาลัยไม่พอใจ “เพราะความเท่าเทียมกันอยู่ที่นายแสนตัดสินใจ” ขวานพูดอย่างหน้าด้าน แม่แจ้ตัดรำคาญรีบควักเงินจ่ายให้ทุกคน พ่อปานเดินบ่นตลอดทางรู้สึกไม่ชอบมาพากล นึกถึงที่ตะเภาเตือนว่าแสนกับจันทร์งามคิดจะฮุบเมื่องพล แม่แจ้อ้างว่าตะเภาถูกกัลป์ล้างสมอง คนเลวที่ไหนจะเอาเพชรมาแจกชาวบ้าน พ่อปานยังครู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้…

ฝ่ายตะโพนปลอมตัวใส่วิกขับรถขนโลงศพที่เต็มไปด้วยอาวุธกับลังกระดาษใบใหญ่ที่ถูกบังด้วยโลงศพเข้ามาใกล้เมืองพล แต่ถูกด่านของเสือเรียกให้หยุด เสือเหมือนจะจำตะโพนได้ ทำท่าจะดึงวิกผมออก จ่ากานพลูเข้ามาพอดี สั่งให้เสือรื้อด่าน หมู่กร๊วกเสริมว่าผู้กำกับกำชับว่าห้ามใครปิดถนนโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าฝ่าฝืนจะถูกจับ เสือจะยอมรื้อด่านก็ต่อเมื่อแน่ใจว่ารถคันี้มีศพมาจริงๆ สั่งสมุนให้เปิดโลง ปรากฏว่ามีศพอยู่ในโลงจริงๆ “เห็นว่าตายเพราะหวัด 2009 ถ้าไม่กลัวติดเขื่อจะเปิดดูทุกโลงก็ได้” ตะโพนยังคิ้วหน้าเป็น…

กัลป์ ตะเภา ในคราบชายหน่มติดหนวดใส่วิกผมสั้นกับเหล่านักรบนาคินทร์บางส่วน จัดการกับคนฉายหนังกลางแปลงและลูกน้อง แล้วให้นักรบนาคินทร์ปลอมตัวเป็นพวกนั้นแทน ตะโพนขับรถขนโลงศพที่ด้านหลังแอบเอาอาวุธกับลังใบใหญ่พร้อมโบผูกของขวัญตามเข้ามาสมทบ “คืนนี้ ฉันจะมีเรื่องแปลกใจที่สดในชีวิตให้แก…ไอแสน” กัลป์สีหน้าดุดัน…ครู่ต่อมา เสือเข้าไปรายงานแสนว่าเพลิงสั่งให้ลูกน้องมารื้อด่าน อ้างว่าความปลอดภัยเป็นเรือ่งของตำรวจ แสนเจ็บใจที่จันทร์งามคอยให้ท้ายเพลิงจนเหิมเกริมไม่เห็ฯหัวตน พอแสนรู้จากเสือว่าเมื่อคืนเพลิงไปดักรอจันทร์งามที่คลังแสง นึกเอะใจรีบสั่งเสือไปตรวจสอบคลังแสงอย่างละเอียด มีอะไรผิดปกติ ให้รายงานทันที…

ด้านตะเภาเดินสำรวจด้านหลังงาน เจอขวานกับสมุนพอดี ตะเภาเกือบโดนขวานจับพิรุธได้ แต่เพลิงมาช่วยไว้ทันยกจันทร์งามขึ้นมาอ้างว่าต้องการพบตัวคนฉายหนังเพื่อจะจ่ายเงิน แล้วพาตะเภาออกไป ตะเภายังข้องใจเรื่องมื่อคืนถามคาดคั้นให้เพลิงบอก แต่เพลิงกลับแกล้งยั่วจนตะเภาโกรธ ทันใดนั้น เพลิงเห็นสมุนของแสนกับเสือเดินอยู่ข้างหน้า รีบเอามือปิดปากตะเภาแล้วดึงเข้าไปหลบ ก่อนพยักพเยิดไปที่เสือ ส่วนเสือตรวจค้นคลังแสง แล้วออกมาจะรายงานแสนแต่แสนไปที่จัดงานวันเกิดจึงสั่งสมุน “ไปบอกว่าฉันเจอระเบิดที่คลังแสง กำลังให้คนกู้ระเบิดอยู่” ตะเภาได้ยินก็ตกใจที่พวกนั้นรู้ตัว สมุนคนนั้นเดินผ่านตรงที่เพลิงกับตะเเภซ่อนอยุ่พอดี ตะเภาล็อกตัวสมุนลากเข้าไปบิดคอล้มคว่ำ แล้วจะต้องไปจัดการกับพวกที่เหลือก่อนจะไปแจ้งให้แสนรู้ตัว เพลิงอาสาจะตามไปช่วยอีกแรง เดินออกจากที่ซ่อนต้องชะงักเมื่อเจอองครักษ์ของจันทร์งาม ตะเภารีบกลับไปซ่อนอย่างเดิม องครักษ์แจ้งเพลิงว่าจันทร์งามต้องการพบ ทีแรกเพลิงทำท่าจะไม่ยอมทำตาม แต่สุดท้ายไม่มีทางเลือกต้องเดินตามองครักษ์ ก่อนไปแอบส่งสัญญาณให้ตะเภารีบไป…

ครู่ต่อมา พิธีตอนรับการมาถึงของ จันทร์งามยิ่งใหญ่ราวกับเป็นเจ้าหญิง มีทั้งกระดาษเงินกระดาษทองโปรยตามถนน ชาวบ้านออกมายืนต้อนรับอย่างชื่นชม พอรถจอดแสนเดินมาประคองจันทร์งามลงจากรถ “เป็นเกียรติอย่างยิ่ง…ที่เจ้ามาร่วมงานวันเกิดของผม” แสนจูบเมือจันทร์งามอย่างธรรมเนียมฝรั่ง…

ส่วนช่องเขาขาด เพียงฟ้าส่องกล้องทางไกลเห็นรถบรรทุกขนอาวุธสี่คันเล่นมาตามถนน เพียงฟ้าหันไปบอกนักรบนาคินทร์ที่ปลอมเป็นตำรวจตั้งด่านตรวจให้เตรียมพร้อม พอรถบรรทุกมาถึงด่าน คนขับยื่นบัตรผ่านทางของเพลิงให้ตำรวจตรวจ ตำรวจปลอมยืนยันว่าถึงจะมีใบผ่านทางก็ต้องถูกตรวจ ชบาที่นั่งควคุมมากับรถขนอาวุธคนแรก สั่งคนขับให้แหกด่านออกไป ตำรวจปลอมกระโดดหลบรถกันกระเจิง ก่อนวิทยุมาแจ้งเพียงฟ้า เพียงฟ้าสั่งนักรบนาคินทร์ที่อยู่ข้างๆ ให้จุดไฟกองฝางที่มัดเป็นก้อนกลมๆวางเรียงกันไว้บนสันเขา พอได้ระยะที่รถบรรทุกจะแล่นมาถึง เพียงฟ้าก็สั่งให้กลิ้งก้อนไฟลงไปทันที คนขับรถบรรทุกทั้งสี่คันขับหลบหลีกลูกไฟขนาดใหญ่ที่กลิ้งใส่อย่างน่าหวาดเสียว เพียงฟ้าสั่งเหล่านักรบยิงใส่ล้อรถบรรทุกคันแรกที่ชบานั้งมาจนยางระเบิด รถแฉลบตกข้างทางรถอีกสามคันตามหลังมาเบรกกะทันหันจนรถแฉลบขวางถนน

เพียงฟ้าสั่งทำลายอาวุธให้หมด เหล่านักรบกรูกันไปที่รถบรรทุก ชบารีบลงจากรถ หันไปเห็นพียงฟ้าเอามีดบินชี้หน้าอยู่ ก็ตกใจที่เห็นเพียงฟ้ายังไม่ตาย “ฉันยังตายไม่ได้ จนกว่าจะได้จัดการกับคนเลวๆอย่างแก” “เจ้าสังหรณ์ใจไว้ไม่ผิด” เพียงฟ้าไม่เข้าใจที่ชบาพูด แต่พอเห็นชบายิ้มเท่านั้นก็รู้ทันทีว่าโดนซ้อนแผน หันไปตะโกนบอกเล่านักรบที่รายล้อมรถบรรทุกให้ระวัง มันเป็นกับดัก แต่ไม่ทัน จังหว่าที่นักรบเปิดท้ายรถบรรทุก สมุนของแสนที่ซ่อนอยุ่ข้างในก็ยิงสวนออกมาสังหารเหล่านักรบตายกันเรียบ

ชบาฉวยโอกาสที่เพียงฟ้าเผลอจับข้อมือบิด ศอกกลับใส่เพียงฟ้าจนเซถลา แล้วคว้ามีดออกมาจะแทงง เพียงฟ้าเอี้ยวตัวหลบ สะบัดมีดบินใส่ ชบาหลบได้หวุดหวิด เพียงฟ้าจะตามเข้าไปซ้ำ แต่พวกสมุนพี่งเข้าล้อมเธอไว้ทุกด้าน แล้วระดมยิงใส่ไม่ยั้ง เพียงฟ้าโดดตัวลอยขึ้นไปในอากาศ ซัดมีดบินสองเล่มหมุนควงเข้าปาดคอสมุนที่ล้อมอยู่แถวหน้าล้มคว่ำพวกที่อยู่ด้านหลังกรูเข้ามาแทนที่

เพียงฟ้าซัดมีดบินออกไปอย่างต่อเนื่อง ฆ่าพวกสมุนตายไปเกินครึ่ง แต่สมุนของแสนมีจำนวนมาก เพียงฟ้าใช้มีดบินจนหมด แล้วจึงหยิบคมแฝกที่เหน็บไว้ออกมาฟาดใส่พวกสมุนที่เหลืออุตลุด ชบาถอยออกไปด้วยความสะใจ มั่นใจว่าเพียงฟ้าคงเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่แน่ จึงขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ท้ายรถบรรทุกสั่งการทางวิทยุสื่อสาร “พวกมันหลงกลเรา…ปล่อยรถขนอาวุธคันจริงออกมาได้…ฉันจะไปรอที่ช่องเขาด้านหลัง” ชบาสวมหมวกกันน็อก แล้วขับมอเตอร์ไซค์ลงจากรถบรรทุกไป ส่วนเพียงฟ้าถูกไล่ต้อนมาจนมุมตรงรถบรรทุกสมุนกรูกันเข้ามาเตรียมยิงใส่ เพียงฟ้าเหวี่ยงคมแฝกออกไปเมือนกงจักรพุ่งกระเทกใส่พวกนั้นล้มระเนระนาด พวกที่เหลือยิ่งใส่เพียงฟ้าอีก เพียงฟ้าใช้ความว่องไววิ่งหลบกระสุนปือนขึ้นไปบนรถบรรทุกแล้วขับตะบึงไล่ชนสมุนของแสนแตกกระเจิง

ในเวลาเดยวกัน พิธีบายศรีสุ่ขวัญตามประเพณีอีสานเริ่มขึ้น บรรดาพ่อแก่แม่แก่ต่างผูกข้อมืออวยพรให้แสนกับจันทร์งาม เพลิงยืนดูอยู่อีกมุมหนึ่งของพิธีได้โอกาส ปลีกตัวออกจากงานโดยสั่งจ่ากานพลูไว้

“ถ้าเจ้าถาม บอกว่าฉันไปดูความเรียบร้อยด้านนอก” เพลิงรีบเดินออกไป… ทางด้านคลังแสง เสือกระวนกระวายใจที่เหลือเวลานับถวอยหลังที่ระเบิดจะทำงานไม่ถึง 20 นาที แต่ยังกู้ระเบิดลูกนี้ไม่ได้ สมุนที่ให้ไปตามแสนก็หายหัวไปไหนไม่รู้ “ป่านนี้คงนอนคุยกับยมบาลอยู่” เสือหันไปตามเสียง เห็นตะเภาในคราบชายมีหนวดตัวเล็กเดินถือ คมแฝกเข้ามา สมุนรู้ว่าชายตรงหน้าไม่ได้มาดีแน่จึงพุ่งเข้าเล่นงานทันที ตะเภาใช้เพลงคมแฝกฟาดใส่สมุนทีละคนจนล้มคว่ำเรียบ เสือชักปือนขึ้นเล็งใส่ ตะเภาตวัดคมแฝกใส่ท่อนไม่ที่ตกอยู่พุ่งกระแทกหน้าเสือจนปืดนกระเด็นหลุดมือเสือจะวิ่งตามไปหยิบปืน

ตะเภาไวกว่าฟาดคมแฝกใส่จนเสือกระเด็นกระแทกพื้นเสื้อเอามือจับแผลที่หัว เห็นเลือดไหลออาบเกิดบ้าเลือดขึ้นมา คว้าท่อนไม้ไล่ตีตะเภาอย่างบ้าคลั่ง ตะเภารับแรงกระแทกไม่ไหวคมแฝกกระเด็นหลุดมือ เสือได้ทีถีบตะเภาจนเสียหลักแล้วฟาดไม้เข้ากลางหลังตะเภาถึงกับทรุดฮวบ เสือกระชากคอเสื้อตะเภาขึ้นมาตะคอกถาม “บอกมา…จะกู้ระเบิดนี้ได้ยังไง” ตะเภาไม่ตอบ กลับถ่มน้ำลายใส่ เสือโมโหตบตะเภากลิ้งแล้วสั่งสมุนจับตะเภามัดด้วยโซ่ไว้ตรงที่วางระเบิด “เปิปากมันให้บอกว่าทำงานให้ใคร…ฉันจะไปบอกนายแสน” เสือเดินออกไปกับสมุนติดตาสองคน…

ฝ่ายเพียงฟ้าขับรถบรรทุกหนีออกมาจากช่องเขาขาดสำเร็จ วิทยุไปส่งข่าวให้พลอยรุ้งรู้ว่าพวกนั้นไหวตัวทัน เปลี่ยนไปใช้เส้นทางด้านหลังเขาช่องขาดแทน พลอยรุ้งรับทราบ ยกนาฬิกาขึ้นดูเหลือเวลาอีกแค่ 15 นาทีจะถึงสองทุ่ม จึงหันไปเร่งวิหคให้รีบกำหนดทิศทางโคมลอย นักรบนาคินทร์ครึ่งโหลกำลังถือโคมลอย เตรียมปล่อยตามทิศทางที่วิหคกำหนด พลอยรุ้งหันไปกำชับนักรบอีกส่วนซึ่งกำลังติดตั้งระเบิดขนาดเล็กที่โคมลอย “ติดตั้งระเบิดให้ดี…เราจะทำพลาดไม่ได้ เพราะเราจะระเบิดรถขนอาวุธที่หนีไปได้เมื่อกี้…รู้มั้ย”

วิหคหยิบใบไม้ขึ้นมาโปรยดูทิศทางลม สีหน้าดูไม่ค่อยมันใจในตัวเอง องอาจโผล่เข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม วิหค ขอร้ององอาจให้ช่วยคำนวณทิศทางลม องอาจปฏิเสะว่าไม่ใช่เวลาของเขา วิหคหาว่าองอาจเล่นตัว “บอกชัดแล้วนะ…ตอนนี้ไม่ใช่เวลาของฉันคำนวณทิศทางลมใช้ประสบการณ์ที่นายได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นพ่อคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ…วิหค” องอาจสีหน้าจริงจัง พลอยรุ้งเร่งวิหคอีก วิหคหันไปมององอาจ ก่อนสูดลมหายใจเข้าเต็มที่ พยายามข่มอารมณ์พลุ่งพล่าน ทำสมาธิหยิบเศษใบไม้ขึ้นมาอีกครั้งแล้วโปรยลง ใบไม้ปริวกระจายรอบตัวเขาก่อนม้วนตัวปลิวไปทางเดีวกัน วิหคชี้ไปทิศทางตรงข้างกับใบไม้ปลิว บอกพลอยรุ้งว่าปล่อยโคมลอยไปทางนั้น

พลอยรุ้งเถียงว่าทิศนั้นมันทวนลม แต่วิหคยืนันหนักแน่นว่าต้องเป็นทิศนั้น พลอยรุ้งไม่กล้าขขัดหันไปสั่งเหล่านักรบทันที โคมลอยนับสิบๆดวงลอยขึ้นเหนือท้องฟ้า พลอยรุ้งยืนดูโคมลอยออกไปด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เพราะโคมลอยกลับลอยห่างจากรถขนอาวุธมากขึ้น ถามวิหคว่าแน่ใจหรือเปล่า วิหคบอกสั้นๆว่าให้รอ…

ฝ่ายชบามองโคมลอยที่อยู่ไกลออกไปด้วยความแปลกใจแต่ไม่ติดใจอะไรเพราะมันลอยเข้าเมืองพล ไม่ได้มาทางรถขนอาวุธ จังหวะนั้นโคมลอยดวงหนึ่งดับวูบ ระเบิดที่ผูกติดมาด้วยเกิดระเบิดตูมขึ้น ชบานึกเอะใจ “ระเบิด…พวกมันคิดจะใช้โคมลอยระเบิดรถขนอาวุธของพวกเรา” “จะกลัวอะไร…มันปล่อยไปผิดทิศ ยังไงก็ไม่มีทางโดนรถเรา” คนขับหันไปมองหน้าชบา.. ขณะเดียวกัน พลอยรุ้งก็เริ่มวิตกกังวล เพราะโคมลอยเข้าใกล้เขตเมืองพลเข้าไปทุกที บอกวิหคด้วยเสียงตระหนกว่าจะทำอย่างไรดี ตลาดเมืองพลต้องระเบิดเป็นจุณแน่ วิหคสีหน้าเคร่งขรึมได้แต่บอกว่าให้รอ…

ชบาวิทยุไปรายงานจันทร์งามเร่องที่พวกเพียงฟ้ายังไม่ตายและเข้าโจมตีพวกเรา แต่จันทร์งามอยู่กับแสนในงานไม่สามารถติดต่อได้ ชบาจึงทิ้งข่าวไว้กับองครักษ์ องครักษ์รีบเดินเข้าไปในงาน เห็นจันทร์งามกับแสนอยู่บนเวทีไกลจากเธอพอสมควร… ที่คลังแสง ใกล้ถึงเวลาที่ระเบิดจะทำงานอีกไม่ถึง 10 นาทีตะเภาถูกตบเพ่อเค้นเอาความจริงจนหนวดปลอมที่ติดอยู่จะหลุด สมุนดึงหนวดดึงวิกผมออกทำให้เห็นหน้าตะเภาชัดๆ “นี่แกยังไม่ตายเหรอ…ไปบอกพี่เสือ…ไอ้เพลิงมันหักหลังเรา” สมุนที่เป็นพี่ใหญ่ร้องเอะอะ จังหวะนั้น เพลิงปรากฏตัวขึ้น ใช้คมแฝกของตะเภาฟาดหน้าสมุนทั้งสามคนที่คุมตัวตะเภาจนล้มคว่ำสลบเหมือดแล้วรีบวิ่งเข้าไปช่วยตะเภา

ด้านหลังช่องเขาขาด พลอยรุ้งร้อนใจจะเข้าไปในเมืองแจ้งให้พวกชาวบ้านหนี วิหคเสียงเข้มบอกว่าไม่ต้อง พลอยรุ้งทนไม่ไหวเข้าไปกระชากแขนถามวิหคว่าจะให้ยืนดูอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยหรือ วิหคระเบิดอารมณ์แหงนหน้ามองท้องฟ้า ตะโกนลั่นด้ววยเสียงเครียด “โธ่เว้ย…ทำไมถึงเป็นแบบนี้ จะเล่นตลกกับทุกคนไปถึงไหน เลิกปกป้องคนชั่วทำร้ายคนดีซะที หรือว่าไอ้แสนราชสีห์มันติดสินบนท่าน ท่านจึงช่วยมัน”

วิหคพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงฟ้าคำราม สายฟ้าแลบแปลบปลาบไปทั่วราวกับได้ยินเสียงร่ำร้องของวิหค ทันใดนั้นเกิดลมพัดอ่อนๆ แล้วค่อยๆพัดแรงขึ้นๆ พลอยร้งเห็นบมเปลี่ยนทิศก็ยิ่มดีใจ แต่วิหคสีหน้ายังเคร่งขรึม “นี่คือสิ่งที่เรากำลังรอ…ลมเปลี่ยนทิศ…ตามตำราของท่านพ่อและการคำนวณของฉัน ลมบริเวณนี้จะเปลี่ยนทิศในเวลานี้” วิหคเงยหน้า ส่งเสียงเร่งลมให้พัดแรงขึ้นอีก…

ในเวลาเดียวกัน ไฟในงานวันเกิดหรี่ลง นักรบนาคินทร์เดินเครื่องฉายหนัง ขณะที่ตะโพนให้เสียงพากย์ เริ่มแรกเหมือนเป็นการชื่นชมในคุณงามความดีของแสน จนแสนหันไปยิ้มให้จันทร์งามอย่างภาคภูมิใจ แต่แล้วเสียงพากย์ที่กล่าวชื่นชมเปลี่ยนเป็นตำหนิ แล้วกลายเป็นด่าว่า “แต่จะมีใครรู้บ้างว่า ไอ้นักบุญใจบาปคนนี้มันอยู่เบื้องหลังการตายของเหล่าผู้กล้าในเมืองพล…มันกับเจ้าจันทร์งามใช้เงินซื้อคนเมืองพล ซ่องสุมกำลังอาวุธเพื่อบุกยึดแผ่นดินของเรา เราชาวเมืองพลผู้จงรักภักดีในคุณแผ่นดิน จะไม่ยอมให้เรื่องชั่วช้าอย่างนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด”

ชาวบ้านต่างส่งเสียงฮือฮา แสนฉุนขาดลุกพรวดขึ้นตะคอกถามว่าแกเป็นใคร ระหว่างนั้นไฟในงานดับลง พลันด้านหลังจอหนังส่ว่างขึ้นอีกครั้ง ปรากฏเงาของกัลป์ เกรียงไกร กำลังถือคมแฝกยืนจังก้าทาบอยู่ “ฉันคือผู้ร้องหาความยุติธรรมให้แก่ผู้กล้าเพื่อคืนสันติสุขให้แก่ชาวเมืองพล” กัลป์ตีคมแฝกทะลุจอออกมาก จันทร์งามกับแสนตกใจเหมือนเห็นผี แสนรำพึงว่าเป็นไปไม่ได้ กัลป์ตายไปแล้ว เสือวิ่งหน้าตื่นเข้ามากระซิบบอกแสนว่า พวกกัลป์ลอบเข้ามาวางระเบิดคลังแสงของเรา เป็นจังหวะเดียวกับองครักษ์หญิงเข้ามากระซิบบกจันทร์งามว่าพวกเพียงฟ้ายังไม่ตายและกำลังจะยึดรถขนอาวุธของเรา กัลป์ใช้คมแฝกชี้หน้าแสน

“ฉันจะฉลองวันเกิดให้เดรัจฉานอย่างแกด้วยพลุชุดใหญ่ให้มันสว่างไสวทั่วท้องฟ้าเมืองพล” กัลป์ยิ่มเยาะ นับถอยหลังให้แสนได้ยินชัดๆว่าแสนเหลือเวลาอีกแค่ 10 วินาที กัลป์ค่อยๆนับถอยหลังไปเรื่อยๆ ชาวบ้านที่ได้ยินต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดกันวุ่นวาย แสนจะเข้าไปเอาเรื่องกัลป์แต่จันทร์งามรั้งไว้ รีบฉุดแสนหลบไปทางอื่น เมื่อกัลป์นับถอยหลังถึงเลข 7…

ด้านเพลิงแกะโซ่ให้ตะเภาไม่ออกเลยต้องใช้ปืนยืงจนโซ่ขาด แล้วพากันวิ่งออกจากคลังแสงไปได้ เมื่อเหลือเวลาเพียง 5 วินาที ขณะเดียวกันกับที่โคมลอยซึ่งลอยเป็นแพเหนืออยุ่หน้ารถขนอาวุธทั้งสี่คัน พอกัลป์นับถึงเลขหนึ่งโคมลอยที่อยู่เหนือรถขนอาวุธก็ดับพรึบ ชาวบ้านรู้งานต่างหมอบราบไปกับพื้น ทันใดนั้น ระเบิดลูกใหญ่เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงบริเวณรถขนอาวุธอยู่ ตามด้วยเสียงระเบิดอีกสี่ลูกติดๆกันแล้วคลังแสงก็ระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ชาวบ้านหวีดร้องวิ่งหนีด้วยความตกใจ…

เหล่านักรับนาคินทร์ได้ทีกรูกันเข้าล้อมแสน จันทร์งามเสือ และองครักษ์ของจันทร์งาม พร้อมกับเล็งปืนใส่สมุนของแสนคนหนึ่งหนีเล็ดลอดออกมาได้ รีบตรงไปรายงานขวานที่ด่านเก็บเงินหน้าทางเข้างาน “พี่ขวาน เกิดเรื่องใหญ่แล้วพี่ ไอ้กัลป์บุกเข้ามาในงาน” ขวานร้องเอะอะด้วยความตกใจ เป็นจังหวะเดียวกันกับเพียงฟ้าขับรถบรรทุกที่ขโมยมาพุ่งใส่ด่านทางเข้างานด้วยความเร็วสูง ขวานกับสมุนอีกสี่คนต่างโดดหนีตายกันกระเจิงทันทีที่รถบรรทุกจอด เพียงฟ้าดีดตัวลงจากรถ ขวานเห็นหน้าเพียงฟ้าถึงกับชะงัก “นี่แกยังไม่ตายอีกหรือวะ…พวกเราฆ่ามัน” ขวานเห็นท่าไม่ดีรีบชิ่งหลบเข้าไปในงาน สมุนทั้งสี่คนระดมยิงใส่เพียงฟ้าเป็นชุด เพียงฟ้าพุ่งหลบคว้าเก้าอี้ใกล้ตัวเหวี่ยงใส่สมุนคนหนึ่งล้มคว่ำ การะชากปืนจากมือยิงใส่ เพียงฟ้ากลิ้งตัวเข้าไปหาสมุนที่ล้มคว่ำ กระชากปืนจากมือยิงใส่สมุนทั้งสามคนนั้นตายคาที่

แสนกับจันทร์งามถูกนักรบนาคินทร์คุมตัวมาที่ลานหน้าเวทีวันเกิด พ่อปาน แม่แจ้ มาลัย กับลำดวน จงอาง และพวกชาวบ้านส่งเสียงอื้องอืงไม่พอใจ ตะโพนยึดคมแฝกของแสนกับเจ้าจันทร์งามพร้อมด้วยกระเป๋าหนังใส่มีดบินหงส์เหินชูให้กัลป์ดู กัลป์หันกลับไปประกาศกับพวกชาวบ้านที่ยังหรืออยู่ในงานอีกว่าครึ่งร้อย

“ขอให้พอแม่พี่น้องทุกคนอยู่ในความสงบ ฉันสัญญาว่าจะไม่มีใครเป็นอะไร วันนี้ทุกคนจะได้รู้ความจริงที่ปกปิดมานานว่าไอ้คนที่ทุกคนเห็นว่าดีแสนดี…แต่ความจริงแล้วมันชั่วช้าขนาดไหน” กัลป์ชี้คมแฝกไปยังจันทร์งามกับแสนที่นั่งคุกเข่าตรงหน้าและกำลังกวาดตามองหาทางหนี “ถ้ายังรักตัวกลัวตาย สารภาพความจริงกับทุกคนซะว่าแกอยู่เบื้องหลังการตายของเหล่าผู้กล้า และกำลังสะสมอาวุธเพื่อบุกยึดเมืองพลและหัวเมืองในแถบเหนือเมืองหลวงทั้งหมด”

จันทร์งามตีหน้าตายไม่รู้เรื่อง โต้กลับว่ากัลป์ต่างหากคือคนที่ฆ่าเหล่าผู้กล้า และร่วมมือกับพวกโจรนาคินทร์บุกยึดเมืองพลและแนะให้มอบตัวกับทางการ โทษหนักจะได้เป็นเบาแสนแค้นจัดตะโกนลั่น “ถ้าแกมีหลักฐานก็เอามาสิ อย่ากล่าวหากันลอยๆแบบนี้” แสนกับจันทร์งามแก้ข้อกล่าวหาของกัลป์ได้เป็นฉากๆ จนพวกชาวบ้านต่างคิดคล้อยเข้าข้างชายโฉดหญิงชั่วทั้งสองคน แต่ดูเหมือนไม่เป็นผล จึงก้าวเข้าไปหาแสนแล้วตวัดคมแฝกไปที่ใบหน้าจนหน้ากากของแสนหลุด เผยให้เห็นใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้รอยแผลเป็น ชาวบ้านต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความแปลกใจ

“ถ้าแกจริงใจ ทำไมต้องหลอกชาวบ้านเรื่องแผลเป็น…ฉนจำได้ แกเคยบอกว่ารอยแผลเป็นที่หน้าเป็นผลกรรมที่แกเคยทำไว้กับพวกชาวบ้าน…แต่นี่ไม่เหลือรอยอะไร เพราะที่ผ่านมาแกหลอกชาวบ้านมาตลอด…ใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจของพวกเค้าเป็นเกราะกำบัง เพื่อแกกับเจ้าจะได้ทำเรื่องชั่วๆ โดยไม่มีใคนสงสัย”

ชาวบ้านบางส่วน พ่อปาน แม่แจ้ มาลัยและลำดวน ชักเริ่มตาสว่าง จันทร์งามรีบแก้ตัวแทนแสนว่า ที่รอยแผลเป็นหายไป เพราะเธอออกเงินค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมให้เอง กัลป์ไม่พอใจที่จันทร์งามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ จันทร์งามแกล้งพูดยั่วเรื่องอัญชัญจนกัลป์โกรธ กระชากเสื้อเธอขึ้นมาตะคอกใส่หน้าอย่างชิงชัง “คนชั่วช้าสามานย์อย่างเจ้าไม่สมควรแม้กระทั่งเองชื่ออัญชัญ” “ฉันยังจำแววตา…ตอนที่คมมีดตัดขั้วหัวใจเมียแกได้ดี” จันทร์งามแววตาร้ายกาจ กระซิบข้างหูกัลป์ กัลป์ฉุนขาดเงื้อคมแฝกจะตี จันทร์งามเชิดหน้าอย่างไม่เกรงกลัว พูดเสียงดังๆให้ชาวบ้านได้ยินกันทั่ว “เอาสิฆ่าฉันเลย ถ้าการตายของฉันจะคืนความสงบสุขให้แก่เมืองพล ฉันก็ยอม”

กัลป์รู้ทันจันทร์งามพยายามยั่วให้ตนเองโมโหจนใช้ความรุนแรง เพื่อจะได้ปลุกระดมพวกชาวบ้าน จึงผลักเธอออกไป แล้วสั่งนักรบนาคินทร์ให้คุมตัวทั้งสองคนไว้ จงอางผู้ภักดีต่อคุ้มเวียงฟ้าไม่พอใจ หันไปยุกองกำลังเวียงฟ้าพิทักษ์เมืองพลให้ออกมาปกป้องแสนกับจันทร์งาม กองกำลังเวียงฟ้าพิทักษ์เมืองพลที่ยืนปะปนกับพวกชาวบ้านต่างลุกฮือขึ้นมา กัลป์รีบปราม “ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ฉนสัญญาว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรง และจะไม่มีใครเป็นอะไร” “แล้วแกจะจับตัวเจ้ากับนายแสนไปไหน” จงอางถามอย่างเอาเรื่อง “ส่งให้ส่วนกลางพิสูจน์ว่าเรื่องที่ฉันพูดเป็นความจริง”

แสนได้ยินคำว่าส่วนกลางเท่านั้นก็ฮึดฮัดจะสู้ ทันใดนั้นเข้าเหลือบไปเห็นขวานแอบอยู่อีกด้านหนึ่งกำลังเล็งปืนจะยิงกัลปแต่ยังไม่มีเหลี่ยมมุมเหมาะๆ ขวานทำไม้ทำมือส่งสัญญาณบอกแสนว่ายิงไม่ถนัด แสนส่งสายตาไปที่จงอางเป็นเชิงสั่งให้ยิงจงอางแทน ขวานพยักหน้ารับรู้ รอจังหวะอย่างใจเย็น จงอางเสียงกร้าวใส่กัลป์ “ฉันไม่ไว้ใจพวกแก…ปล่อยเจ้ากับนายแสนเดี๋ยวนี้” แม่แจ้รีบเข้าไปห้ามแต่จงอางไม่ฟัง กำชับกองกำลังเวียงฟ้าพิทักษ์เมืองพลรีบเอาตัวแสนกับจันทร์งามมาจากพวกโจรนาคินทร์ กัลป์เห็นเรื่อชักจะบานปลาย สั่งนักรบนาคินทร์จับตัวจงอางไว้ จงอางไหวตัวทัน “พวกเราลุย” จังหวะนั้น ขวานเหนี่ยวไกยิงเปรี้ยง กระสุนถูกที่หัวไหล่จงอางทรุดฮวบ ชาวบ้านต่างส่งเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจแสนได้ทีตะโกนลั่น “พวกไอ้กัลป์ยิงชาวบ้าน”

ชาวบ้านแตกฮือวิ่งหนีตายกันวุ่นวาย แสนสบโอกาสแย่งปืนจากนักรับนาคินทร์ที่อยู่ใกล้ตัว ก่อนยิ่งใส่นักรบคนนั้นล้มตึง เสือกับองครักษ์ต่างแย่งปืนจากเหล่านักรบนาคินทร์แล้วสังหารพวกนั้น ส่วนจันทร์งามใช้ความไวกลิ้งตัวหลบกระสุน คว้ากระเป๋าหนังใส่มีดบินขึ้นมาคาดเอว ฝ่ายแสนหมุนตัวจะยิงกัลป์ แต่กัลป์ไวกว่า ฟาดคมแฝกใส่จนปืนกระเด็นหลุดจากมือ จันทร์งามคว้าคมแฝกขึ้นมาสองอัน ไว้กับตัวเองหนึ่งอัน แล้วโยนอีกอันให้แสน นักรบนาคินทร์สามคนวิ่งเข้ามาจะยิงแสน สวนกับชาวบ้านที่วิ่งหนีตายออกไป กัลป์ตะโกนเตือนพวกนักรบว่าระวังจะยิงโดนชาวบ้าน

ระหว่างนั้นจันทร์งามซัดมีดบินใส่นักรบทั้งสามคนด้วยท่าหงส์สะบัดปีก มีดบินแหวกอากาศตวัดเข้าปาดคอนักรบตายคาที่ ด้านกัลป์ฝาดคมแฝกใส่แสนไม่ยั้ง แสนเบี่ยงตัวหลบไปมากอ่นจะตีโต้กลับ กัลป์รับคมแฝกของแสนไว้ได้ แต่แรงกระแทกทำให้ถึงกับถอยหลังสองสามก้าว องครักษ์ของจันทร์งามตามเข้ามาสมทบ “คุ้มกันเจ้าจันทร์งาม” แสนตะโกนสั่งองครักษ์เหล่าองครักษ์ยิงใส่นักรบนาคินทร์ที่รายล้อมอยู่เพื่อเปิดทางให้จันทร์งามหนี เพียงฟ้าตามมาพอดี ยิงโต้ใส่องครักษ์ทนทรุดลงไปกองแล้วหันปากกระบอกปืนเล็งใส่จันทร์งาม เหนี่ยวไกดังแชะ กระสุนหมดรีบขว้างปื้นทิ้ง จันทร์งามซัดมีดบินใส่ เพียงฟ้าพร้อมกันสองเล่มด้วยท่าหงส์สะบัดปีก มีดบินพุ่งเข้าใส่เพียงฟ้าอย่างน่ากลัว

เพียงฟ้าหมุนตัวรับมีดบินของจันทร์งามไว้ได้ ก่อนสะบัดใส่แสนที่กำลังเป็นต่อกัลป์ แสนตกใจเห็นมีดบินสองเล่มพุ่งใส่ จึงใช้คมแฝกีมีบินทั้งสองเลมจากตัว มีดบินพุ่งกลับไปทางจันทร์งามอย่างรวดเร็ว เธอเอี้ยวตัวหลบมีดบินได้เล่มหนึ่ง แต่อีกเล่มเฉี่ยวที่หน้าท้องเลือดไหลซึม แสนตกใจจะเข้าไปช่วย กัลป์ฟาดคมแฝกขวางไว้ ตะโพนหนีเสือผ่านมาตรงนั้นพอดี โยนคมแฝกให้เพียงฟ้าที่หมุนตัวรับไว้ แล้วปราดเข้าไปตีต้านคมแฝกแสนที่ฝาดใส่กัลป์ กัลป์ได้ทีกระแทกคมแฝกใส่แสนจนเซถลาเพียงฟ้าพุ่งเข้าตีซ้ำจนแสนเสียหลัก กัลป์กับเพียงฟ้ากระโดดตีคมแฝกพร้อมกันด้วยท่าอัคคีสาดแสง แสนถึงกับทรุดฮวบ

ทางฝ่ายจันทร์งามเอามือกุมท้องที่บาดเจ็บ ควงคมแฝกปรี่เข้าใส่กัลป์ กัลป์ยกคมแฝกขึ้นรับ เป็นจังหวะเดียวกับที่เพียงฟ้าตามเข้ามาตีคมแฝกใส่จันทร์งามจนหน้าหงายแสนยันตัวลุกขึ้นได้รีบเข้ามาช่วยจันทร์งามฟาดคมแฝกใส่เพียงฟ้า กัลป์ยื่นคมแฝกเข้าสกัดแล้วผลักแสนออกไป จันทร์งามตั้งหลักได้เข้ามายือนประกบข้างแสน ประจันหน้ากับกัลป์และเพียงฟ้า…

ส่วนที่หน้าทางเข้างานวันเกิด เพลิงกับตะเภาที่ใส่ผ้าคลุมหน้า และจ่ากานพลูกับหมู่กร๊วกตามาถึง เห็นตะโพนวิ่งสวนออกมากับชาวบ้าส่วนหนึ่ง เพลิงตะโกนถามตะโพนว่าข้างในเป็นอย่างไรบ้าง “พวกไอ้แสนกับจอมโจรนาคราชยิงถล่มกันใหญ่เลยผู้กำกับ” พอเพลิงรู้จากตะโพนว่าพวกชาวบ้านหนีออกมาได้หมดแล้วก็โล่งใจ สั่งจ่ากานพลูกับหมู่กร๊วกให้วิทยุไปขอกำลังเสริม แล้วหันไปสั่งตะเภารออยู่ที่นี่ ตะเภาเป็นห่วงกัลป์กับเพียงฟ้าจะขอตามไปด้วย “ถ้าพวกมันเห็นเธอ เราจะเดือดร้อนกันหมด ส่วนเรื่องพี่กัลป์กับเพียงฟ้าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง” ตะเภาได้ยินน้ำเสียงเฉียบขาดของเพลิงต้องจำใจรอแต่พอหันไปเห็นรถบรรทุกซึ่งเพียงฟ้าจอดทิ้งไว้ ถึงกับยิ้มออกเหมือนมีแผนอะไรบางอย่าง…

ขณะเดียวกัน กัลป์กับเพียงฟ้ารวมพลังกันต่อสู้แสนกับจันทร์งามอย่างดุเดือด จังหวะที่แสนกับจันทร์งามกำลังเพลี่ยงพล้ำ ขวานวิ่งเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี รีบโยนระเบิดใส่กัลป์ เพียงฟ้าหันไปเตือนกัลป์แต่ไม่ทัน ระเบิดตกข้างๆกัลป์แล้วระเบิดเสียงดังสนั่น เพียงฟ้า แสน กับจันทร์งามก้มหลบได้อย่างหวุดหวิด กัลป์ค่อยๆยันตัวลุกขึ้น สายตาของเขาเริ่มเกิดอาการเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างสลับกันไปมา แต่หูของกัลป์กลับไม่ได้ยินเสียงร้องเรียกของเพียงฟ้า กัลป์เอามือจับหู ก่อนป่ายมือเดินสะเปะสะปะเหมือนคนเสียศูนย์

“ทำไมหูฉันไม่ได้ยินเสียง…ทำไมหูฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย” กัลป์ร้องเอะอะอย่างเสียขวัญ แสนกับจันทร์งามยิ้มอย่างสะใจที่เห็นว่ากัลป์ทั้งตาบอดและหูดับพร้อมกัน ปรี่เข้าไปเล่นงานกัลป์แบบไม่ให้ทันตั้งตัว เพียงฟ้ารีบเข้ามาขวาง แต่สู้แรงของสองคนไม่ได้ถูกคมแฝกฟาดใส่ถึงกับทรุดลงไปกองแทบเท้ากัลป์ กัลป์รีบประคองเธอขึ้นมา เพียงฟ้าบอกัลป์ให้หนีไป แต่กัลป์ไม่ได้ยินเสียง พยายามเขย่าร่างเธออย่างเสียใจ “เธอใช่ไหมเพียงฟ้า ตอบฉันมาสิ เธอใช่มั้ยเพียงฟ้า…เกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอไม่ตอบฉันเพียงฟ้า…” “มันไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น หึ…รักกันมากใช่มั้ย…ดีฉันจะให้แกเห็นคนที่แกรักตายไปต่อหน้า” จันทร์งามยิ้มเลือดเย็น สั่งเสือกับขวานลากตัวเพียงฟ้าออกมา เพียงฟ้าไม่ยอมไป จับมือกัลป์ไว้แน่น กัลป์ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นยิ่งใจไม่ดี เสือกับขวานกระชากเพียงฟ้ามาได้ แสนย่างสามขุมเข้าหากัลป์

“ถึงคราวชะตาขาดแล้วไอ้กัลป์” “อย่า…” เพียงฟ้าตะโกนอย่างสิ้นหวัง

(จบตอนที่ 22)

Talk:: ตอนที่ 22 สนุกอ่ะ นิดนึงแอบสปอลย์ตอนที่ 23 สนุกมาก!!!! เช่นกัน ก็ตรงกับตอนที 19 ที่หลายคนรอคอยนั่นละจ้า

Drama

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาต ตอนที่ 20

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาตตอนที่ 20
โดย: แสงแข
บทประพันธ์และบทละครโทรทัศน์: คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
กำกับการแสดงโดย: นนทนันท์ สังขสวัสดิ์
ออกอากาศทาง: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เครดิต: ไทยรัฐฉบับวันที่ 6-7-8-9 กันยายน 2552

รุกฆาต ตอนที่ 20

ครู่ต่อมารองเพชรกับพวกตำรวจถอยร่นเข้ามาริเวณชายป่า โดยมีเสือ ขวาน และนักรบปลอมไล่ตามกระชั้นชิดเข้ามา ตะโพนกับพลอยรุ้งแอบซุ่มอยู่ที่พุ่มไม้คนละฝั่ง ถือเชือกที่ลากยาวไปตามพื้น รอคอยจังหวะให้พวกรองเพชรวิ่งผ่านไปก่อน จนขวาน เสือกับพวกวิ่งเข้ามาถึง ตะโพนกับพลอยร้งจึงดึงเชือกขึ้นจนตึง

พวกเสือพากันสะดุดเชือกล้มระเนระนาด ทั้งสองคนได้ทีรีบเข้าไปตีขวานกับนักรบปลอมด้วยไม่ช็อตยุง พวกนั้น ถูกช็อตกระตุกตาค้างไปตามๆกัน เสือหันไปมอง ตวัดปืนยิงใส่พลอยรุ้ง วิหคพุ่งเข้ามาคว้าตัวพลอยรุ้งหลบกระสุนปืนไปได้อย่างหวุดหวิด พลอยรุ้งนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของวิหค รองเพชรเห็นนักรบที่ผูกผ้าขาวต่อสู้กับนักรบปลอมอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนอีกด้านตะโพนก็กำลังเล่นงานนักรบปลอมด้วยไม้ช็อตยุง จึงมั่นใจว่าพวกวิหคเข้ามาช่วยพวกตน จึงสั่งให้ตำรวจช่วยนักรับนาคินทร์ที่ผูกผ้าขาว

“ช่วยพวกโจรเหรอครับ” จ่ากานพลูถถามเหมือนไม่แน่ใจ “โจรก็เป็นคน ที่สำคัญ…คนพวกนี้เข้ามาช่วยตำรวจอย่างพวกเรา” รองเพชรกับพวกตำรวจชักปืนขึ้นมายิงเข้าใส่ขวาน เสือ กับนักรบปลอมอุตลุด ด้านวิหคกอดพลอยรุ้งเพลินจนองอาจเข้ามาตบหัววิหคด้วยความหมั่นใส สั่งให้เอาเครื่องดูดกระฉูดใจออกมาใช้ พลอยรุ้งร้องเตือนว่าพวกนั้นบุกเข้ามาแล้ว วิหคเงอะงะไม่ทันใจ องอาจเลยจับมือวิหคเปิดสวิตช์แล้วหันเครื่องดูดไปทางนักรบปลอม

เครื่องดูดตัวนักรบปลอมพร้อมกับปืนของรองเพชรหันหาวิหค ก่อนปืนจะลั่นเปรี้ยงเฉี่ยวหัววิหคไปแค่คืบ นักรบปลอมตัวติดอยู่กับเครื่อง รองเพชรสั่งวิหคให้ปิดเครื่องก่อน พอเครื่องหยุดทำงานรองเพชรถึงดึงปืนกลับไปได้ ส่วนนักรบปลอมพอหลุดเป็นอิสระก็วิ่งเข้าหาวิหค องอาจคว้ามือวิหคให้เปิดเครื่องอีกครั้ง นักรบปลอมติดหนึบเข้ากับเครื่อง องอาจแนะให้ปรับระดบแรงดูดเพิ่มขึ้นอีก วิหคทำตามทันที รองเพชรรู้งานรีบหลบให้พ้นรัศมีการทำการของเครื่อง จ่ากานพลู หมู่กร๊วก ขวาน เสือ นักรบทั้งจริงและปลอมต่างถูกเครื่องดูดกระฉูดใจดูดตัวติดกันเป็นหางว่าว พากันดิ้นรนเอาตัวรอด แต่แรงดูดมหาศาลของเครื่องทำให้หนีไม่ได้ วิหคถือเครื่องส่ายไปมาเป็ฯจังหวะ ชะชะช่า ทำให้พวกที่ถูกดูดเต้นตามจนหมดแรง “เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ไม่อยากเต้นแล้วโว้ย” หมู่กร๊วกโวยลั่น

ทันทีที่วิหคปิดเครื่อง พวกนั้นต่างล้มระเนระนาดหมดเรี่ยวแรงลงไปกองกับพื้น เสือได้ทีเล็งปืนยิงใส่วิหค รองเพชรรีบพุ่งเข้าไปขวาง เลยโดนกระสุนยิ่งเข้าที่แขนกับสีข้าง แต่ยังสามารถยิงตอบโต้เสือได้ กระสุนของรองเพชระเจาะเข้าที่หัวไหล่ของเสือล้มลง พวกเสือเสียท่าเริ่มสู้ไม่ได้ ต้องถอยร่นออกไปในที่สุด

วิหคกับตะโพนรีบเข้าไปประคองรองเพชรมาหลบใต้ร่มไม้ พลอยรุ้งเอาเศษผ้าเท่าที่จะหาได้มาซับเลอืดและปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ ป้องกันไม่ให้เลือดไหลมากเกินไป หันไปบอกให้หมู่กร๊วกเรียกรถพยาบาลด่วน “ขอบคุณที่มาช่วยพวกเรา” รองเพชรหันไปบอกวิหคกับพลอยรุ้งดวยความรู้สึกที่ดีขึ้น “ช่วยชีวิตคนดี เป็นภารกิจหนึ่งของนักรบนาคินทร์ เมื่อกี้รองเพชรก็ช่วยชีวิตผมเหมือนกัน” “คุณอยู่บนแผ่นดินไทย ก็เหมือนเป็นคนไทยคนหนึ่ง” รองเพชรยิ้มอย่างจริงใจ วิหคยิ้มตอบก่อนขอตัวไปทำงานต่อ พวกนักรบนาคินทร์ผูกผ้าขาวพากันวิ่งหายเข้าป่า จากานพลูเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมถามตะโพนว่าใครเป็นนักรบนาคินทร์ตัวจริงกันแน่ รองเพชรนึกเสียดายเช่นกัน

วันเดียวกัน ที่ร้านกาแฟพ่อปาน สมุนของแสนสสองคนมารับน้ำแข็งที่แสนฝากไว้ จงอางวางมือจากงานหน้าร้านรีบเข้าไปข้างในร้านเข็นน้ำแข็งออกมาให้ พลางชวนทั้งสองคนพูดคุยด้วยอยากทำความรู้จัก

“พี่สองคนเป็นคนงานใหม่ของนายแสนหรอ ฉันไม่เคยคุ้นหน้าเลย” สมุนทั้งคู่ไม่ตอบ จงอางชำเลืองมองพวกนั้นอย่างแปลกใจ ขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะขนน้ำแข็งกั๊กใหญ่ขึ้นรถบรรทุก มีดบินนาคราชพุ่งแหวกอาศเข้ามาผ่ากลางก้อนน้ำแข่งจนแตก เผยให้เห็นห่อพลาสติกขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ภายใน จงอางกับสมุนของแสนต่างตกใจเมื่อหันไปเห็นมีดบินนาคราชปักอยู่ข้างๆ

จอมโจรนาคราชกับตะเภาในชุดนักรบนาคินทร์มีผ้าคลุมหน้าปรากฏตัวขึ้น พ่อปาน แม่แจ มาลัย ลำดวน กับพวกชาวบ้านพากันออกมาดูเหตุการณ์ สมุนสองคนกระชากปืนขึ้นมายิงเพียงฟ้ากับตะเภา เพียงฟ้าสะบัดมีดบินอีกเล่มเข้าใส่สมุนคนหนึ่ง ส่วนตะเภาเหวี่ยงคมแผกเข้าใส่อีกคนจนทั้งคู่ทรดลงแน่นิ่ง เหล่านักรบนาคินทร์พากันออกจากที่ซ่อนกระจายกำลังกันโดยรอบ ชาวบ้านแตกตื่นวิ่งหนีกันโกลาหล “แย่แล้ว…พวกโจรนาคนทร์ปล้นตลาดเมืองพล” จงอางตะโกนลั่น เพียงฟ้าสบโอกาส พุ่งเข้าไปหยิบห่อพลาสติกที่ตกอยู่ข้างๆก้อนน้ำแข็ง จังหวะนั้น มีดบินหงส์เหินพุ่งเข้ามาตัดห่อพลาสติกที่มือเพียงฟ้าขาดกระจุย ข้างในห่อนั้นมีเพียงก้อนหินซุกอยู่ เพียงฟ้ารู้ทันทีว่าเป็นกับดัก แต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะจันทร์งาม ชบา กับองค์รักษ์ต่างกรูกันออกมาจากท้ายรถบรรทุกตรงเข้าล้อมเพียงฟ้าไว้

“แกวางแผนล่อพวกฉัน…จันทร์งาม…นังสารเลว” “วันนี้เป็นวันตายของแก นังโจรถ่อย” จันทร์งามสะบัดมีดบินใส่เพียงฟ้าอย่างรวดเร็วเพียงฟ้าไม่รอช้า ซัดมีดบินนาคราชใส่จันทร์งามเช่นกัน มีดบินทั้งสองเล่ามปะทะกันกลางอากาศ ก่อนกระเด็นแยกออกไป ชบาและพวกองค์รักษ์ระดมยิ่งใส่นักรบนาคินทร์เสียงดังสนั่น ตะเภาโดดหาที่กำบัง นักรบต่างยิงโต้ตอบ ชบาพุ่งตามไปตามไปต่อสู้กับตะเภาอย่างดุเดือด ด้านจันทร์งานกับเพียงฟ้า ต่างใช้เพลงมีดบินเข้าห้ำหั่นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จันทร์งามใช้ท่าลีลาพญาหงส์ซัดใส่ขณะที่เพียงฟ้าใช้ท่านาคราชแหวกวารีโต้กลับ มีดบินทั้งสองเล่มพุ่งเข้าหากันอย่างตื่นตา เพียงฟ้าหมุ่นตัวรับมีดบินของจันทร์งานได้ยอย่างแม่นยำ ก่อนสะบัดมีดนั้นกลับเข้าเล่นงานเจ้าของ จันทร์งานโดดตัวลอยเตะมีดบินนาคราชกลับไปหาเพียงฟ้าเช่นกัน มีบินเข้าปะทะกันอย่างแรงจนกระเด็นไปคนละทาง…

ฝ่ายตะเภาซึ่งมีผ้าคลุมหน้าไว้ตลอด วาดลวดลายแม่ไม้คมแฝกเข้าเล่นงานชบาด้วยท่านาคาพ่นไฟ ชบาถูกคมแฝกฟาดถึงกับล้มกลิ้ง ก่อนยันตัวลุกขึ้นมาสู้ต่อ จงอางมองลีลาคมแฝกของโจรสาวตาไม่กระพริบ “ท่าตีคมแฝกของนังโรจคนนี้มันคุ้นๆ…เหมือนใครน้า…” พ่อปาน แม่แจ้ ลำดวน กับมาลัยก็รู้สึกคุ้นๆเช่นกัน…ฝ่ายจันทร์งามถูกมีบินนาคราชพุ่งเข้าใส่อย่างกระชั้นชิด ขณะจวนตัว เธอกระชากคมแผกที่เหน็บไว้ขึ้นมาตีมีดบินนาคราชเปลี่ยนทิศทางหมุนไปปาดคอนักรบนาคินทร์สองคนตายคาที่ เพียงฟ้าดึงคมแฝกออกมาเตรียมสู้กับจันทร์งามเช่นกันจันทร์งามยิ้มกริ่มเพราะคิดว่าเพลงคมแฝกของตนเหนือกว่าเพียงฟ้า

“คิดจะเอาคมแฝกมาสู้กับฉันเหรอ” เพียงฟ้ารอจังหวะที่จันทร์งามย่ามใจพุ่งเข้าหา ตวัดคมแฝกตีกระหน่ำอย่างหนักหน่วง จันทร์งามตกใจในลีลาคมแฝกที่เก่งกาจขึ้นของเพียงฟ้า แต่ยังสามารถตั้งรับแล้วตีโต้กลับได้การต่อสู้ด้วยคมแฝกครั้งนี้ เพียงฟ้าเหนือกว่าทุกกระบวนท่าจันทร์งามสู้ไม่ได้ถูกเล่นงานจนเซถลาล้มลง “ฝีมือคมแฝกของแกพัฒนาขึ้น” จันทร์งามจ้องมองเพียงฟ้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง “ความชั่วช้าของแกสอนให้ฉันรู้จักปรับตัวไม่ว่าแกจะใช้อาวุธอะไร ฉันจะเรียนรู้และตามไปเล่นงานแกให้จมดิน” “แกไม่มีวันชั่วได้เท่าฉันหรอกเพียงฟ้า” จันทร์งาม หัวเราะร่วมสีหน้าอ่ำมหิต เพียงฟ้าไม่เข้าใจที่จันทร์งามพูด จันทร์งานตีหน้าตื่นตระหนก ตะโกนเสียงดังให้ชาวบ้านได้ยินกันทั่ว

“ฉันไม่ยอมให้จอมโจรนาคราชอย่างแกครอบครองแผ่นดินเป็นอันขาด ฉันยอมตายเพื่อรักษาแผ่นดินให้กับคนเมืองพล…อยากได้แผ่นดินเมืองพลก็ข้ามศพฉันไปก่อน” จันทร์งามลุกขึ้น ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ จงอาง พ่อปาน แม่แจ้ กับลำดวนและพวกชาวบ้างหลงเชื่อละครตบตาฉากนี้ รู้สึกเทิดทูนและชื่นชมในความเสียสละของจันทร์งาม ต่างพากันคว้าของใกล้มือช่วยกันขว้างใส่จอมโจรนาคราช บางคนฉวยไม้ได้ก็ไล่ตี เสียงชาวบ้านตะโกนให้ช่วยกันจับตัวผู้นำโจรนาคินทร์ลั่นตลาด

“ชาวเมืองพลกำลังโดนจันทร์งามหลอกใช้” เพี้ยงฟ้าพยายามอธิบาย แต่ไม่มีใครฟัง ตะเภาตกใจที่เห็นเพียงฟ้าถูกล้อมกรอบไว้ทุกด้าน รีบฟาดคมแฝกรุกไล่จนชบาเสียหลักล้มคว่ำไม่เป็นท่า เพียงฟ้าไม่อยากทำร้ายชาวบ้าน จึงยอมให้คุมตัวแต่โดยดี ตะเภาจะเข้ามาช่วย เพียงฟ้ากลับสั่งให้ตะเภาพานักรบนาคินทร์หนีไป จันทร์งามรีบตะโกนบอกชาวบ้านให้ช่วยกันล้อมจับตะเภากับนักรบที่เหลือ จงอางกับชาวบ้านบางส่วนตรงเข้าหาตะเภา ตะเำภาเห็นท่าไม่ดีหยิบละเบิดควันออกมาโยนใส่ กลุ่มชาวบ้านต่างหนีตายกระเจิดกระเจิง เสียงระเบิดดังตูม ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยควันจนเทบมองไม่เห็น พอควันจางตะเภากับเหล่านักรบนาคินทร์ก็หายตัวไป จันทร์งามเจ็บใจมาก ชบารีบยันกายลุกขึ้นตามเข้ามาสมทบ “พวกมันหนีไปได้ค่ะเจ้า” “ไม่เป็นไร…อย่างน้อยเราก็ได้ตัวจอมโจรนาคราช” จันทร์งามยังยิ้มได้ จงอางตรงเข้าไปจะดึงผ้าคลุมหน้าจอมโจรนาคราชออก จันทร์งามรีบเข้าไปขวางไว้อ้างว่าจะรีบเอาตัวโจรชั่วไปส่งตำรวจให้เร็วที่สุด ขืนชักข้าเกรงว่าพวกนาคินทร์จะรวบรวมคนกลับมาชิงตัวคืน พวกชาวบ้านเห็นคล้อยตามจันทร์งาม เพียงฟ้าจ้องมองชบาอย่างค้นหาว่าอยู่ข้างใครกันแน่ แต่ชบาหลบตาทำทีไม่สนใจ…

ครู่ต่อมา เพียงฟ้าถูกมัดมือพาขึ้นรถของจันทร์งามชบาปรายตามองเพียงฟ้า ก่อนถามเจ้านายว่าทำไมถึงไม่ยอมให้ชาวบ้านเห็นหน้าตาที่แท้จริงของจอมโจรนาคราช เพียงฟ้าชิงตอบอย่างรู้ทัน “พราะเจ้านายของเธอกลัวว่าใบหน้าของฉัน จะทำให้ชาวบ้านเปลี่ยนใจจนยอมปล่อยตัวฉันไงล่ะ” “ฉลาด…แต่ก็ยังเอาตัวไม่รอด” “ฉันแพ้วิธีสกปรกของเธอต่างหาก” เพียงฟ้าย้อนอย่างไม่กลัว “เพียงฟ้า…ฉันจะทำให้แกหมดสิ้นทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินสุดท้ายที่แกอยู่ หรือลมหายใจสุดท้ายของแก” จันทร์งามจ้องเพียงฟ้าด้วยสาตาเหี้ยมโหด เพียงพฟ้าจ้องตอบอย่างเอาเรื่อง

ในเวลาเดียวกัน กัลป์ ภูกล้า และนักรบนาคินทร์อีกส่วนหนึ่งบุกเข้าไปในโรงน้ำแข็งที่เป็นเป้าหมายภายในนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำน้ำแข็งทั้งเป็นแท่งและน้ำแข็งป่น
“เจ้าจันทร์งามต้องซ่อนยาเสพติดไว้ที่ไหนสักแห่งในนี้” ภู้กล้าตั้งข้อสังเกต “อย่าประมาทเด็ดขาด” กลัป์เงี่ยงหูฟังโดรอบ รู้สึกไม่ชอบมาพากล ทันใดนั้น แสนโผล่เข้ามาพร้อมกับเล็งปืนมายังจุดที่พวกกัลป์อยู่ กัลป์ประสาทรับเสียงไวมาก รีบตะโกนเตือนให้ทะกคนระวังตัวเสียงดังสนั่น เหล่านักรบนาคินทร์รีบโดดเขาหาที่กำบังได้อย่างฉิวเฉียด เป็นจังหวะเดียวกับห่ากระสุนพุ่งเข้าหาพอดี กัลป์กับภูกล้าม้วนตัวหลบอยู่ด้านหลังน้ำแข็งซองใหญ่ที่วางเรียงรายซ้อนกันได้ทันเช่นกัน สมุนของแสนระดมยิงใส่พวกกัลป์ไม่ยั้ง เหล่านักรบยิงโต้ไปเป็นระยะๆ แสนแอบมาด้านหลังกัลป์กับภูกล้าแล้วใช้คมแฝกตีใส่ทั้งสองคนจนล้มคะมำไปคนละทาง “ทั้งหมดเป็นกับดักที่ฉันวางไว้ต้อนรับแก…ไอ้กัลป์หน้าโง่”

แสนตวัดคมแฝกด้วยท่าไม้ตายเอราวัณญาตราใส่กัลป์ กัลป์เงี่ยหูฟัง ก่อนหมุนตัวยกคมแฝกขึ้นต้านรับได้อย่างคล่องแคล่ว แล้วตีโต้กลับด้วยท่าสุบรรณสนั่นภพ คมแฝกของแสนกับกัลป์เข้าปะทะกันอย่างรุนแรง จนทำให้หน้าคมำไป คนละทาง เพลิงวิ่งตามเข้ามา มองกัลป์อย่างเป็นกังวล “ฆ่าไอ้กัลป์กับพวกโจรนาคินทร์ให้หมด” แสนสั่งการลั่น ก่อนถอยห่างออกมายืนดูอยู่ข้างเพลิง พวกสมุนของแสนบุกเข้าเล่นงานกัลป์กับภูกล้า กัลป์ตวัดคมแฝกตีใส่ไม่ยั้ง ส่วนภูกล้าควงกระบองยาวรุกไล่พวกนั้น การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด กัลป์กับภูกล้าเป็นฝ่ายได้เปรียบ พวกแสนต่างโดนคมแฝกกับกระบองยาวฟาดใส่จนล้มลุกคลุกคลาน แสนจ้องกัลป็ด้วยความแค้น ก่อนโยนคมแฝกในมือให้เพลิง “เอาชีวิตไอ้กัลป์มาให้ฉัน” “แสน ราชสีห์ ควรเป็นคนปลิดชีวิตกัลป์ เกรียงไกร” เพลิงพยายามพูดบ่ายเบี่ยง “คนตาบอดอย่างไอกัลป์ ฉันจะฆ่าเมื่อไรก็ได้ แต่ฉันอยากเห็นกัลป์ เกรียงไกร ตายด้วยน้ำมือเพื่อนรักอย่าง เพลิง กัมปนาท” แสนโหดได้ใจมาก

เพลิงจ้องหน้าแสนนิ่ง แสนประกาศกร้าว ถ้าเพลิงไม่ฆ่ากัลป์ เขาจะถือว่าไม่ภักดีต่ออาณาจักรราชสีห์กับอาณาจักรเวียงฟ้า แล้วขู่จะฆ่าคนในครอบครัวของตะเภาทุกคน “เลือกเอา…ระหว่างชีวิตไอ้กัลป์ กับครอบครัวคนรักของแก” แสนถือไพ่เหนือกว่า เพลิงกดดันมาก จำใจควงคมแฝกพุ่งเข้าใส่กัลป์ตามคำสั่งของแสน กัลป์ได้ยินเสียงควงคมแผกจึงหมุนตัวกลับมารับคมแฝกของเพลิงได้ทัน

ที่ชาบป่าด้านหลังโรงน้ำแข็ง ตะเภาพานักรบนาคินทร์ที่หนีรอดมาจากกับดักของจันทร์งาม มาเจอกับพวกวิหคและพลอยรุ้งโดยบังเอิญ วิหคแปลกใจที่ไม่เห็นผู้นำมาด้วย พอวิหคกับพลอยรุ้งรู้จากตะเภา ว่าเพียงฟ้าถูกจันทร์งามจับตัวไปต่างตกใจมาก ตะเภากลัวพวกนักรบนาคินทร์จะเสียขวัญ รีบหาข้ออ้าง

“ไม่ต้องห่วง ฉันมั่นใจว่าเจ้าจันทร์งามไม่กล้าทำอะไรจอมโจรนาคราชต่อหน้าชาวบ้าน” “ใช่…เพราะถ้าทำอย่างนั้น ชาวบ้านจะหมดศรัทธาในตัวเจ้าจันทร์งามทันที” วิหคเสริม “ถ้างั้นเรารีบเข้าไปช่วยพี่กัลป์กับพี่ภูกล้ากันเถอะ” ตะเภากระชับคมแฝกในเมือ วิ่งนำเข้าไปในโรงน้ำแข็ง วิหค พลอยรุ้ง และเหล่านักรับนาคินทร์วิ่งตาม…

ในเวลาเดียวกัน เพลิงรุกไล่ฟาดคมแฝกใส่กัลป์อุตลุดท่ามกลายสายตาจ้องจับผิดของแสน เพลิงพยายามกระซิบบอกกัลป์ว่า ที่เขาทำแบบนี้เพราะความจำเป็น กัลป์เข้าใจสถานการณ์ของเพลิงดี “ทำตามหน้าที่ของนาย ไม่ต้องยั้งมือให้ฉัน” เพลิงใช้เพลงแม่ไม้คมแฝกท่าพญายมข่มธรณีตีใส่กัลป์ยกคมแฝกขึ้นต้านได้อย่างหวุดหวิด แต่เสียหลักเซไปติดแท่งน้ำแข็งที่ตั้งเรียงราย เพลิงอาศัยจังหวะนั้นตวัดคมแฝกตีเศษน้ำแข็งที่กระจายเกลื่อนพื้นใส่กัลป์ กัลป์ฟังเสียงน้ำแข็งที่พุ่งเข้าหา ก่อนตวัดคมแฝกตีสกัดน้ำแข็งออกไป

ขณะที่เพลิงกับกัลป์เข้าต่อกรกันอย่างเร้าใจ แสนตั้งใจจะทำให้กัลป์เสียสมาธิในการฟัง โดยใช้เท้าบดน้ำแข็งที่อยู่บนพื้นจนเกิดการเสียดสีเสียงดัง กัลป์เริ่มสมาธิเสีย จับทิศทางของเสียงได้ยากขึ้น แสนจ้องหน้าเพลิงราวกับจะบังคับให้ใช้จังหวะนี้จัดการกัลป์ขึ้นเด็ดขาด เพลิงจำใจ ควงคมแฝกตีใส่กัลป์อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นตะเภาในชุดนักรบนาคินทร์มีผ้าคลุมหน้า ปรี่เข้าไปใช้คมแฝกต้านรับคมแฝกของเพลิงได้อย่างทันท่วงที เพลิงชะงัก มองปราดเดียวรู้ทันทีว่าเป็ฯตะเภา ตะเภาเปิดท่าไมตายคมแฝกฟาดใส่เพลิงจนซวนเซเสียหลัก แสนตะลึงเพราะไม่รู้ว่าคนในผ้าคลุมหน้าคือใคร

วิหค พลอยรุ้ง กับนักรบนาคินทร์ตามเข้ามาสมทบเป็นจังหวะเดียวกันกับเสือซึ่งยังคงมีบาดแผลจากกระสุนของรองเพชรที่หัวไหล่ ขวานและสมุนอีกส่วนวิ่งไปหาแสน “พวกโจรนาคินทร์มันช่วยรองเพชรกับพวกตำรวจได้ครับ” แสนได้ฟังเสือร้ายงานแล้วแค้นใจมาก สั่งฆ่าพวกนี้ให้หมด เหล่านักรบกับสมุนของแสนต่างเข้าต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย สายตาแสนยังคงจับจ้องโจรสาวที่กำลังต่อสู้อยู่กับเพลิงเขม็งด้วยความสงสัย เพิ่งสังเกตเห็นว่าเพลงคมแฝกของเธอคล้ายกัลป์มาก เพลิงตำหนิตะเภาด้วยเสียงกระซิบว่าไม่ควรมาที่นี่ ถ้าหากนายแสนจับได้ต้องเกิดเรื่อง

“ฉันจะไม่ทำให้นายเดือดร้อน” “เล่นงานฉนด้วยอัคคีสาดแสงแล้ววนหนีออกไปทางขวา” ตะเภานิ่งคิดครู่หนึ่ง “ขอโทษนะเพลิง” ตะเภากระชับคมแฝกในมือก่อนหมุน 360 องศา ด้วยท่าอัคคีสาดแสงตวัดตีเพลิงอยางรุนแรงหนักหน่วง เพลิงทำเป็นหลบไม่ทัน ถูกคมแฝกของตะเภาตีจนหงายหลัง นอนแผ่หลาบนกองน้ำแข็งป่น ขวานกับเสือฉวยโอกาสชักปืนยิงใส่ตะเภาเป็นชุด ตะเภาเบี่ยงตัวหลบก่อนม้วนตัวเข้าหาที่กำลัง เสือตามไปเล่นงานตะเภา ส่วนขวานคว้าที่สับน้ำแข็งพุ่งใส่วิหคกับพลอยรุ้ง เพลิงลอบมองตะเภาอย่างห่วงใย

ด้านวิหคคว้าข้อมือพลอยรุ้งได้ก็วิ่งหนีขานไปที่กองน้ำแข็งป่นกองมหีมาอีกด้าน องอาจปรกฎตัวขึ้น ตะโกนบอกวิหค “การต่อสู้ในแบบฉบับ องอาจ ชาตินักสู้ คือใช้สิ่งที่อยู่รอบตัวมาเป็นอาวุธ” วิหคกวาดตามองไปรอบๆเห็นแต่น้ำแข็งป่น ยิ้มอย่างนึกได้ ตะโกนบอกพลอยรุ้งให้ใช้น้ำแข็งเล่นงานขวาน พลอยรุ้งกับวิหค ปั้นน้ำแข็งป่นเป็นก้อนแล้วขวางใส่ขวานไม่ยัง ก่อนใช้อุบายหลอกล่อจนจัดการขวานอยู่หมัด

หลังจากจัดการกับเสือแล้ว ตะเภาเห็นกัลป์ถูกรุมล้อม จึงตะโกนบอกให้กัลป์ระวังตัว ก่อนพุ่งเข้าไปตวัดคมแฝกไล่ตีสมุนของแสนจนเข้าไปถึงตัวกัลป์แล้วหันหลังชนกันต่อสู้ กัลป์ไม่ได้ยินเสียงเพียงฟ้าจึงถามหา ตะเภาอึกอักไม่กล้าบอก พลันมีเสียงสายพานเครื่องตัดน้ำแข็งดังขึ้น

ตะเภา ภูกล้า เหล่านักรบนาคินทร์หันไปมองตามเสียงต่างต้องตกใจ ที่เห็นเพียงฟ้าถูกจับมัดติดอยู่บนสายพานเครื่องตัดน้ำแข็ง ร่างของเธอค่อยๆ เลือนเข้าไปยังเลื่อยตัดน้ำแข็งขนาดใหญ่ จันทร์งามยืนดูผลงานของตัวเองด้วยความสะใจที่จะได้เห็นร่างของเพียงฟ้าถูกแยกเป็นชิ้น “แน่จริงก็ฆ่าฉันเลยสิ” เพียงฟ้าจ้องจันทร์งามอย่างไม่เกรงกลัว “ฉันอยากเห็นอะไรที่สนุกกว่านั้น” จันทร์งามมองเพียงฟ้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ…

ทางด้านกัลป์ได้ยินเสียงเครื่องตัดน้ำแข็งทำงาน หันไปถามตะเภาว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้จากตะเภาว่าเพียงฟ้าถูกมัดอยู่บนสายพานเครื่องตัดน้ำแข็งกัลป์ตกใจมาก รีบควงคมแฝกบุกตะลุยใส่เหล่าสมุนของแสนอย่างไม่กลัวตาย ตรงไปยังเครื่องตัดน้ำแข็งเพื่อจะช่วยเพียงฟ้า ตะเภาเกรงว่ากัลป์จะเสียเปรียบจะตามไปช่วยแต่ถูกสมุนของแสนคนหนึ่งยิงสกัด ต้องม้วนตัวหลบคมกระสุนไปอีกทางหนึ่ง สมุนตามจะไปยิงตะเภาซ้ำ เพลิงรอบเข้ามาข้างหลังซัดสมุนคนนั้นล้มคว่ำช่วยตะเภาไว้ได้…

อีกมุมหนึ่ง แสนยืนมองการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายด้วยแวตานิ่ง เลือดเย็น จันทร์งามก้าวเข้ามายืนเคียงข้าง หันมองสบตาแสนอย่างรู้กัน “พวกแมลงเม่ากำลังบินเข้ากองไฟ” “จุดอ่อนของไอ้กัลป์อยู่ตรงตาที่มองไม่เห็น ฉันจะทำให้ชีวิตกัลป์เกรียงไกร มืดดับไปพร้อมกับดวงตาของมัน” แสนเข่นเขี้ยว “คุณคงไม่เสียดายที่ฉันฆ่าจอมโจรนาคราช” จันทร์งามพูดเหมือนหยั่งเชิง “ผมเลือกอยู่กับคนท่แข็งแกร่งที่สุด” จันทร์งามยิ้มเชิดหน้ามั่นใจ ในความเก่งกาจของตัวเองแสนลอบมองจันทร์งามอย่างไม่สนิทใจอีกแล้ว…

ทางฝ่ายภูกล้าใช้กระบองยาวฟาดสมุนของแสนสามคนอย่างเต็มแรงจนกระเด็นหงายท้องตึง ก่อนพุ่งไปทางเครื่องตัดน้ำแข็งหวังจะช่วยเพียงฟ้า ระหว่างนั้นชบาปราดเข้ามาขวางไว้ ภูกล้าคิดว่าชบาเป็นพวกเดียวกับตน กระซิบเตือนให้ระวังแสนกำลังจับตามอง กว่าภูกล้าจะรู้ว่าตัวเองคิดผิดชบาก็ใช้มีดพกแทงเข้าท้องเขาเต็มๆ ภูกล้าสะดุ้งเฮือก มองชบาด้วยความตกใจ ต่อว่าเธอที่หลอกให้หลงเชื่อใจ “ช่วยไม่ได้…ทุกอย่างมันเป็นใจให้ฉันเอง” ชบายิ้มพรายบิดมีดในมืออย่างโหดเหี้ยม “อ๊าก…เธอไม่ใช่ลูกสาวของผัวเมียนั้น” ภูกล้าร้องลั่น จ้องชบาอย่างเข้าใจทุกอย่าง “ฉันจำนั่งแก่นั่นได้ เพราะฉันเป็นคนเผาพวกมันกับมือโชคดีที่ยัยแก่นั่นสติเลอะเลือน พูดอะไรก็คล้อยตาม ยิ่งทำให้พี่ภูกล้าหลงกลฉันง่ายๆ” “ชบาเธอมันชั่วอย่างไม่มีวันกลับตัว” “เหมือนที่ฉันรักพี่ภูกล้าอย่างไมวันเปลี่ยนใจ ยิ่งรักมาก ยิ่งแค้นมาก ลาก่อนนะคะสุดที่รักของฉันแล้วเจอกันใหม่ชาติหน้า หวังว่าเราคงจะอยู่ข้างเดียวกัน” ชบากระชากมีดออกหันหลังจากไปด้วยแววตาเจ็บช้ำ

ภูกล้าทรุดฮวบ เลือซึมออกมาเต็มพื้น วิหคกับพลอยรุ้งมาเจอ ต่างตกใจรีบวิ่งมาประคอง พลอยรุ้งหันไปควาน้ำแข็งป่นเต็มกำเมือ โปะเข้าที่แผลของภูกล้าเพื่อห้ามเลือด ภูกล้ากัดฟันแน่นข่มความเจ็บปวด “แข็งใจไว้นะพี่ภูกล้า พี่จะต้องไม่เป็นไร” วิหคปลอบ ภูกล้าก้มมองแผลที่ท้องด้วยความเจ็บใจ แค้นใจตัวเองมาก

ขณะเดียวกัน กัลป์พุ่งตรงไปทางเครื่องตัดน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว แสนกับสมุนอีกหลายคนเข้ามาขวาง

“แกไม่มีทางเข้าไปช่วยจอมโจรนาคราชได้หรอก ไอ้กัลป์” แสนยิ้มเยาะ “ไอ้ชาติชั่วตัวไหนก็ขวางฉันไม่ได้เหมือนกัน” กัลป์สีหน้าดุกร้าว แสนตะโกนสั่งพวกสมุนให้เอาน้ำแข็งป่นมาเทลงที่พ้นตามทางเดินไปยังเครื่องตัดน้ำแข็ง กัลป์เงี่ยหูฟังเสียงรอบตัวพยายามจับทิศทางที่แสนยืนอยู่ “ฉันอยากจะรู้ว่าคนตาบอดอยางแกจะฝ่าน้ำแข็งนี้ไปได้ยังไง” แสนกระชากคมแฝกพุ่งเข้าหากัลป์ทันที กัลป์ได้ยินเสียงตวัดคมแฝกจึงยกคมแฝกขึ้นต้านรับก่อนตีโต้ใส่แสนอย่างแรง เพียงฟ้าพยายามดิ้นรนจากการถูกมัดพลางตะโกนบอกกัลป์ให้หนีไป กัลป์ไม่ยอมหนี้ เขาต่อสู้กับแสนสุดกำลัง แสนฟาดคมแฝกด้วยท่าพิฆาตเวนไตยใส่จนกัลป์ถึงกับทรุด แล้วจะตามเข้าไปซ้ำ “น่าเสียดาย…ที่แกต้องตายไปพร้อมกับดวงตาที่มองไม่เห็น เจอกันชาติหน้านะ…เพื่อนรัก”

กัลป์จับทิศทางเสียงฝีเท้าของแสนได้ กลิ้งตัวหลบไปก่อนตวัดคมแฝกตีน้ำแข็งป่นใส่ แสนเสียจังหวะหยุดกึก กัลป์ได้ทีควงคมแฝกกระแทกใส่เต็มแรงจนแสนเซพาล้มลงไปกองกับพื้น “คนชั่วอย่างแก เจอกันชาตินี้ชาติเดียวก็พอ” กัลป์จะตามเข้าไปซ้ำเสียงตะเภาตะโกนบอกว่าเพียงฟ้ากำลังจะแย่ กัลป์จำใจทิ้งโอกาสจะจัดการแสนวิ่งไปหาเพียงฟ้าช่วยแก้โช่ที่มัด เพียงฟ้าเข้าใกล้เครื่องตัดเข้าไปทุกที พยายามดิ้นรน แต่โซ่แน่นมากแกะไม่ออกระหว่างนั้นเพียงฟ้าเผอิญหันไปเห็นสวิตซ์เปิดเปิดเครื่องตัดน้ำแข็ง จึงตะโกนบอกตำแหน่งสวิตช์นั้นให้กัลป์

“มีสวิตช์อยู่ห่างจากตัวคุณไปทางซ้ายประมาณสิบก้าว” กัลป์ไม่รอช้า เหวี่ยงคมแฝกแบบบูมเมอแรงไปยังจุดนั้นอย่างแม่นยำ สวิตช์ถูกคมแฝกกระเทก ไฟช็อตเครื่องตัดหยุดทำงานทันที กัลป์ยกมือรับคมแฝกที่ลอยกลับมา จันทร์งามได้ทีเห็นตะเภามัวลุ้นเพียงฟ้ากับกัลป์ ซัดมีดบินใส่เพลิงที่แอบาอยู่ใกล้ๆตะเภา เห็นพอดี ตัดสินใจกระแทกคมแฝกใส่ขาตะเภาจนล้ม ทำให้เหมือนตั้งใจจะทำร้ายตะเภา มีดบินเฉี่ยวตะเภาไปปักอยู่ที่แท่งน้ำแข็ง ตะเภาหันไปเห็นมีดบินจึงรู้ว่าเพลิงช่วยชีวิตเธอ เพลิงกระซิบสั่งตะเภาให้ตีคมแฝกใส่เขาแล้วหนีไปสมทบกับกัลป์ ตะเภาทำตามคำสั่งทันที…

จันทร์งามกับแสนเดินดามแผนสำรอง ส่งสัญญาณเรียกสมุนทั้งหมดรีบออกจากโรงน้ำแข็ง เพลิงมองตามด้วยความแปลกใจก่อนวิ่งตามจันทร์งาม กว่าเพียงฟ้า กัลป์กับพวกจะรู้ว่านี่เป็นอีกกับดักหนึ่งของแสนก็เป็นตอนที่ประตูโรงน้ำแข็งทุกบานถูกปิดล็อกจากด้านนอก วิหควิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกทุกคน “แย่แล้ว…ในนี้มีระเบิดซ่อนอยู่เต็มไปหมด” เพียงฟ้ากับทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความตกใจ พยายายามช่วยกันหาทางออก…

ในเวลาต่อมาบริเวณห่างโรงน้ำแข็งพอสมควร เพลิงแกล้งเข้าไปต่อว่าจันทร์งามว่าทำไมไม่จัดการพวกกัลป์ให้สิ้นซาก แสนยิ้มเหี้ยมเอารีโมตกดระเบิดยัดใส่มือเพลิง สั่งให้กดรีโมตพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง เพลิงโต้ว่าทำขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่เชื่อใจกันอีก “เมื่อไหร่ที่แกกดระเบิด ฉันถึงจะเชื่อว่าแกจริงใจกับพวกเรา” แสนจ้องหน้าเพลิงเขม็ง เพลิงจำยอมกดรีโมตอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทันใดนั้นโรงน้ำแข็งทั้งโรงระเบิดตูม เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ไฟลุกท่วม จันทร์งามยิ้มสะใจ “สมน้ำหน้า ไอ้พวกหน้าโง่ คิดรึว่าจะโค่นฉันได้…เอาชีวิตมาทิ้งแท้ๆ”

เพลิงนิ่ง สีหน้าเคร่งขรึม เป็นห่วงตะเภากับเพื่อนๆที่อยู่ในนั้น พลันมีเหยี่ยวตัวหนึ่งบินโฉบไปมาเหนือกลุ่มของแสน เพลิงมองเหยี่ยวตัวนั้นรู้ทันทีว่าเป็นสัญญาณจากตะโพน ถึงกับแอบถอนใจโล่งอกที่พวกกัลป์ปลอดภัย แสนหันมามองเพลิงอย่างจับพิรุธว่ามีท่าทีอาลัยอาวรณ์หรือเปล่าแต่เพลิงกลับหันมายิ้มให้ “ไม่เสียใจที่เพื่อนรักตายเหรอ แรงระเบิดขนาดนั้นคงไม่เหลือแม้แต่ร่าง” แสนแปลกใจมาก “คนอ่อนแอสมควรตายคนที่เข้มแข็งเท่านั้นที่ควรจะอยู่รอด” เพลิงจงใจพูดกำกวม แสนไม่ใส่ใจ ประกาศลั่นว่ากำจัดกัลป์พ้นทางแล้วต่อไปนี้ไม่มีใครขวางทางราชสีห์จะครองแผ่นดิน จันทร์งามรีบแก้คำพูดของแสนว่า ราชสีห์กับเวียงฟ้าต่างหากที่จะครองแผ่นดิน แสนอึ้งไปนิดหนึ่ง “แน่นอน ราชสีห์กับเวียงฟ้าจะครองแผ่นดินร่วมกัน” แสนกับจันทร์งามยิ้มให้กัน ขณะที่พวกสมุนเฮลั่น…

จากนั้นไม่นาน ใกล้ชายป่า ตะโพนขับรถขนโลกศพมาจอดข้างทางด้วยหน้าตาเศร้าสร้อย ทยอยขนโลงศพหกโลงมาวางบนพื้น แล้วพนมมือสวดมนต์บทที่พระสวดในงานศพอยู่ๆ ฝาโลงทั้งหมดเปิดออก กัลป์ เพียงฟ้า ตะเภา พลอยรุ้ง ภูกล้า และวิหคลุกขึ้นจากโลง ตะเภาโวยวายต่อว่าตะโพนลั่นที่สวดศพทั้งๆที่ยังไม่มีใครตาย “อ้าวเห็นนอนนิ่งให้คนแก่แบกโลงอยู่ได้ นึกว่าตายจริง” ตะโพนสวนทันควัน “เอาเถอะ…ขอบคุณตะโดนมากที่ช่วย ถ้าไม่ได้ตะโพนพวกเราคงไม่รอดแน่” เพียงฟ้าซาบซึ้งใจ “ว่าแต่ลุงตะโพน…รู้ได้ไง” วิหคสงสัยเหมือนกับทุกคนยกเว้นกัลป์ที่นิ่งเงียบ

ตะโพนยืดอกภูมิใจ ก่อนเล่าให้ฟังว่าเพลิงมาหาตนวันก่อน หลังจากเพลิงคุยกับกัลป์แล้ว เห็นตรงกันว่าแสนเจ้าเล่ห์เหลี่ยมจัด การเข้าจู่โจมครั้งนี้อาจเป็นกับดัก จึงอยากให้ตะโพนมารออยู่หลังโรงนำแข็งเผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นอย่างที่เพลิงคาดไว้จริงๆ พลอยรุ้งนึกย้อนไปถึงตอนที่อยู่ในโรงน้ำแข็ง ขณะทุกคนต่างตกใจที่ติดกับอยู่ในนั้น วิหคพยายามทุบกำแพงหาทางออก ส่วนตะโพนก็พังกำแพงเข้ามาเจอกันพอดี หน้าวิหคกับตะโพนเกือบจะชนกัน วิหคโวยลั่น กัลป์ยิ้มโล่งใจที่ตะโพนมาทันเวลา “อย่าเพิ่งพูดอะไร รีบหนีก่อน” ตะโพนคลานนำทุกคนอกไปด้านหลังโรงน้ำแข็ง…

หลังจากที่พวกกัลป์หนีออกมาได้สักพัก โรงน้ำแข็งก็ระเบิดเป็นจุณ ทุกคนต่างนอนรบกับพื้นหลบระเบิด วิหคโกรธที่พวกแสนหลอกเรามาฆ่า ตะโพนยังตกใจไม่สายถึงกับหน้าถอดสี “ไอ้เพลิงไม่ได้บอกว่ามีระเบิด ไม่งั้นข้าไม่เขาไปหรอก” “รีบไปจากที่นี่กันเถอะ แถวนี้มีแต่คนของไอ้แสนกับเจ้าจันทร์งาม” กัลป์เร่งทุกคน ภูกล้าสงสัยว่าพวกเราจะไปจากที่นี่ได้อย่างไร ตะโพนผายมือไปยังรถขนโลงศพ พลอยรุ้ง ตะเภา กับวิหคหน้าจ๋อย วิหคโวยวายไม่ยอมเข้าไปนอนในโลงศพทั้งๆ ที่ยังไม่ตาย ตะโพนท้วงว่าวิหคไม่มีทางเลือกถ้าไม่อยากตายจริงๆ แล้วปล่อยเหยี่ยวเป็นสัญญาณบอกเพลิงว่าทุกอย่างเรียบร้อย

จบตอน 20

Drama